ทาจิกิสถานวิตกต่อวิกฤติผู้อพยพชาวอัฟกัน และการแฝงตัวของกลุ่มก่อการร้าย

สำนักข่าว RT ของรัสเซีย รายงานการให้สัมภาษณ์ของนาย Ramazon Rahimov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทาจิกิสถานเมื่อ 2 ก.ย.64 ว่า ทาจิกิสถานเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันจัดการกลุ่มผู้อพยพชาวอัฟกันที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากสหรัฐฯ ถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน ซึ่งทาจิกิสถานวิตกต่อวิกฤติผู้อพยพชาวอัฟกัน เนื่องจากประเทศกำลังขาดแคลนทรัพยากรในการให้ความช่วยเหลือ อีกทั้งไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับผู้อพยพจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังกังวลต่อกลุ่มติดอาวุธหรือกลุ่มก่อร้ายที่อาจแฝงตัวเป็นผู้อพยพ ซึ่งอุซเบกิสถานและเติร์กเมนิสถานสั่งปิดพรมแดนติดอัฟกานิสถานไปแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อ ก.ค.64 นาย Emomali Ibrokhimzoda รองประธานคณะกรรมการสถานการณ์ฉุกเฉินทาจิกิสถาน ให้คำมั่นว่า ทาจิกิสถานพร้อมรับผู้อพยพ 100,000 คน และจะทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อม โดยรัฐบาลจัดสรรพื้นที่ประมาณ 70 เฮกตาร์ (700,000 ตารางเมตร) สำหรับผู้อพยพตามแนวชายแดนอัฟกานิสถาน (ทาจิกิสถานและอัฟกานิสถานมีพรมแดนติดกัน 1,344 กิโลเมตร)

ยูเครนจะปฏิบัติภารกิจด้านอวกาศบนดวงจันทร์ครั้งแรกในปี 2565

เว็บไซต์ Ukrinform ของยูเครน รายงานอ้างคำกล่าวของนาย Pavlo Tanasyuk ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารบริษัท Spacebit ของสหราชอาณาจักร ว่า บริษัทฯ จะร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรจากสหรัฐฯ ดำเนินภารกิจด้านอวกาศครั้งแรกของยูเครนไปยังดวงจันทร์ ภายในปี 2565 โดยจะส่งอุปกรณ์สำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ ค่าใช้จ่ายประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภารกิจครั้งนี้จะทำให้ยูเครนเป็นอีกประเทศที่เข้าร่วมขนส่งอุปกรณ์ไปยังดาวเทียม ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 3 ประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านขนส่งทางอวกาศ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ภารกิจดังกล่าวยังช่วยฟื้นฟูบทบาทยูเครนในฐานะประเทศเทคโนโลยีด้านอวกาศในเวทีระหว่างประเทศ และเป็นการเริ่มต้นพัฒนาโครงการอวกาศในประเทศโดยอาศัยความร่วมมือกับภาครัฐ อนึ่ง บริษัท Spacebit เป็นบริษัทเอกชนสัญชาติอังกฤษ ก่อตั้งโดยนาย Pavlo Tanasyuk ชาวยูเครน เมื่อปี 2557 เป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์อวกาศ สำหรับภารกิจบนดวงจันทร์และดาวเคราะห์ รวมถึงเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลอวกาศ และแนวคิดการสำรวจอวกาศของหุ่นยนต์ ซึ่งรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) และไมโครโบติกชั้นสูง (advanced microbotics)

สหรัฐฯ เตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ของบริษัท Pfizer ให้กับประชาชน

สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อ 5 ก.ย.64 อ้างคำกล่าวของนายแพทย์แอนโทนี ฟาวชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อของสหรัฐฯ และที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ว่า องค์การอาหารและยาและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ อาจอนุมัติการฉีดวัคซีน COVID-19 เข็มที่ 3 ของบริษัท Pfizer เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนใน 20 ก.ย.64 ส่วนวัคซีนเข็มที่ 3 ของบริษัท Moderna ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อนึ่ง สหรัฐฯ ฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับประชาชนครบ 2 เข็มแล้วมากกว่า 95 ล้านคน และจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วอย่างน้อย 8 เดือน เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค

อินโดนีเซีย-สหรัฐฯ จะจัดการฝึกซ้อมร่วมทางอากาศเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

หนังสือพิมพ์Antaranews รายงานเมื่อ 4 ก.ย.64 ว่า กองทัพอากาศอินโดนีเซียและสหรัฐฯ จะจัดการฝึกซ้อมร่วมกันเพื่อเตรียมรับมือภัยพิบัติ ในชื่อการฝึกร่วมทางอากาศนานาชาติ Pacific Airlift Rally 2021 ที่เมือง Mataram บนเกาะลอมบอก อินโดนีเซีย ระหว่าง 6-10 ก.ย.64 โดยจะมีกำลังพลจากกองทัพอากาศอินโดนีเซีย จำนวน 84 นาย เข้าร่วมการสัมมนาและการฝึกเกี่ยวกับความร่วมมือในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การบรรเทาภัยพิบัติ และฝึกเทคนิคการบิน ทั้งนี้ Pacific Airlift Rally เป็นงานสัมมนาด้านอากาศที่จัดขึ้นทุกสองปี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางทหารกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และช่วยพัฒนาศักยภาพในการตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ

บริษัทเลบานอนเพิ่มการลงทุนในกิจการเครือข่ายโทรคมนาคมของเมียนมา

สำนักข่าวBloomberg รายงานเมื่อ 4 ก.ย.64 ว่า M1 Group บริษัทการลงทุนของเลบานอน ประกาศเพิ่มการลงทุนในกิจการเครือข่ายโทรคมนาคมของเมียนมา มูลค่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีการส่งข้อมูลด้วยความเร็วผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และการบริการ ในระยะเวลาการลงทุน 3 ปี หลังจากที่ M1 Group ซื้อกิจการเครือข่ายโทรคมนาคมในเมียนมาต่อจากบริษัทโทรคมนาคม Telenor ของนอร์เวย์ เมื่อ ก.ค.64 มูลค่าการซื้อขาย 105 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้ปัจจุบัน M1 Group เป็นหนึ่งในสี่ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลัก ของเมียนมา โดยมีผู้ใช้บริการ 19 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 54.7 ล้านคน

ดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ประกาศ Lockdown เนื่องจากสถานการณ์ด้านความมั่นคง

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 3 ก.ย.64 ว่า ทางการดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ของอินเดียประกาศ Lockdown และตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมทั้งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเมือง Srinagar ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง เมื่อ 2 ก.ย.64 หลังนาย Syed Ali Shah Geelani (อายุ 91 ปี/2564) อดีตผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนแคชเมียร์เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว เมื่อ 1 ก.ย.64 ที่บ้านพักในเมือง Srinagar ดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ ขณะต้องโทษกักขังในบ้านพัก โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลังตั้งจุดตรวจความมั่นคงรอบพื้นที่ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม เมื่อ 2 ก.ย.64 เนื่องจากผู้ชุมนุมขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ แต่ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏเหตุก่อการร้ายในพื้นที่

สหรัฐฯ รื้อฟื้นการให้ความช่วยเหลือด้านมุนษยธรรมแก่อัฟกาสถาน

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 3 ก.ย.64 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ รื้อฟื้นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อัฟกานิสถาน ผ่านสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (United States Agency for International Development-USAID) มูลค่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสหรัฐฯ ระงับความช่วยเหลือดังกล่าวชั่วคราวตั้งแต่ 15 ส.ค.64 เพราะกลุ่มตอลิบันควบคุมอำนาจทางการเมือง ทั้งนี้ ความช่วยเหลือดังกล่าวจะมอบผ่านองค์การระหว่างประเทศที่ดำเนินกิจกรรมอยู่ในพื้นที่ โดยครอบคลุมอาหาร ยารักษาโรค และความช่วยเหลืออื่น ๆ เพื่อบรรเทาวิกฤตเศรษฐกิจในอัฟกานิสถาน ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่า สหรัฐฯ ต้องการทดสอบกลุ่มตอลิบันในการควบคุมความสงบในประเทศให้เอื้อต่อการรับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่เตรียมรื้อฟื้นความช่วยเหลือกรอบอื่น ๆ เช่น กองทุนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาทุกข์หลังเกิดภัยพิบัติ มูลค่า 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐฯ คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอิหร่านที่คุกคามชาวอิหร่านในต่างประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 3 ก.ย.64 ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คว่ำบาตรนาย Alireza Shahvaroghi Farahani เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองอิหร่านและเครือข่ายอีก 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการข่มขู่คุกคามชาวอิหร่านในต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งผู้สื่อข่าวและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนชาวอิหร่านในสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำว่าจะต่อต้านรัฐบาลที่ข่มขู่คุกคามประชาชนในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ สันติภาพและความมั่นคง

เกาหลีใต้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาขีปนาวุธประสิทธิภาพสูง

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 2 ก.ย.64 อ้างแหล่งข่าวว่า เกาหลีใต้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาขีปนาวุธจากพื้นสู่พื้น สามารถติดหัวรบน้ำหนัก 3 ตัน มีระยะการบิน 350-400 กิโลเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากับอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี โดยขีปนาวุธดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถเจาะอุโมงค์ใต้ดินเพื่อทำลายศูนย์ควบคุมขีปนาวุธในชั้นใต้ดิน และทำลายอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missiles-ICBM) ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เผยแพร่แผนการพัฒนาด้านการป้องกันประเทศห้วงปี 2565-2569 ซึ่งจะใช้งบประมาณ 315.2 ล้านล้านวอน (273,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 ของค่าเฉลี่ยงบประมาณด้านกลาโหม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีปนาวุธที่มีขีดความสามารถทำลายล้างสูง การประจำการระบบป้องกันขีปนาวุธเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากปืนใหญ่ระยะไกลและเพิ่มขีดความสามารถของระบบต่อต้านขีปนาวุธ Patriot ซึ่งสะท้อนว่า เกาหลีใต้อาจประจำการขีปนาวุธดังกล่าวภายในปี 2569 และต้องทดสอบการยิงหลายครั้งก่อนประจำการ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยกเลิกนโยบายจำกัดการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีใต้ เมื่อ พ.ค.64 ซึ่งเปิดโอกาสให้เกาหลีใต้สามารถพัฒนาขีปนาวุธทุกชนิด รวมถึง ICBM และขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ (Submarine-Launced Ballistic Missiles-SLBM)

ผู้สนับสนุนกลุ่ม IS ในนิวซีแลนด์ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต หลังก่อเหตุไล่แทงประชาชนในห้างสรรพสินค้า

หนังสือพิมพ์นิวซีแลนด์ เฮอร์รัลด์ของนิวซีแลนด์รายงานเมื่อ 3 ก.ย.64 อ้างคำแถลงของนางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ผู้ก่อเหตุร้ายไล่แทงประชาชนในซุปเปอร์มาเก็ตของห้างสรรพสินค้า New Lynn Countdown ในนครโอ๊คแลนด์ เวลา 14.40 น. ในวันเดียวกัน (เวลาท้องถิ่นนิวซีแลนด์) ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 6 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 3 คน ก่อนถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ผู้ก่อเหตุดังกล่าวเป็นชาวศรีลังกาที่มีแนวคิดสนับสนุนอุดมการณ์กลุ่ม Islamic State (IS) และเป็นเป้าหมายด้านความมั่นคงของนิวซีแลนด์ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งอพยพมาพำนักในนิวซีแลนด์ตั้งแต่ปี 2554 ก่อนหน้านี้ เคยถูกจับกุมในข้อหาวางแผนก่อเหตุร้ายโดยลำพัง (Lone wolf attack) และทางการนิวซีแลนด์เชื่อว่า การก่อเหตุครั้งนี้เป็นการก่อเหตุโดยลำพัง โดยทางการเฝ้าระวังและสะกดรอยติดตามผู้ก่อเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่นิวซีแลนด์ได้สะกดรอยผู้ก่อเหตุตั้งแต่ออกจากบ้านพักจนถึงสถานที่ก่อเหตุและสามารถหยุดเหตุร้ายได้ในภายใน 1 นาที