เกิดเหตุระเบิดบริเวณท่อส่งน้ำมันทางตอนใต้ของไนจีเรียทำให้ส่งออกน้ำมันได้ลดลง

บริษัท Nigerian Agip Oil Company (NAOC) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของไนจีเรียและอยู่ในเครือบริษัท Eni ของอิตาลี ระบุเมื่อ 14 มี.ค.65 ว่า เกิดเหตุระเบิดที่ท่อส่งน้ำมัน Ogoda/Brass 24 ของโรงงาน Okparatubo ในเขต Nembe รัฐ Bayelsa ทางตอนใต้ของไนจีเรีย ทำให้บริษัทต้องปิดบ่อน้ำมันที่เชื่อมกับท่อส่งน้ำมันดังกล่าว และทำให้ส่งออกน้ำมันได้ลดลงวันละ 25,000 บาร์เรล รวมทั้งยังมีน้ำมันดิบรั่วไหลประมาณ 1,250 บาร์เรลหรือ 166 ตัน อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุระเบิด แต่พื้นที่ทางใต้ของไนจีเรียซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันที่สำคัญของประเทศ มักตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธในการก่อเหตุโจมตี ก่อวินาศกรรม และโจรกรรมบ่อยครั้ง โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 28 ก.พ.65 เกิดเหตุโจมตีที่สถานีจ่ายน้ำมัน Obama ของบริษัท NAOC ทำให้ผลิตน้ำมันได้ลดลงวันละ 5,000 บาร์เรล

EU เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรบริษัทพลังงานรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 14 มี.ค.65 ว่า สหภาพยุโรป (European Union -EU) อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อ บริษัท Rosneft จำกัด รัฐวิสาหกิจน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย บริษัทTransneftจำกัด และ บริษัทGazprom Neftจำกัด โดยบริษัททั้งสามจะไม่สามารถเข้าถึงการกู้ยืมจากสถาบันการเงินและแหล่งเงินทุน สำหรับการลงทุนโครงการสำรวจและผลิตพลังงานในอนาคต ตลอดจนการทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงินยุโรป อย่างไรก็ดี ประเทศยุโรปจะยังสามารถนำเข้าน้ำมันจากบริษัทดังกล่าวต่อไป เพื่อลดความเสี่ยงราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น

สหราชอาณาจักรเตือนรัสเซียอาจใช้อาวุธชีวภาพ

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร ทวีตข้อความเมื่อ 14 มี.ค.65 ว่า รัสเซียกำลังวางแผนจัดฉากว่ากองทัพยูเครนโจมตีกองทัพรัสเซียด้วยอาวุธชีวภาพ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิบัติการทางทหารด้วยอาวุธชีวภาพต่อยูเครน ซึ่งสหราชอาณาจักรไม่มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ายูเครนจะใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธชีวภาพในการสู้รบ ตามที่รัสเซียกล่าวหา

เกาหลีใต้เตรียมสนับสนุนยุทโธปกรณ์ไม่ร้ายแรงและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่ยูเครน

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 อ้างโฆษกกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ว่า เกาหลีใต้เตรียมจัดส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ไม่ร้ายแรง (Non-lethal weapons) และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ หมวกนิรภัยกันกระสุน เต็นท์ อาหารพร้อมรับประทาน ผ้าห่ม ชุดปฐมพยาบาล ให้แก่ยูเครนตามการร้องขอเพื่อเป็นการสนับสนุนยูเครนต่อต้านการรุกรานจากรัสเซีย อย่างไรก็ดี กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้อยู่ระหว่างหารือกับยูเครนถึงรายละเอียดการขนส่งอุปกรณ์ข้างต้น ก่อนหน้านี้ ยูเครนร้องขอการสนับสนุนอาวุธร้ายแรงจากเกาหลีใต้และประเทศอื่น ๆ อาทิ ปืนไรเฟิล ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง แต่เกาหลีใต้ไม่สามารถส่งอาวุธร้ายแรง เนื่องจากมีข้อจำกัดในการใช้งาน

นิวซีแลนด์ประกาศให้วีซ่าชั่วคราวรูปแบบพิเศษและสนับสนุนเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ชาวยูเครน

นาย Kris Faafoi รัฐมนตรีตรวจคนเข้าเมืองนิวซีแลนด์ ออกแถลงการณ์ประกาศนโยบายเฉพาะกิจเพื่อยูเครน ปี 2565 (2022 Special Ukraine Policy) ว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์กำหนดวีซ่าชั่วคราวรูปแบบพิเศษ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชาวยูเครนในนิวซีแลนด์ประมาณ 1,600 คน ในการอุปถัมภ์สมาชิกครอบครัวในยูเครนให้สมัครวีซ่าดังกล่าว ซึ่งจะให้สิทธิเป็นวีซ่าทำงานหรือนักเรียน เป็นเวลา 2 ปี โดยคาดว่าจะครอบคลุมชาวยูเครน ประมาณ 4,000 คน ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ระยะเวลา 1 ปี จนถึง 15 มี.ค.66 นอกจากนี้ นาง Nanaia Mahuta รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ แถลงจะสนับสนุนเงินทุนแก่ชาวยูเครนอีก 4 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 90 ล้านบาท) เพิ่มเติมจากเดิมจำนวน 2 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 45 ล้านบาท) ที่ได้สนับสนุนให้ชาวยูเครนในพื้นที่แล้ว โดยจะแบ่งสนับสนุนผ่านกองทุนมนุษยธรรมเพื่อยูเครนขององค์การสหประชาชาติ จำนวน 2 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ และสนับสนุนผ่านข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ…

สหราชอาณาจักรสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า สหราชอาณาจักรประกาศแผน Homes for Ukraine หรือบ้านเพื่อชาวยูเครนที่ต้องการลี้ภัยมายังสหราชอาณาจักร แม้จะไม่มีครอบครัวหรือญาติอาศัยอยู่ก่อน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายมูลค่า 350 ปอนด์สเตอริง/เดือน (ประมาณ 15,230 บาท) ให้กับครัวเรือนที่สามารถให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งผู้ที่จะให้ที่พักพิงจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันว่าที่พักได้ตามมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 4 ล้านคน

อินเดียจะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟไปโปแลนด์ชั่วคราว

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า จะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟ ไปที่โปแลนด์เป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ในยูเครนรุนแรงขึ้น โดยมีการโจมตีพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครนต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียจะติดตามและประเมินสถานการณ์เพิ่มเติมเป็นระยะ

NATO กังวลว่ารัสเซียอาจใช้อาวุธเคมี

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ระบุเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า รัสเซียอาจหยิบยกประเด็นห้องปฏิบัติการอาวุธชีวภาพในยูเครนเป็นข้ออ้างใช้อาวุธเคมีโจมตียูเครน ซึ่งจะถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางสงคราม นอกจากนี้ NATO เน้นย้ำการปฏิเสธข้อเรียกร้องของยูเครนในการประกาศเขตห้ามบิน เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างประเทศตะวันตกกับรัสเซียโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ประธานาธิบดี Andrzej Duda ของโปแลนด์ ระบุว่า NATO อาจแทรกแซงทางทหารในยูเครนหากรัสเซียใช้อาวุธเคมี

เลขาธิการ UN เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมรับมือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของรัสเซีย

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) ระบุเมื่อ 10 มี.ค.65 เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันรับมือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของรัสเซีย และปกป้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรง การโจมตีทางไซเบอร์ และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร นอกจากนี้ ยังวิตกกับการบุกยูเครนของรัสเซียที่ทำให้ราคาพลังงานและราคาอาหารโลกสูงขึ้น รวมทั้งเกิดภาวะอดอยากทั่วโลก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนมีความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงาน เฉพาะอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ยิ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในห้วงหลังการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

กาชาดสิงคโปร์จะบริจาคเงินช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติม

กาชาดสิงคโปร์ (Singapore Red Cross-SRC) แถลงเมื่อ 10 มี.ค.65 ว่า เตรียมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวยูเครนและผู้ที่ได้รับผลกระทบประเทศข้างเคียง อาทิ ชาวโปแลนด์ ชาวฮังการี ชาวลิทัวเนีย ชาวสโลวะเกีย ชาวมอลโดวา และชาวโรมาเนีย เพิ่มอีก 2.4 ล้านดอลลาห์สิงคโปร์ (ประมาณ 58 ล้านบาท) ผ่านสภากาชาดยูเครน (Ukrainian Red Cross Society-URCS) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (The International Federation Of Red Cross And Red Crescent Societies-IFRC) เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ รวมถึงตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ การสร้างที่พักพิงฉุกเฉิน การส่งเสริมด้านสุขอนามัย และการสนับสนุนด้านจิตสังคม