IOM ให้ความช่วยเหลือไทยและกัมพูชา จัดการแรงงานกัมพูชาในไทยที่ต้องการกลับประเทศ

หนังสือพิมพ์Khmer Times ฉบับ 1 ก.ย.64 รายงานอ้างคำกล่าวของนาง Kristin Parco ผู้อำนวยการองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration-IOM) ประจำกัมพูชา ว่า IOM จะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลไทยและกัมพูชาในการจัดการแรงงานกัมพูชาในไทยที่ต้องการจะเดินทางกลับกัมพูชา ในพื้นที่ จังหวัดพระตะบอง บันเตียเมียนเจย อุดรมีชัย เสียมราฐ และไปรเวง จำนวนประมาณ 100,000 คน ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งแรงงานดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุข ถูกกดขี่ ขาดสภาพคล่องทางการเงินและเป็นหนี้ ทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น ปัจจุบัน IOM ประสานความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ และองค์กรพัฒนาเอกชน (Non Governmental Organizations-NGOs) ท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารการให้บริการด้านสาธารณสุขและส่งเสริมให้แรงงานมีส่วนร่วมในชุมชน รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานในกัมพูชาเพื่ออำนวยความสะดวกต่อกิจการที่เกี่ยวข้อง ด้านนาย Pen Kosal ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ประสานความร่วมมือกับ IOM เพื่อแจกของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันโรค COVID-19 แก่แรงงานกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

UNSC ขยายระยะเวลาภารกิจของ UNIFIL ในเลบานอนอีก 1 ปี

สถานีโทรทัศน์ MTV ของเลบานอน รายงานการแถลงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) เมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า UNSC จะขยายระยะเวลาของกองกำลังชั่วคราวของสหประชาชาติในเลบานอน (United Nations Interim Force in Lebanon-UNIFIL) ออกไปจนถึง ส.ค.64 โดยข้อมติ UNSC ที่ 2591 (ปี 2564) ซึ่งได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ประณามการละเมิดเส้นเขตแดน Blue Line ซึ่งกั้นระหว่างอิสราเอล-เลบานอน ทั้งทางบกและทางอากาศ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพการยุติการสู้รบ หลีกเลี่ยงการละเมิดเส้นเขตแดน Blue Line และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับ United Nations (UN) และ UNIFIL รวมถึงเรียกร้องให้อิสราเอลประสานงานกับ UNIFIL เพื่อเร่งถอนทหารออกจากพื้นที่ทางตอนเหนือของ Ghajar (หมู่บ้านชายแดนระหว่างอิสราเอล-เลบานอน)

สหราชอาณาจักรอาจปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่ม ISIS-KP ในอัฟกานิสถาน

นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ ITV เมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า สหราชอาณาจักรอาจปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่ม The Islamic State of Khorasan Province (ISIS-KP) ในอัฟกานิสถาน ตามสิทธิในการป้องกันตนเอง โดยสหราชอาณาจักรมีบทบาทสำคัญร่วมกับประเทศพันธมิตรในการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธ ที่เป็นภัยคุกคามต่อสหราชอาณาจักรและพันธมิตร นอกจากนี้ นายราบได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า การเปิดเส้นทาง Abbey Gate ซึ่งเป็นเส้นทางสู่สนามบินนานาชาติ Hamid Karzai ในกรุงคาบูล เพื่อให้สหราชอาณาจักรอพยพออกจากอัฟกานิสถาน เป็นสาเหตุที่ทำให้กลุ่ม ISIS-KP ก่อเหตุระเบิดที่สนามบิน จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 170 คน ในจำนวนนี้เป็นทหารสหรัฐฯ 13 นาย

ชาวอเมริกันส่วนใหญ่สนับสนุนการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน

สำนักข่าววีโอเอรายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 อ้างผลสำรวจความเห็นของชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ต่อนโยบายถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถาน จัดทำโดย Pew Research Center พบว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 54 เห็นด้วยกับการถอนทหาร ขณะที่ร้อยละ 42 ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ดี ชาวอเมริกันร้อยละ 69 เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่บรรลุเป้าหมายในการดำเนินนโยบายต่ออัฟกานิสถาน เพราะไม่สามารถยุติความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายได้  ทั้งนี้ การสำรวจความเห็นของชาวอเมริกันมีขึ้นระหว่างที่สหรัฐฯ เดินหน้านโยบายถอนทหารให้ทัน 31 ส.ค.64 ขณะที่นานาชาติวิตกว่าสถานการณ์ในอัฟกานิสถานจะไม่ปลอดภัยมากขึ้น ด้านประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนแถลงเมื่อ 31 ส.ค.64 ยืนยันว่านโยบายการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ บางส่วนสนับสนุนกฎหมายห้ามผูกขาดการชำระเงินภายในแอปพลิเคชัน

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 ว่า สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ บางส่วน เฉพาะอย่างยิ่งวุฒิสมาชิก Richard Blumenthal สังกัดพรรคเดโมแครต  สนับสนุนให้สหรัฐฯ ออกกฎหมายห้ามบริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันรายใหญ่ผูกขาดช่องทางและวิธีการชำระเงิน โดยระบุว่า กฎหมายดังกล่าวจะทำให้ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันรายย่อยมีทางเลือกในการชำระเงินมากขึ้น รวมทั้งเป็นการคุ้มครองผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาช่องทางในการชำระเงินใหม่ ๆ ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกาหลีใต้ผ่านกฎหมายห้ามบริษัท Google และ Apple ผูกขาดช่องทางการชำระเงินภายในแอปพลิเคชัน (in-app payment systems) เนื่องจากพบว่าทั้ง 2 บริษัทเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึงร้อยละ 30

สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นเห็นพ้องจะร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตโลกร้อน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 31 ส.ค.64 เผยแพร่ถ้อยแถลงร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสที่นายจอห์น แคร์รี ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการโลกร้อนเยือนญี่ปุ่น สาระสำคัญ คือ สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นจะร่วมมือกันปฏิบัติตามข้อตกลงปารีส โดยเฉพาะการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ด้วยการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และนโยบายขับเคลื่อน นอกจากนี้ สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นจะร่วมมือกันอย่างน้อย 6 ด้าน ได้แก่ 1) สื่อสารภายในประเทศให้มีเป้าหมายแก้ไขวิกฤตโลกร้อนสอดคล้องกัน 2) ขยายความร่วมมือระหว่างกันด้านการใช้เทคโนโลยีและพลังงานสะอาด 3) ร่วมกันลดการลงทุนในโครงการพลังงานถ่านหินแห่งใหม่ ตามเป้าหมายของกลุ่ม G 7 4) กระตุ้นและส่งเสริมองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รัฐให้ความสำคัญกับการแก้ไขวิกฤตโลกร้อน 5) เพิ่มงบประมาณด้านการส่งเสริมการแก้ไขวิกฤตโลกร้อน และ 6) ร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ รวมทั้งกลุ่ม G 20 เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามข้อตกลงปารีส

สิงคโปร์ให้ผู้ฉีดวัคซีน Sinovac สามารถฉีดวัคซีน mRNA เป็นเข็มกระตุ้น

หนังสือพิมพ์South China Morning Post รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 อ้างการเปิดเผยของนาย Kenneth Mak ผู้อำนวยการฝ่ายบริการทางการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ ว่า ชาวสิงคโปร์ที่ฉีดวัคซีน COVID-19 ของ บริษัทSinovac เมื่อ ก.ค.64 หรือวัคซีนอื่น สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีน Pfizer หรือ Moderna ในโครงการวัคซีนแห่งชาติได้ หลังจากปรากฏรายงานผู้ฉีดวัคซีนของ Sinovac ในสิงคโปร์จำนวนมากมีระดับภูมิคุ้มกันต่ำ โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 0-40 และบางส่วนอยู่ที่ระดับ 200-300  ขณะที่ผู้ฉีดวัคซีนของ  Pfizer อยู่ที่ระดับ 1,300-2,000 ทำให้ชาวสิงคโปร์ที่ฉีดวัคซีน Sinovac เข้ารับการฉีดวัคซีน Pfizer เป็นเข็มที่สามมากขึ้น นอกจากนี้ สิงคโปร์มีแผนฉีดวัคซีนกระตุ้นให้กับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทั้งนี้ วัคซีน Sinovac เป็นวัคซีนทางเลือกของสิงคโปร์ และรัฐบาลนับรวมเป็นผู้ฉีดวัคซีนในประเทศ โดยมีประชาชนฉีดวัคซีนชนิดดังกล่าวครบสองเข็มแล้ว 85,000 คน

กลุ่มตอลิบันอนุญาตให้ 98 ประเทศ สามารถอพยพคนได้ต่อไปหลัง 31 ส.ค.64

หนังสือพิมพ์Pakistan Observer รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า นาย Jake Sullivan ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ระบุเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า กลุ่มตอลิบันได้อนุญาตให้ 98 ประเทศ รวมทั้ง สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ดำเนินกระบวนการอพยพคนหลังสิ้นสุดกำหนดเส้นตายวันที่ 31 ส.ค.64 ได้ โดยหากเป็นชาวอัฟกันจะต้องมีเอกสารจากประเทศที่ต้องการเดินทางไปรับรอง ขณะที่ฝรั่งเศส เยอรมนีและ สหราชอาณาจักร ร่วมกันเสนอให้ออกมติในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อ 30 ส.ค.64 เพื่อจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ขึ้นทีสนามบินนานาชาติ กรุงคาบูล เพื่อให้ชาวอัฟกานิสถานสามารถเดินทางออกนอกประเทศเพื่อลี้ภัยได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องดำเนินการต่อเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการบริหารจัดการเที่ยวบินต่างๆ ซึ่งกาตาร์จะช่วยประสานงานกับสายการบินต่างๆ เพื่อดำเนินการต่อไป

รัสเซียกำลังพัฒนาวัคซีนที่สามารถป้องกันโรค COVID-19 และโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในวัคซีนเดียวกัน

สำนักข่าวTass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า นาย Dmitry Lioznov ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย Smorodintsev ซึ่งเชี่ยวชาญด้านโรคไข้หวัดใหญ่ของรัสเซีย ระบุ เสร็จสิ้นการทดลองระยะก่อนคลินิกในวัคซีนที่มีคุณสมบัติป้องกัน 2 โรค ได้แก่ โรค COVID-19 และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในรูปแบบหยอดจมูกและสเปรย์ โดยกำลังยื่นเอกสารต่อกระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย เพื่อขออนุญาตทดลองทางคลินิกให้ได้ภายในปลายปี 2564

สถาบันวิจัย Vector ของรัสเซียประเมินวัคซีนป้องกัน COVID-19 แบบหยอด/พ่นจมูกจะพร้อมใช้ใน ก.ย.-ต.ค.65

สำนักข่าวTass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า นาย Rinat Maksyutov ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย Vector ผู้พัฒนาวัคซีน EpiVacCorona ของรัสเซีย ระบุ สถาบันวิจัยทั่วโลกรวมถึงสถาบันวิจัย Vector กำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ในรูปแบบหยอดหรือพ่นจมูก โดยส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนทดลองกับสัตว์ซึ่งประเมินจากระยะเวลาการทดลองน่าจะพร้อมใช้งานได้ใน ก.ย.- ต.ค.64 โดยก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัย Gamaleya ผู้พัฒนาวัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย ระบุ จะเข้าสู่ขั้นตอนการทดลองทางคลินิก โดยคาดว่าวัคซีน Sputnik V รูปแบบหยอดหรือพ่นจมูกจะได้รับอนุมัติใช้ในปี 2565