ประธานาธิบดียูเครนจะพบหารือประธานาธิบดีรัสเซียเป็นครั้งแรกหากประเทศได้รับการค้ำประกันความปลอดภัย

สำนักข่าว Tass.ru รายงานเมื่อ 22 มี.ค.65 อ้างเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ยูเครนกรณีประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศหลายแห่งว่า ประธานาธิบดียูเครนพร้อมหารือกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นครั้งแรก เกี่ยวกับปัญหาไครเมียและการยอมรับสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์และลูฮานสค์ ในภูมิภาคดอนบาส หากยูเครนได้รับการค้ำประกันความปลอดภัยและการสิ้นสุดของสงคราม ขณะที่ประเด็นข้อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ประธานาธิบดีจะเป็นผู้ตัดสินเพียงคนเดียว แต่ทั้งรัฐสภาและชาวยูเครนทั้งหมด ทั้งนี้ เมื่อ 20 มี.ค.65 ประธานาธิบดียูเครนให้สัมภาษณ์สำนักข่าว CNN ว่า ยูเครนต้องค้นหาแบบจำลองที่ยูเครนจะไม่สูญเสียอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และเพื่อป้องกันสงครามครั้งใหม่ระหว่างดินแดนที่ยูเครนควบคุมและดินแดนที่ถูกยึดครองชั่วคราว ในเวลาเดียวกัน ประธานาธิบดียูเครนให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์เช็กว่า การประนีประนอมคือสิ่งที่มีราคา ยูเครนจะทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกคืนดอนบาสและไครเมีย ก่อนหน้านี้ นายวลาดีมีร์ เมดินสกี ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า ยูเครนกำลังเสนอให้สร้างรัฐปลอดทหารในแบบของออสเตรียหรือสวีเดน

การย้ายทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้อาจก่อให้เกิดช่องโหว่ด้านการรักษาความปลอดภัย

สำนักข่าวยอนฮับรายงานเมื่อ 21 ม.ค.65 ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแผนการย้ายทำเนียบประธานาธิบดีของนายยุน ซ็อก-ย็อล ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดช่องโหว่ด้านการรักษาความปลอดภัยในห้วงที่สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น โดยนายพัก ซู-ฮย็อน เลขาธิการอาวุธโสด้านการสื่อสารสาธารณะประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่าการย้ายกระทรวงกลาโหม เสนาธิการทหารร่วม และทำเนียบประธานาธิบดี ก่อนจะถึงวันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการของนายยุน ซ็อก-ย็อล ใน 10 พ.ค.65 เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล ทั้งนี้ นายยุน ซ็อก-ย็อล ประกาศจะย้ายสำนักงานประธานาธิบดีจากทำเนียบประธานาธิบดี (ช็องวาแด) ไปยังอาคารกระทรวงกลาโหม ในเขตยงซัน กลางกรุงโซล เนื่องจากเห็นว่าช็องวาแดเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของจักรพรรดิ และต้องการใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น

โรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่แขวงเชียงขวาง ลาว ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการ

เว็บไซต์สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 21 มี.ค.65 อ้างคำกล่าวของนายอุทัน ไตลิดทิ รองประธานโรงกลั่นน้ำมันยอดงึ่มเพาเวอร์ ว่า โรงกลั่นน้ำมันยอดงึ่มเพาเวอร์ มูลค่า 30,000 ล้านกีบ (ประมาณ 87 ล้านบาท) ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านยอดงึ่ม เมืองแปก แขวงเชียงขวาง ก่อสร้างแล้วเสร็จและจะเปิดดำเนินการกลั่นน้ำมันดิบในอนาคตอันใกล้ โรงกลั่นดังกล่าวก่อสร้างเมื่อ ก.ย.64 มีความจุ 2.4 ล้านลิตร สามารถผลิตปิโตรเลียมได้ 100 ล้านลิตรต่อปี แบ่งเป็นกลั่นน้ำมันดีเซลร้อยละ 60 น้ำมันเครื่องร้อยละ 39 และผลิตสารเคมีร้อยละ 1 โดยจะจัดจำหน่ายผ่านรัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟลาว (Lao State Fuel Company-LSFC)

ผลสำรวจของสิงคโปร์ระบุชาวสิงคโปร์ จีน อินเดีย และออสเตรเลียส่วนใหญ่สนับสนุนและเห็นใจยูเครน

หนังสือพิมพ์ The Straits Times รายงานเมื่อ 18 มี.ค.65 อ้างสำนักวิจัย Blackbox Research ของสิงคโปร์ ซึ่งเผยแพร่ผลสำรวจความเห็นจากประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 6,920 คน ในสิงคโปร์ อินเดีย ออสเตรเลีย และจีน ระหว่าง 9-10 มี.ค.65 พบว่าร้อยละ 95 ในสิงคโปร์ และร้อยละ 90 ในอินเดียและออสเตรเลีย สนับสนุนและเห็นใจยูเครน และเห็นสมควรตำหนิรัสเซีย ขณะที่ร้อยละ 71 ในจีน แม้จะเห็นใจยูเครนแต่มากกว่าร้อยละ 50 ไม่ทราบว่าควรตำหนิฝ่ายใด และร้อยละ 3 ตำหนิสหรัฐฯ นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวกหรือเป็นกลางต่อยูเครนและผู้นำยูเครนมากกว่าฝ่ายรัสเซียค่อนข้างชัดเจน เว้นแต่จีนที่เสียงก้ำกึ่ง โดยร้อยละ 46 มีทัศนคติเป็นกลางต่อรัสเซีย ซึ่งใกล้เคียงกับทัศนคติเชิงลบที่คิดเป็นร้อยละ 45

มาเลเซียใช้วิธี Test and Release สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศผ่านช่องทาง VTL

หนังสือพิมพ์นิวสเตรทไทมส์ ของมาเลเซีย รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 อ้างถ้อยแถลงของดาโต๊ะ ซรี วี กา ซียง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย ว่า ตั้งแต่ 16 มี.ค.65 มาเลเซียปรับปรุงมาตรการปฏิบัติ (Standard Operating Procedure-SOP) สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบโดสจากกัมพูชา สิงคโปร์ และไทย ซึ่งเดินทางเข้ามาเลเซียทางอากาศผ่านช่องทางพิเศษแบบ Vaccinated Travel Lane (VTL)  โดยใช้วิธี Test and Release ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอผลการตรวจเชื้อเมื่อเดินทางถึงสนามบิน และสามารถเดินทางไปยังที่พักได้ทันที ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ต้องรอทราบผลตรวจก่อน

บริษัท Pfizer ยื่นขออนุมัติ FDA เพื่อใช้วัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 2 ในชาวอเมริกันที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

เว็บไซต์ The Hill รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 ว่า บริษัท Pfizer-BioNTech ยื่นเอกสารถึงองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (Food and Drung Administration-FDA) เพื่อขออนุมัติใช้วัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 2 เป็นกรณีฉุกเฉินแก่ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดต่อการติดเชื้อ COVID-19 รุนแรงแม้ว่าจะได้รับวัคซีนแล้ว เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อและอาการรุนแรงจากเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะลดลงในห้วง 3-6 เดือนหลังจากรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มแรก โดยยังอ้างผลการวิจัยที่ระบุว่า ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้มเข็มที่ 2 อย่างน้อย 4 เดือนหลังจากรับวัคซีนกระตุ้นเข็มแรก มีอัตราการติดเชื้อลดลง 2 เท่า ในขณะที่อัตราการเจ็บป่วยรุนแรงลดลง 4 เท่า อีกทั้งยังไม่พบข้อห่วงกังวลด้านความปลอดภัย

ลาวร่วมมือกับเกาหลีใต้ส่งเสริมการพัฒนาทักษะไอซีทีให้กับแรงงาน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 16 มี.ค.65 ว่า นายบุนมา สิดทิโสม หัวหน้าสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานลาว-เกาหลีใต้ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมลาว และนาง Yoo Hyun Sook ประธานสมาคมศิลปะและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแซริงเกาหลีใต้ ร่วมลงนามสัญญาการก่อสร้างศูนย์ไอซีที ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 14 มี.ค.65 โดยสมาคมฯ สนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ไอซีทีจำนวน 370,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 12.4 ล้านบาท) ซึ่งจะเป็นอาคารสูง 2 ชั้น มีห้องเรียน 8 ห้อง และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในต้นปี 2566 ทั้งนี้ ศูนย์ไอซีทีจะตอบสนองการอบรมวิชาชีพโดยเฉพาะด้านการใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศ รวมถึงหลักสูตรภาษาเกาหลี ซึ่งจะช่วยให้บุคลากร นักศึกษา หรือประชาชนลาวที่สนใจมีโอกาสเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้

กลุ่มแนวร่วมเกษตรกรอินเดียนัดชุมนุมใหญ่ครั้งใหม่ทั่วประเทศ

สำนักข่าวZeenews รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 อ้างแถลงการณ์ของกลุ่ม Samyukt Kisan Morcha (SKM) ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมเกษตรกรต่อต้านกฎหมายปฏิรูปภาคการเกษตรของอินเดีย ว่า SKM ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ครั้งใหม่ทั่วประเทศ ดังนี้ 1) การชุมนุมใน 21 มี.ค.65 เพื่อประท้วงกรณีศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวนาย Ashish Mishra Teni ชั่วคราว ซึ่งนาย Teni เป็นผู้ต้องหาในคดีขับรถยนต์พุ่งชนผู้ประท้วงกฎหมายปฏิรูปภาคการเกษตรที่เมือง Lakhimpur Kheri รัฐอุตตรประเทศ เมื่อ 3 ต.ค.64 เป็นเหตุให้เกษตรกรเสียชีวิต 4 ราย และ 2) ชุมนุมใหญ่ภายใต้กิจกรรม MSP Legal Guarantee Week ในห้วง 11-17 เม.ย.65 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการประกันราคาขั้นต่ำ (Minimum Support Price-MSP) สินค้าเกษตร ตามที่ให้สัญญาไว้เมื่อ 9 ธ.ค.64 นอกจากนี้ ยังประกาศสนับสนุนการนัดประท้วงหยุดงานของสหภาพแรงงานต่าง…

เดนมาร์กปฏิเสธการเป็นประเทศทางผ่านสำหรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

ตำรวจตระเวนชายแดน เมือง Jutland ของเดนมาร์ก ออกแถลงการณ์เมื่อ 15 มี.ค.65 ไม่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ลี้ภัยในเยอรมนีและต้องการเดินทางไปสวีเดนและนอร์เวย์ ใช้เดนมาร์กเป็นทางผ่าน โดยเดนมาร์กดำเนินการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวยูเครนกลับไปยังเยอรมนีแล้วอย่างน้อย 250 ราย พร้อมทั้งยืนยันว่าเดนมาร์กจะเปิดรับเฉพาะผู้ลี้ภัยที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งความประสงค์ขอลี้ภัยอย่างถูกต้องเท่านั้น เนื่องจากการอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยใช้เดนมาร์กเป็นประเทศทางผ่านจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 3 ล้านคน

นายกรัฐมนตรี 3 ประเทศสมาชิก EU เดินทางเยือนยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 ว่า นายกรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี Petr Fiala ของสาธารณรัฐเช็ก นายกรัฐมนตรี Mateusz Morawiecki ของโปแลนด์ และนายกรัฐมนตรี Janez Jansa ของสโลวีเนีย เป็นผู้แทนของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เดินทางเยือนกรุงเคียฟ ยูเครน เพื่อหารือกับประธานาธิบดี Volodymyr Zelenskyy ของยูเครน และแสดงจุดยืนว่า EU ยังคงสนับสนุนอธิปไตยและอิสรภาพของยูเครน โดยทั้งสามประเทศจะเพิ่มความช่วยเหลือให้ยูเครน ทั้งด้านการเมือง การเงิน ยุทโธปกรณ์ และด้านมนุษยธรรม