ติมอร์-เลสเตไม่เชื่อว่าเมียนมาจะคัดค้านการเป็นสมาชิกอาเซียน

สนข.UCA News รายงานเมื่อ 3 ก.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของประธานาธิบดีโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา ของติมอร์-เลสเต ว่า การเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบมีความมั่นคงแล้ว และไม่เชื่อว่าการคัดค้านของเมียนมาจะมีความสำคัญ เนื่องจากหลังการรัฐประหาร ทำให้เมียนมามีอิทธิพลที่จำกัดในอาเซียน และติมอร์-เลสเต หากประธานอาเซียน (มาเลเซีย) จะตอบสนองข้อเรียกร้องของเมียนมาก็กระทำได้ แต่กระบวนการจะรับรองติมอร์-เลสเตก็คืบหน้าไปมากแล้ว ขณะที่นาย Valentin da Costa ผอ.องค์กรพัฒนาเอกชนติมอร์-เลสเต (FONGTIL) เชื่อว่าท่าทีดังกล่าวของเมียนมา มาจากจุดยืนของติมอร์-เลสเต ที่สนับสนุนประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในเมียนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG)

สหรัฐฯ ระงับการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือยูเครน

สนข. AP รายงานเมื่อ 3 ก.ค.68 ว่า สหรัฐฯ ระงับการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ประเภทจรวดป้องกันทางอากาศ กระสุนปืนใหญ่อัตตาจร และขีปนาวุธให้ยูเครน เนื่องจากปริมาณยุทโธปกรณ์ลดลง จากการที่สหรัฐฯ ส่งอาวุธเหล่านั้น ไปยังพื้นที่ปฏิบัติการอื่น ๆ เช่น ตะวันออกกลาง โดยอาวุธเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อ​ปฏิบัติการทางทหารรวมถึงการปกป้องชีวิตพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่าง ๆ ของ​ยูเครน ทั้งนี้ การระงับส่งอาวุธยุทโธปกรณ์มีกระแสต่อต้านจากสมาชิกผู้แทนราษฎรจากพรรคริพับลิกัน โดยเห็นว่าสหรัฐฯ ยังคงสามารถสนับสนุนยูเครนต่อไปได้ พร้อมใช้เป็นโอกาส​ในการขยายศักยภาพทางการผลิตและขีดความสามารถในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

อินเดียสนับสนุนบทบาทของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน

  สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานอ้างคำสัมภาษณ์นายบี เอ็น เรดดี ข้าหลวงใหญ่อินเดียประจำมาเลเซีย เมื่อ 3 ก.ค.68 ว่า อินเดียยืนยันสนับสนุนบทบาทมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนปี 2568 โดยเน้นความร่วมมือภายใต้แนวคิด การมีส่วนร่วมและความยั่งยืน รวมถึงความเป็นแกนกลางของอาเซียน พร้อมแสดงความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคผ่านเมียนมา โดยอินเดียหวังเห็นเมียนมามีความมั่นคงและความรุ่งเรือง ทั้งนี้ อินเดียจะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (AMM) และการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ที่มาเลเซีย ด้วยแนวทางที่สร้างสรรค์

รัฐบาลตอลิบันออกนโยบายควบคุมเนื้อหารายการทางการเมือง ห้ามวิจารณ์ และห้ามขัดแย้งนโยบายรัฐ

เว็บไซต์ช่องโทรทัศน์ Amu TV ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 3 ก.ค.68 ว่า รัฐบาลตอลิบันออกคำสั่งว่าด้วยนโยบายการจัดการรายการทางการเมืองในอัฟกานิสถาน โดยมีสาระสำคัญคือ ห้ามสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และแพลตฟอร์มดิจิทัลออกอากาศเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองทุกรูปแบบ และกำหนดให้สื่อทุกประเภทต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าสำหรับหัวข้อรายการ วิทยากรรับเชิญ ตลอดจนเนื้อหาวิเคราะห์หรือความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ และห้ามแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาล โดยรัฐบาลตอลิบันให้เหตุผลว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อธำรงหลักการของศาสนาอิสลาม ส่งเสริมความสามัคคีภายในชาติ และป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อ ทั้งนี้ การจำกัดเสรีภาพสื่อในอัฟกานิสถานมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กลุ่มตอลิบันขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2564 โดยปรากฏกรณีการควบคุมตัวผู้สื่อข่าว การจำกัดบทบาทสตรีในวงการสื่อมวลชน และการปิดกิจการของสื่อหลายแห่งทั่วประเทศ

USAID ยุติภารกิจทั้งหมดตั้งแต่ 1 ก.ค.68

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 2 ก.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ว่า สนง.การพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐฯ (United States Agency for International Development – USAID) จะยุติภารกิจการช่วยเหลือต่างประเทศทั้งหมดอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 1 ก.ค.68 โดย กต.สหรัฐฯ จะกำกับดูแลภารกิจดังกล่าวแทน กับทั้งระบุว่า  การดำเนินนโยบายช่วยเหลือต่างประเทศซึ่งใช้ภาษีของชาวอเมริกันไม่ได้ส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ และไม่ได้เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ อีกทั้งมีโอกาสที่งบประมาณดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย  รวมทั้งเอื้อประโยชน์ให้กับองค์กรพัฒนาเอกชน (Non-Governmental Organizations-NGOs)

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าอิสราเอลยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา

สนข. CNN รายงานอ้างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ  เมื่อ 2 ก.ค.68 ว่า  ผู้แทนสหรัฐฯ ได้หารือกับทางการอิสราเอล และอิสราเอลยอมรับเงื่อนไขที่จำเป็นต่าง ๆ อันจะนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา เป็นเวลา 60 วัน ซึ่งทางสหรัฐฯ จะร่วมทำงานและเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อจะนำไปสู่สันติภาพและการยุติสงคราม โดยทางการกาตาร์และอียิปต์จะเป็นผู้ประกาศข้อตกลงที่ทุกฝ่ายจะร่วมตกลงกัน และหวังว่าทางกลุ่มฮะมาสจะเข้าร่วมตกลงในข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาจำต้องได้รับการยอมรับจากทั้งฝ่ายอิสราเอลและกลุ่มฮะมาส ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวว่าการมาเยือนของ นรม. เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ในสัปดาห์หน้า จะเป็นโอกาสที่ตนจะใช้หารือและตกลงการหยุดยิงในฉนวนกาซาของอิสราเอล

ศาลสหรัฐฯ ตัดสินให้บริษัทหัวเว่ยมีความผิดทางอาญา

สนข. AP รายงานเมื่อ 2 ก.ค.68 ว่า ศาลสหรัฐฯ ตัดสินให้บริษัทหัวเว่ยมีความผิดทางอาญาใน16 ข้อหาที่ฟ้องร้องโดยทางการสหรัฐฯ อาทิ การโจรกรรมเทคโนโลยี การมีส่วนร่วมในการกรรโชกทรัพย์ การฉ้อโกงทางโทรศัพท์และทางการเงิน และอาชญากรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ กล่าวหาบริษัทหัวเว่ยและบริษัทในเครือบางแห่งวางแผนโจรกรรมความลับทางการค้าของสหรัฐฯ และติดตั้งอุปกรณ์ติดตามที่สร้างเสริมศักยภาพให้อิหร่านสามารถสอดส่องผู้ประท้วงระหว่างการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านเมื่อปี 2552 และดำเนินการธุรกิจในเกาหลีเหนือ ซึ่งละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยทางการจีนโต้ตอบว่า การระทำของสหรัฐฯ ที่ผ่านมาเป็นการกลั่นแกล้งจีนทางเศรษฐกิจ และใช้เหตุผลทางความมั่นคงของชาติอย่างไม่เหมาะสม เป็นข้ออ้างในการกดขี่บริษัทจีน และข้อกล่าวหาก็คลุมเครือเกินไป และบางข้อเป็นการกระทำที่ใช้สิทธินอกอาณาเขตอย่างไม่เหมาะสม

จีนปฏิเสธข้อกล่าวอ้างว่าพยายามจัดตั้งฐานทัพในหมู่เกาะแปซิฟิก

สนข.Reuters และ นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 3 ก.ค.68 ว่า สอท.จีน/ฟีจี ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างกรณีจีนต้องการตั้งฐานทัพในหมู่เกาะแปซิฟิกว่าเป็นเรื่องเท็จ และมีแรงจูงใจแอบแฝง พร้อมทั้งระบุว่า บทบาทของจีนในหมู่เกาะแปซิฟิกเน้นไปที่การสร้างถนนและสะพานเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่ใช่การประจำการทหารหรือสร้างฐานทัพ อีกทั้งจีนไม่เคยยุยงให้เกิดข้อพิพาท ละเมิดพื้นที่ของประเทศในหมู่เกาะ หรือลงนามข้อตกลงที่บังคับให้ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกต้องสละอธิปไตย พร้อมย้ำว่า มหาสมุทรแปซิฟิกใหญ่พอที่จะรองรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย  

อินเดียเพิ่มขีดความสามารถด้านการทหาร

เว็บไซต์ The Hindu รายงานเมื่อ 4 ก.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของ กห.อินเดีย เมื่อ 3 ก.ค.68 ว่า นายราชนาถ สิงห์ รมว.กห.อินเดีย เป็นประธานการประชุมสภาการจัดหายุทโธปกรณ์อนุมัติหลักการความจำเป็นในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศมูลค่า 1.05 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 12,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อาทิ รถสายพานกู้ซ่อม (ARV) ระบบการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการบริหารจัดการสรรพาวุธสำหรับสามเหล่าทัพ และขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ รวมถึงยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทางทะเล อาทิ ทุ่นระเบิดใต้น้ำ เรือต่อต้านทุ่นระเบิด ปืนเรืออัตโนมัติอัตราการยิงสูง และเรือดำน้ำอัตโนมัติ 

ผบ.ตร.มาเลเซียแถลงผลการสืบสวน กรณีการจับกุมชาวบังกลาเทศเชื่อมโยงกลุ่ม IS

Datuk Seri Mohd Khalid Ismail ผบ.ตร.มาเลเซีย แถลงเมื่อ 4 ก.ค.68 กรณีการจับกุมชาวบังกลาเทศ 36 คน สมาชิกกลุ่ม Gerakan Militan Radical Bangladesh (GMRB) ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม Islamic State (IS) โดยกลุ่มดังกล่าวใช้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชันสนทนา เช่น WhatsApp Telegram ในการเผยแพร่อุดมการณ์ ชักชวนสมาชิกใหม่ ระดมทุนเพื่อใช้สนับสนุนข่ายงาน IS ในซีเรียและบังกลาเทศ และลักลอบจัดกิจกรรม เช่น การให้คำปฏิญาณ การสอนหลักศาสนา โดยเน้นชาวบังกลาเทศที่ทำงานในโรงงาน สถานีบริการน้ำมัน และไซต์งานก่อสร้าง คาดว่ามีสมาชิกในกลุ่ม WhatsApp ประมาณ 100-150 คน และเก็บค่าธรรมเนียมการเป็นสมาชิกรายปี 500 ริงกิต (ประมาณ 3,830 บาท)