ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะร่วมประชุมฉุกเฉินกับ กห.สหรัฐฯ ที่รัฐเวอร์จิเนีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าร่วมการประชุม จนท.ระดับสูง กห.สหรัฐฯ วาระฉุกเฉิน ที่ฐานทัพนาวิกโยธินควอนติโก เมืองควอนติโก รัฐเวอร์จิเนีย ใน 30 ก.ย.68 หลังนายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ มีคำสั่งเรียกตัว จนท.ระดับสูง กห.สหรัฐฯ จากทั่วโลก เพื่อเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว การประชุมคาดว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางและแนวดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งจะมุ่งเน้นการเตรียมพร้อมรับมือกับจีนและใช้กำลังทหารรักษาความมั่นคงในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ดี การเรียกประชุมดังกล่าวก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ จนท.ที่มารวมตัวกัน ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อระดมพลกลับสหรัฐฯ ตลอดจนความเป็นไปได้ที่อาจเกิดการสั่งปลด จนท.ระดับสูง กห.สหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ซึ่ง รมว.กห.สหรัฐฯ เคยให้คำมั่นว่าจะลดจำนวนนายทหารชั้นนายพลลงกว่าร้อยละ 20

จีนและเกาหลีเหนือเห็นพ้องต่อต้านลัทธิอำนาจนิยม

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน พบหารือกับนาย Choe Son Hui รมว.กต.เกาหลีเหนือ ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 28 ก.ย.68 โดยเห็นพ้องในการต่อต้านลัทธิอำนาจนิยม  และเอกภาคีนิยม  ในกิจการระหว่างประเทศ ซึ่งมีนัยหมายถึงสหรัฐฯ นายหวังระบุว่า จีนพร้อมกระชับความร่วมมือกับเกาหลีเหนือในทุกระดับ ต่อต้านอำนาจนิยมทุกรูปแบบ พร้อมปกป้องผลประโยชน์ร่วม ความยุติธรรมและความเป็นธรรมระหว่างประเทศ ขณะที่นาย Choe กล่าวสนับสนุนแนวคิดประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อมนุษยชาติ และข้อริเริ่มธรรมาภิบาลโลก (Global Governance Initiative-GGI) ของจีน เนื่องจากมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมโลกแบบหลายขั้วอำนาจ

รมว.กต.ญี่ปุ่นพบหารือกับ รมว.กต.ไทย

นายอิวายะ ทาเกชิ รมว.กต.ญี่ปุ่น ซึ่งเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) ได้พบหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ไทย เมื่อ 26 ก.ย.68 ที่สหรัฐฯ นายอิวายะยินดีที่นายสีหศักดิ์ ดำรงตำแหน่ง รมว.กต.รวมทั้งเสียใจต่อเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางทหารกับกัมพูชา พร้อมกับคาดหวังให้ไทยและกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และมีการเจรจา  และยืนยันว่าญี่ปุ่นจะยังคงส่งเสริมการลดความตึงเครียดของสถานการณ์  อีกทั้งจะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน  และการครบรอบ 140 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2570  นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนไทยที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) และสนับสนุน OECD ในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ครั้งที่ 2 หลัง OECD ประสบความสำเร็จในการจัดประชุมครั้งแรกที่กรุงเทพฯ

UN ร่วมหารือกับไทยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง ASEAN กับ UN และการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงเมื่อ 26 ก.ย. 68 ภายหลังการหารือกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ไทย ว่า UN ยินดีให้ความร่วมมือใกล้ชิดกับไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาที่ยั่งยืน และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงยังร่วมหารือในประเด็นสถานการณ์ระดับภูมิภาค และแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ASEAN กับ UN เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาร่วมกันในภูมิภาค

จีนเริ่มไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าพีแคนจากเม็กซิโกและสหรัฐฯ

โฆษก พณ.จีน แถลงเมื่อ 25 ก.ย.68 ประกาศเริ่มไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าพีแคน (pecan หรือ carya illinoensis) จากเม็กซิโกและสหรัฐฯ เนื่องจากมีหลักฐานบ่งชี้ว่าสินค้าดังกล่าวจากทั้งสองประเทศมีการทุ่มตลาดและสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในจีน โดยทางการจีนจะดำเนินการไต่สวนตามกฎหมาย และจะพิจารณาผลการไต่สวนอย่างเป็นกลาง เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งคาดว่าการไต่สวนจะเสร็จสิ้นภายใน 25 ก.ย.69 และอาจขยายเวลาการไต่สวนได้อีก 6 เดือน ในกรณีมีเหตุพิเศษ

WHO ยืนยันไม่มีหลักฐานการใช้ยาพาราเซตามอลระหว่างตั้งครรภ์จะเกิดภาวะออทิสติก

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ไม่มีหลักฐานชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันการใช้ยา acetaminophen (พาราเซตามอล) ระหว่างตั้งครรภ์เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะออทิสติก แม้มีการศึกษาเชิงลึกและครอบคลุมจำนวนมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่สาเหตุที่แท้จริงของภาวะออทิสติกยังไม่ทราบแน่ชัด และมีหลายตัวแปรที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี WHO ระบุว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าวัคซีนสำหรับเด็กไม่ก่อให้เกิดภาวะออทิสติก หรือความผิดปกติด้านพัฒนาการ ทั้งนี้ WHO แนะนำให้สตรีตั้งครรภ์ใช้ยาทุกชนิดด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักวิชาการด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด

สหรัฐฯ จะไม่ยินยอมให้อิสราเอลผนวกรวมเขตเวสต์แบงก์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อ 25 ก.ย.68 ว่า จะไม่ยอมให้อิสราเอลผนวกดินแดนเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นผลหลังจากการเจรจากับผู้นำชาติอาหรับ เกี่ยวกับแผนสันติภาพ 21 ข้อ เพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซา และอยู่ระหว่างพิจารณาแผนในขั้นตอนสุดท้ายร่วมกัน คาดว่าประเทศอาหรับเรียกร้องให้ระบุถึงการฟื้นฟูฉนวนกาซา ซึ่งรวมถึงการคัดค้านกรณีอิสราเอลผนวกเขตเวสต์แบงก์ เพิ่มเติมจากกรอบข้อเสนออื่น ๆ ของสหรัฐฯ อาทิ การปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด การหยุดยิง แนวทางการปกครองฉนวนกาซา โดยปราศจากกลุ่มฮะมาส และข้อเสนอให้อิสราเอลถอนกองกำลังออกจากฉนวนกาซา โดยเจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน รมว.กต.ซาอุดีอาระเบีย ยืนยันกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า การผนวกรวมเขตเวสต์แบงก์จะบั่นทอนสันติภาพของฉนวนกาซา ตลอดจนสันติภาพโลก ส่วนประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่า สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป จะคัดค้านการผนวกเขตเวสต์แบงก์ของอิสราเอล เพื่อส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคตามข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords)

ผู้นำสูงสุดเวียดนามมีแผนจะเยือนเกาหลีเหนือ

นสพ.The Straits Time รายงานเมื่อ 25 ก.ย.68 ว่า พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ผู้นำสูงสุดเวียดนาม จะเยือนเกาหลีเหนือใน ต.ค.68 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ผู้นำสูงสุดเวียดนามเยือนเกาหลีเหนือเมื่อปี 2550 ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด แต่ไม่มีกิจกรรมการค้าระหว่างกัน

สหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีต่อสงครามรัสเซีย – ยูเครน

สนข.นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อ 23 ก.ย.68 ว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเปลี่ยนท่าทีต่อการยุติความรุนแรงและความขัดแย้งในสงครามรัสเซีย – ยูเครน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่า พันธมิตรเนโตควรโจมตีเครื่องบินรบของรัสเซียได้ หากมีการรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศสมาชิก และระบุผ่าน Truth​ Social ว่า ได้รับทราบสถานการณ์ที่แท้จริงด้านการทหารและเศรษฐกิจของยูเครนกับรัสเซีย และเห็นว่าเศรษฐกิจรัสเซียกำลังอ่อนแอ่ลง ตลอดจนมองว่ายูเครนสามารถยึดดินแดนคืนจากรัสเซียได้ ด้วยการสนับสนุนทางการเงินจากยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งจากเนโต

EU ผลักดันโครงการกำแพงโดรนเพื่อรับมือรัสเซีย

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะเร่งเดินหน้าโครงการกำแพงโดรนตามแนวชายแดนด้านตะวันออกของประเทศสมาชิกเพื่อป้องกันการรุกล้ำน่านฟ้า หลังรัสเซียถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดรนปรากฏเหนือสนามบินโคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก จนทำให้ต้องปิดทำการเกือบ 4 ชั่วโมง และก่อนหน้านี้ยังมีการละเมิดน่านฟ้าในโปแลนด์ โรมาเนีย และเอสโตเนีย โดยคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า กำแพงโดรนจะมุ่งเน้นทั้งการตรวจจับและการตอบโต้ และอาจใช้งบประมาณจากกองทุนกู้ยืมด้านกลาโหมมูลค่า 150,000 ล้านยูโร ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 7 ประเทศยุโรปตะวันออก ได้แก่ เอสโตเนีย ลัตเวีย ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย บัลแกเรีย รวมถึงยูเครน และล่าสุดเดนมาร์ก เข้าร่วมโครงการดังกล่าว