เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ของสหรัฐฯ ไปประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

  สนข. AP รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.68 ว่า เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Gerald R. Ford ของสหรัฐฯ ออกจากฐานทัพเรือในเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย พร้อมกับกองเรือสนับสนุน เพื่อประจำการในหน่วยบัญชาการทหารสหรัฐภาคยุโรป (U.S. European Command – EUCOM) ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตามกำหนดการปกติ  ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาธนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อ 21 มิ.ย.68 ทั้งนี้ ปัจจุบัน สหรัฐฯ ประจำการกองเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 กองเรือในภูมิภาคตะวันออกกลาง และภูมิภาคใกล้เคียง ทั้งหมดถึง 3 กองเรือ ได้แก่ USS Carl Vinson  USS Nimitz และ USS Gerald R. Ford ซึ่งเป็นรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ล่าสุดของ ทร.สหรัฐฯ

รัสเซียเชื่อว่ายูเครนและมอลโดวาร่วมมือกันปฎิบัติการลับในรัสเซีย

สนข.Tass รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.68 ว่า หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (Federal Security Service of the Russian Federation-FSB) อ้างว่าสามารถจับกุมเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของมอลโดวา 2 ราย ที่กรุงมอสโก พร้อมเอกสารระบุตัวตนปลอม ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า โดยเดินทางเข้ารัสเซียตั้งแต่ พ.ค.68 และกำลังปฎิบัติการลับเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของรัสเซีย  นอกจากนี้ FSB เชื่อว่า มอลโดวาเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการลับในรัสเซียอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 หลังความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย  

สอท.จีน/แคนาดา ปฏิเสธคำกล่าวหาของแคนาดาว่ากลุ่ม Salt Typhoon โจมตีบริษัทโทรคมนาคม

นสพ. Global Times รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก สอท.จีน/แคนาดา คัดค้านและปฏิเสธรายงานของศูนย์ความมั่นคงทางไซเบอร์ของแคนาดา (Canadian Centre for Cyber Security) ที่อ้างว่า มีความเป็นไปได้สูงมากว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ Salt Typhoon ซึ่งจีนสนับสนุนจาก ก่อปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ต่อบริษัทโทรคมนาคมของแคนาดา โดยระบุว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและกระจายข้อมูลเท็จที่ทำให้จีนเสื่อมเสียชื่อเสียง   สอท.จีน/แคนาดา เรียกร้องให้ฝ่ายแคนาดายุติการกล่าวหาที่ให้ร้ายต่อจีนอย่างปราศจากข้อเท็จจริง และการทำให้ประเด็นความมั่นคงทางไซเบอร์เป็นประเด็นทางการเมือง เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่คัดค้านการโจมตีทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ ยึดมั่นในการรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ ทั้งยังเป็นประเทศหลักที่ถูกโจมตีทางไซเบอร์

FBI ปรับเพิ่ม จนท. ปฏิบัติการด้านการต่อต้านภัยคุกคามต่าง ๆ หลังการโจมตีอิหร่าน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.68 ว่า สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (Federal bureau of investigation – FBI) ได้เสริมจำนวน จนท. เพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังภัยคุกคามจากการก่อการร้าย การต่อต้านข่าวกรอง และการป้องกันความมั่นคงทางไซเบอร์ ภายในประเทศ  หลังสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศต่อโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านทั้ง 3 แห่ง เมื่อ 21 มิ.ย.68 จากที่ภารกิจหลักของ FBI มุ่งเน้นการตรวจคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย  โดยมีการปรับเพิ่ม จนท. ของสำนักงานในนครชิคาโก นครลอสแองเจลิส นครซานฟรานซิสโก มหานครนิวยอร์ก และนครฟิลาเดลเฟีย

ผู้นำไต้หวันขอให้ร่วมกันปกป้องอธิปไตยและประชาธิปไตยของไต้หวัน

สนข.Focus Taiwan รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางกล่าวสุนทรพจน์ “10 Talks on the Country” ทั่วไต้หวัน โดยในครั้งที่ 2 ที่เมืองเถาหยวน เรียกร้องให้ประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ด้วยการต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) และปกป้องไต้หวัน ทั้งยังอ้างถึงคำมั่น 4 ข้อ ของอดีตประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ในงานวันชาติเมื่อปี 2564 ได้แก่ ระบบรัฐธรรมนูญที่เสรีและเป็นประชาธิปไตย ไต้หวันและจีนไม่อยู่ภายใต้การปกครองของกันและกัน ต่อต้านการผนวกหรือการรุกล้ำอธิปไตยไต้หวัน และอนาคตของไต้หวันจะเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนไต้หวัน 

เกิดเหตุใช้เข็มฉีดยาไล่แทงประชาชนในงานดนตรีที่ฝรั่งเศส

  สนข.The Guardian และ France24 รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.68 อ้างแถลงการณ์จาก มท.ฝรั่งเศส ว่า ระหว่างการจัดงานเทศดนตรี Fête de la Musique เมื่อ 21 มิ.ย.68 ที่ฝรั่งเศส มีผู้เข้าร่วมงานอย่างน้อย 145 คน ในหลายเมือง รวมถึงกรุงปารีส ถูกคนร้ายใช้เข็มฉีดยาไล่แทง โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวและวัยรุ่น ซึ่งภายหลังถูกแทงมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ และอาการผิดปกติอื่น ๆ ปัจจุบัน จนท.ตร.สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างน้อย 12 คน ขณะที่สื่อมวลชนบางส่วนรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุมีการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนให้เอาเข็มฉีดยาออกไปไล่แทงผู้หญิงในเทศกาลนี้ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการยืนยันว่าเข็มฉีดยาที่ใช้มีสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เช่น GHB หรือ Rohypnol หรือไม่ อีกทั้งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความตื่นตระหนกในสังคมฝรั่งเศสอย่างกว้างขวาง และมีการเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยในงานสาธารณะมากขึ้น

ดัชนีราคาผู้บริโภคของไต้หวันจะเพิ่มขึ้น หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด

นสพ. Taipei Times รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Kuo Jyh-huei รมว.กระทรวงกิจการเศรษฐกิจของไต้หวัน (MEA) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index-CPI) ของไต้หวันจะเพิ่มขึ้น 0.3 จุด หากราคาเชื้อเพลิงในไต้หวันสูงขึ้นที่ร้อยละ 10 หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเนื่องจากวิกฤตในภูมิภาค ตอ.กลาง เพราะเรือสินค้าจะต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือ ซึ่งอาจทำให้การขนส่งล่าช้า และส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกและราคาเชื้อเพลิงในไต้หวันสูงขึ้น แม้การนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติผ่านช่องแคบดังกล่าวจะมีสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 20 ของการนำเข้าทั้งหมด 

รัสเซียเรียกร้องให้ยูเครนดำรงสถานะรัฐที่เป็นกลางและปลอดอาวุธนิวเคลียร์

นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย อ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “Primakov Readings” ครังที่ 11 ที่กรุงมอสโก เมื่อ 24 มิ.ย.68 ว่า รัสเซียต้องการให้ยูเครนดำรงสถานะรัฐที่เป็นกลาง (Non-aligned neutral state) และปลอดอาวุธนิวเคลียร์ ตามที่ระบุไว้ในคำประกาศอิสรภาพของยูเครนเมื่อปี 2534 (Declaration of Independence of Ukraine 1991) ขณะเดียวกัน นายลาฟรอฟ มองว่า ที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (EU) เป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ รัสเซียจึงไม่ต่อต้าน หากยูเครนต้องการเข้าเป็นสมาชิก EU อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน EU ได้เปลี่ยนแปลงเป็นการรวมกลุ่มทางเมืองและการทหารมากขึ้น และมีสถานะเสมือนสาขาหรือส่วนเสริมของเนโต EU มีพันธกรณีและข้อตกลงที่จะต้องเกี่ยวข้องกับเนโตในห้วงสงคราม โดยทัศนะของนายลาฟรอฟบ่งชี้มุมมองของรัสเซียต่อ EU ว่ามีแนวโน้มเป็นภัยคุกคามต่อรัสเซียเช่นกัน

NATO จัดประชุมสุดยอดที่เนเธอร์แลนด์เป็นวันแรก

สนข. France24 รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.68 ว่า การประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO Summit) ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ เป็นวันแรกจะมุ่งเน้นหารือเรื่องการเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เสนอให้ชาติพันธมิตรเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็นร้อยละ 5 ของ GDP ซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายร้อยละ 3.5 สำหรับการป้องกันประเทศ และร้อยละ 1.5 สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตาม สเปนปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เช่น เบลเยียม แคนาดา ฝรั่งเศส และอิตาลี ก็กำลังเผชิญกับความท้าทายในการบรรลุเป้าหมาย  

ผลสำรวจพบว่าชาวอเมริกันกังวลว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านจะรุนแรงขึ้น

ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จำนวน 1,139 คน โดย Reuters/Ipsos ระหว่าง 21 -23 มิ.ย.68  พบว่า ร้อยละ 79 ของชาวอเมริกันกังวลว่าอิหร่านจะปฏิบัติการโจมตีต่อเป้าหมายชาวอเมริกันเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ และร้อยละ 84 มองว่า สถานการณ์ความขัดแย้งจะบานปลายยิ่งขึ้น โดยร้อยละ 45 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วยผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต (ร้อยละ 74) และผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน (ร้อยละ 17) ไม่สนับสนุนปฏิบัติการโจมตีดังกล่าว ขณะที่ร้อยละ 36 ประกอบด้วยผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน (ร้อยละ 69) และผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต (ร้อยละ 13) สนับสนุนปฏิบัติการโจมตี