อินเดียจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์

สำนักประชาสัมพันธ์ (Press Information Bureau-PIB) ของอินเดีย รายงานเมื่อ 24 มี.ค.65 ว่า อินเดียจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์เป็น 22,480 เมกะวัตต์ ภายในปี 2574 หรือเพิ่มขึ้น 15,700 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 22 เครื่อง กำลังผลิตรวม 6,780 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะทำให้อินเดียบรรลุเป้าหมายลดการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนให้ได้ร้อยละ 50 ของความต้องการใช้พลังงานทั้งประเทศ ภายในปี 2573 ตามที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ให้คำมั่นในที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 26 (COP26) เมื่อปี 2564 ที่เมือง Glasgow สหราชอาณาจักร

ว่าที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้หารือทางโทรศัพท์กับผู้นำเวียดนาม

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า นายยุน ซ็อก-ย็อล ว่าที่ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเหวียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม โดยผู้นำเวียดนามแสดงความยินดีต่อว่าที่ผู้นำเกาหลีใต้ในชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และเชิญว่าที่ผู้นำเกาหลีใต้เยือนเวียดนาม นอกจากนี้ ทั้งสองเห็นพ้องจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับเวียดนาม และส่งเสริมความร่วมมือในการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ รวมถึงพัฒนาเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเหวียน ซวน ฟุก เป็นผู้นำประเทศคนที่ 6 ที่หารือทางโทรศัพท์กับว่าที่ผู้นำเกาหลีใต้ ภายหลังผู้นำสหรัฐฯ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และอินเดีย กระชับความสัมพันธ์กับว่าที่ผู้นำเกาหลีใต้ผ่านการหารือทางโทรศัพท์

NATO จะเสริมกำลังทหารในพื้นที่ยุโรปตะวันออก

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า NATO เตรียมเสริมกำลังทางทหารเพิ่มเติมในประเทศยุโรปตะวันออก เช่น ฮังการี สโลวะเกีย บัลแกเรีย และโรมาเนีย และจะจัดส่งยุทโธปกรณ์ป้องกันการโจมตีด้วยอาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ อาวุธรังสี และอาวุธนิวเคลียร์จากรัสเซีย โดยปัจจุบัน NATO มีกองกำลังประจำการในพื้นที่ยุโรปตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ทะเลบอลติกจนถึงทะเลดำ ประกอบด้วยทหารบก 140,000 นาย เรือรบ 140 ลำ และเครื่องบินรบ 130 ลำ พร้อมทั้งเตือนว่า การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และจะเผชิญผลลัพธ์ตอบโต้รุนแรง แต่หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ NATO จะส่งทหารเข้าพื้นที่ยูเครน หากรัสเซียโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์

EU ออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรรัสเซีย

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission – EC) เปิดเผยเมื่อ 23 มี.ค.65 ถึงมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 400,000 ยูโร (ประมาณ 14.7 ล้านบาท) ลดภาษี สินเชื่อและการค้ำประกันสินเชื่อ และเงินชดเชยสูงสุดร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านยูโร ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากภาคธุรกิจในยุโรปร้องเรียนผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร เฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจในภาคเกษตรกรรม ประมง อุตสาหกรรมยานยนต์ เหล็ก ไฟเบอร์กลาส ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ ท่องเที่ยว สินค้าฟุ่มเฟือย และสินค้าโภคภัณฑ์ อนึ่ง มาตรการดังกล่าวจะมีผลระหว่าง 1 เม.ย.-31 ธ.ค.65

รัฐบาล SAC ของเมียนมาปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาเมื่อปี 2560

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 24 มี.ค.65 อ้างแถลงของ พล.จ.ซอมินตุน โฆษกรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) ของเมียนมา ปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ประกาศให้กรณีการใช้ความรุนแรงต่อชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ของเมียนมาเมื่อปี 2560 เป็นปฏิบัติการปราบปรามอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ ซึ่งนับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดย SAC ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการก่ออาชญากรรมของนายทหารในระดับบุคคลเท่านั้น

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ต้องการให้ภาษามาเลย์เป็นภาษาที่สองของอาเซียน

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ซาบรี ยากบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะหารือกับผู้นำประเทศอาเซียนที่ใช้ภาษามาเลย์ (Bahasa Melayu) ได้แก่ อินโดนีเซีย บรูไน และสิงคโปร์ ประเด็นการเสนอให้ภาษามาเลย์เป็นภาษาที่สองของอาเซียน เพื่อยกระดับภาษามาเลย์ให้อยู่ในระดับสากล เนื่องจากภาษามาเลย์ใช้สำหรับการสอนในประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง รวมถึงตอนใต้ของไทยและฟิลิปปินส์ และในบางพื้นที่ของกัมพูชา ดังนั้นจึงถือเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักในการผลักดันให้ภาษามาเลย์เป็นหนึ่งในภาษาทางการของอาเซียน โดยมาเลเซียจะพยายามหยิบยกประเด็นดังกล่าวห้วงการประชุมกับต่างประเทศตามที่โอกาสจะอำนวย

เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปไปตกในทะเลตะวันออก

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 24 มี.ค.65 ว่า ในวันเดียวกัน เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลไปตกในทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น) ขีปนาวุธบินได้ไกล 1,080 กิโลเมตร เพดานบินสูงสุด 6,200 กิโลเมตร โดยกองทัพเกาหลีใต้ประเมินว่า เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile – ICBM) ก่อนหน้านี้ เมื่อ 20 มี.ค.65 เกาหลีเหนือยิงทดสอบจรวดหลายลำกล้อง (Multiple rocket launchers-MRL) จำนวน 4 ลูก จากจังหวัดพย็องอันใต้ ไปตกในทะเลเหลือง และเมื่อ 16 มี.ค.65 เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธไม่ทราบชนิด 1 ลูก จากสนามบิน Sunan ในกรุงเปียงยาง โดยเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ประเมินว่า การยิงทดสอบดังกล่าวล้มเหลว ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวด้านการทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ มีขึ้นหลังจากเมื่อ ม.ค.65 เกาหลีเหนือขู่จะยกเลิกคำมั่นในการระงับการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีป

UNGA รับรองมติสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในยูเครน

ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) เมื่อ 24 มี.ค.65 มีมติเสียงข้างมากรับรองร่างมติประเด็นสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในยูเครน ซึ่งเสนอโดยยูเครนและประเทศตะวันตก โดยเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินทุนให้กับโครงการ Humanitarian Response Plan 2022 ในยูเครน ของสหประชาชาติ พร้อมทั้งเรียกร้องรัสเซียให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที ปกป้องประชาชนทุกเชื้อชาติ รวมถึงผู้ลี้ภัยจากการใช้ความรุนแรง สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในยูเครนและประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนประณามการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ สมาชิก UN ลงคะแนนเสียงเห็นด้วยกับร่างมติดังกล่าวของยูเครน 140 เสียง ไม่เห็นด้วย 5 เสียง ได้แก่ รัสเซีย เบลารุส เกาหลีเหนือ เอริเทรีย และซีเรีย และงดออกเสียง 38 เสียง อาทิ จีน คิวบา อินเดีย อิหร่าน คาซัคสถาน แอฟริกาใต้  บรูไน ลาว และเวียดนาม ขณะที่ร่างมติของแอฟริกาใต้ในประเด็นเดียวกันไม่ได้รับการพิจารณาลงคะแนนเสียง หลังขาดเสียงสนับสนุนจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่ง จากประเทศตะวันตก เนื่องจากไม่ระบุถึงการบุกยูเครนของรัสเซีย

G-7 เตือนว่ารัสเซียอาจใช้อาวุธชีวภาพ เคมี และอาวุธนิวเคลียร์ในยูเครน

G-7 เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมเมื่อ 24 มี.ค.65 หลังการประชุมสุดยอด G-7 กรณีรัสเซีย-ยูเครน ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม โดยเตือนว่า รัสเซียอาจใช้อาวุธชีวภาพ เคมี และนิวเคลียร์ ในการโจมตียูเครน พร้อมเรียกร้องรัสเซียให้ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้ง G-7 จะจำกัดธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำของธนาคารกลางรัสเซีย ลดการพึ่งพาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน จากรัสเซีย พร้อมทั้งเรียกร้องให้องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (OPEC) เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันออกสู่ตลาดโลก นอกจากนี้  G-7 ยังระบุว่า สงครามที่ก่อโดยรัสเซียสร้างแรงกดดันให้กับความมั่นคงทางอาหารของโลก พร้อมให้คำมั่นจะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าเกษตรในประเทศกลุ่มเปราะบาง และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมราคาสินค้าเกษตร ตลอดจนเรียกร้องให้องค์การระหว่างประเทศและการประชุมระดับพหุภาคีต่าง ๆ ยุติการดำเนินกิจกรรมร่วมกับรัสเซีย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมในน่านน้ำทุกรูปแบบอย่างจริงจัง

หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 23 มี.ค.65 รายงานอ้างถ้อยแถลงของ พล.อ.เตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เมื่อ 21 มี.ค.65 ในพิธีเปิดอาคารบัญชาการส่วนหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลกัมพูชา (National Committee for Maritime Security-NCMS) ณ เกาะเปรียบ จ.พระสีหนุ โดยสั่งการให้ NCMS มุ่งเฝ้าระวังและปฏิบัติการร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใน จ.พระสีหนุ จ.กัมปอต จ.แกบและ จ.เกาะกง เพื่อปราบปรามอาชญากรรมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทุกรูปแบบอย่างจริงจัง อาทิ ยาเสพติด การรุกล้ำน่านน้ำ และลักลอบทำประมง เพื่อปกป้องน่านน้ำและอธิปไตยของกัมพูชา ด้านนาย Samkhit Vien รองผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง กล่าวว่า การลักลอบขนยาเสพติดใน จ.เกาะกง ลดลง ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่