ไทยส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือแรงงานกัมพูชาที่กลับจากไทยและกักตัวหรือรักษาโรค COVID-19

สำนักข่าวAKP ของทางการกัมพูชารายงานเมื่อ 5 ต.ค.64 ว่า นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยในราชธานีพนมเปญ กัมพูชา ส่งมอบอาหารสำเร็จรูป น้ำดื่ม หน้ากากอนามัย ถุงมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็น ให้กับนาย Tea Seiha ผู้ว่าราชการจังหวัดเสียมราฐ กัมพูชา เพื่อช่วยเหลือแรงงานกัมพูชาที่กลับจากไทยและอยู่ระหว่างกักตัวหรือรักษาตัวจากโรค COVID-19 โดยนาย Tea Seiha กล่าวขอบคุณไทยสำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้ และขอให้ไทยช่วยอำนวยความสะดวกต่อแรงงานกัมพูชาที่ต้องการกลับประเทศ พร้อมระบุว่า ปัจจุบัน มีแรงงานกัมพูชามากกว่า 6,000 คน อยู่ในศูนย์กักตัวรวม 47 แห่งทั่วจังหวัด และจังหวัดได้เตรียมพื้นที่อีก 60 แห่งเพื่อรองรับการกักตัวในกรณีจำเป็น

สหรัฐฯ จะรื้อฟื้นการเจรจากับจีนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1

สำนักข่าวPolitico รายงานเมื่อ 4 ต.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของนางแคทเทอรีน ไท ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (US Trade Representative-USTR) เกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ต่อจีนว่า สหรัฐฯ จะไม่ขยายความตึงเครียดทางการค้ากับจีน แต่จะยังคงเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมากกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บังคับใช้ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จนกว่าจะเจรจากับจีนได้สำเร็จ โดยนางไทจะหารือกับจีนในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้จีนปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามเมื่อ ม.ค.63 และหยิบยกข้อห่วงกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับแนวปฏิบัติทางการค้าของจีนที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด และไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะเปิดการพิจารณายกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนบางรายการ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคเอกชนสหรัฐฯ

OHCHR เรียกร้องไทยเร่งพิจารณาและบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights-OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุเมื่อ 4 ก.ย.64 แสดงความยินดีกรณีไทยรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เมื่อ 16 ก.ย.64 พร้อมทั้งเรียกร้องไทยเร่งพิจารณา พ.ร.บ. ดังกล่าวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน และบังคับใช้โดยเร็ว อาทิ การนิยามอาชญากรรมการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายตามกฎหมายระหว่างประเทศ และการเพิ่มบทกำหนดความผิดทางอาญาหรือการได้คำให้การหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ตลอดจนเรียกร้องไทยให้ปฏิบัติตามคำมั่นตามกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review-UPR) ของสหประชาชาติเมื่อปี 2559 และปี 2562 ในการภาคยานุวัติอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance-ICPPED) และพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่น ๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม…

วัคซีน Pfizer ของสหรัฐฯ ช่วยป้องกันผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 รุนแรงได้ร้อยละ 90

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ เมื่อ 5 ต.ค.64 เผยแพร่ผลการวิจัยของสถาบัน Pfizer and Kaiser Permanente ที่ชี้ว่า วัคซีนป้องกันเชื้อ COVID-19 ของบริษัท Pfizer มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้ป่วยไม่ให้ติดเชื้อรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาตัวได้ร้อยละ 90 และป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาได้นานประมาณ 6 เดือน  ซึ่งผลการวิจัยดังกล่าวอาจกระตุ้นให้มีการฉีดวัคซีนมากขึ้นในสหรัฐฯ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก  ทั้งนี้  วัคซีนของบริษัท Pfizer นิยมใช้มากที่สุดในสหรัฐฯ โดยมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้ร้อยละ 88 ขณะที่วัคซีนของบริษัท Moderna มีประสิทธิภาพร้อยละ 93 ส่วนวัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson มีประสิทธิภาพร้อยละ 71 ซึ่งปัจจุบันบริษัท Johnson & Johnson เตรียมขอให้องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (Food and Drug Administration-FDA) พิจารณารับรองการใช้วัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันแก่ชาวอเมริกันที่ได้รับวัคซีนของบริษัทซึ่งเป็นชนิดฉีดเข็มเดียว

สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพร่วมการประชุม OECD และกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับฝรั่งเศส

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนฝรั่งเศส ระหว่าง 5-6 ต.ค.64เพื่อเป็นผู้แทนรัฐบาลสหรัฐฯ  เป็นเจ้าภาพร่วมในการประชุมระดับรัฐมนตรีองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) ที่ปารีส  ซึ่งจะมีจีนเข้าร่วมการประชุมโดยเป็นผู้สังเกตการณ์ นอกจากนี้ นายบลิงเคนจะกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับฝรั่่งเศส  หลังจากฝรั่งเศสไม่พอใจกรณีสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลียตั้งกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง 3 ฝ่าย (AUKUS) โดยจะหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก การแก้ไขวิกฤตโลกร้อน และการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

สหรัฐฯ ห่วงกังวลกรณีจีนปฏิบัติการทางทหารแข็งกร้าวบริเวณไต้หวัน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 3 ต.ค.64 แถลงว่า สหรัฐฯ ห่วงกังวลอย่างยิ่งกรณีจีนปฏิบัติการทางการทหารแข็งกร้าวใกล้ไต้หวัน โดยสหรัฐฯ เห็นว่าเป็นการดำเนินกิจกรรมด้านการทหารที่บั่นทอนเสถียรภาพและสันติภาพของภูมิภาค รวมทั้งเสี่ยงต่อการคาดการณ์ผิดพลาด (miscalculation) จึงเรียกร้องให้จีนยุติการกดดันไต้หวันด้วยมาตรการด้านการทหาร การทูต รวมทั้งเศรษฐกิจ พร้อมกันนี้ โฆษกสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะช่วยเหลือไต้หวันเพื่อรักษาความสามารถในการป้องกันตนเอง รวมทั้งจะร่วมมือกับพันธมิตรและหุ้นส่วนเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์กับไต้หวันต่อไป

สหรัฐฯ ย้ำเป้าหมายต้องการให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์

นายเนด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 4 ต.ค.64 ว่า ย้ำนโยบายของสหรัฐฯ ต่อคาบสมุทรเกาหลี สหรัฐฯดำรงเป้าหมายให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์  เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและสร้างความปลอดภัยในภูมิภาค รวมทั้งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และทหารอเมริกันที่ประจำการในคาบสมุทรเกาหลี โดยสหรัฐฯ ไม่มุ่งหมายเป็นศัตรู แต่ยังคงใช้แนวทางการทูตต่อเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ กังวลที่เกาหลีเหนือละเมิดข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) กรณีการทดสอบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง พร้อมกับเรียกร้องให้เกาหลีเหนือปฏิบัติตามข้อมติ UNSC พร้อมกับย้ำว่าสหรัฐฯ  ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมทั้งต้องการเจรจากับเกาหลีเหนือโดยไม่กำหนดเงื่อนไข

รัฐบาลตอลิบันต้องการให้อินเดียอนุญาตเปิดการบินระหว่างอินเดีย-อัฟกานิสถานอีกครั้ง

สำนักข่าวPajhwok รายงานเมื่อ 30 ก.ย.64 ว่า รัฐบาลตอลิบันต้องการให้รัฐบาลอินเดียพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะอนุญาตให้สายการบินพาณิชย์ทำการบินเส้นทางอินเดีย-อัฟกานิสถานอีกครั้ง รวมทั้ง เรียกร้องให้อินเดียพิจารณามอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาชาวอัฟกานิสถานเช่นเดิมด้วย โดยรัฐบาลตอลิบันได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการถึง ผู้อำนวยการการบินพาณิชย์อินเดียเมื่อ 28 ก.ย.64 โดยนาย Amir Khan Muttaqi รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอัฟกานิสถานเรียกร้องให้รัฐบาลอินเดียพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาชาวอัฟกานิสถานที่ได้รับทุนการศึกษาในอินเดียสามารถเดินทางเข้าอินเดียได้

อินเดียวิตกที่จีนระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าประจำการบริเวณแนวเส้น LAC เพิ่มต่อเนื่อง

สำนักข่าว The Times of India รายงานเมื่อ 3 ต.ค.64 อ้างคำกล่าวของ พล.อ. Manoj Mukund Naravane ผู้บัญชาการกองทัพบกอินเดีย ว่า ห่วงกังวลกรณีจีนระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าประจำการบริเวณแนวเส้น Line of Actual Control (LAC) เพิ่มต่อเนื่อง ทำให้อินเดียจำเป็นต้องระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าประจำการบริเวณดังกล่าวเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการระดมพลของจีน อย่างไรก็ดี พล.อ. Naravane คาดหวังว่า อินเดียและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงถอนกำลังทหารที่ประจำการตามจุดต่าง ๆ เพิ่มเติมผ่านการพูดคุยระดับ ผู้บัญชาการหน่วยทหารในพื้นที่ ครั้งที่ 13 ซึ่งคาดว่า จะมีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ อินเดียและจีนบรรลุข้อตกลงถอนกำลังทหารบริเวณทะเลสาบ Pangong Tso เมื่อ ก.พ.64

ฝรั่งเศสจับกุมเยาวชนชายแนวคิดหัวรุนแรงนิยมอดอล์ฟ ฮิตเลอร์

สำนักข่าว Anadolu Agency รายงานอ้างหนังสือพิมพ์ Le Parisien ของฝรั่งเศส เมื่อ 3 ต.ค.64 กรณีกองอำนวยการความมั่นคงภายใน (Direction générale de la sécurité intérieure-DGSI) จับกุมเยาวชนชาย อายุ 19 ปี ซึ่งสื่อเรียกว่า Simon ในข้อหาวางแผนเตรียมก่อเหตุโจมตีโรงเรียนมัธยมปลายที่เคยศึกษาอยู่และมัสยิดในละแวกบ้านในแคว้น Seine-Maritime ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นาย Simon มีแนวคิดหัวรุนแรงนิยมอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ โดยเตรียมก่อเหตุใน 20 เม.ย.65 ซึ่งเป็นวันเกิดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบสอง จากการตรวจค้นบ้านพักพบอาวุธมีด 20 เล่ม อาวุธปืนอย่างน้อย 3 กระบอก และสมุดจดที่ตั้งชื่อตามหนังสือของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ กว่า 20 เล่ม ทั้งนี้ นาย Simon สารภาพว่าต้องการก่อเหตุที่โรงเรียนเก่าเพราะเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศและล้อเลียนจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน อีกทั้งไม่พอใจที่รัฐบาลฝรั่งเศสไม่จัดการกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงอย่างเด็ดขาด