อาเซียนจะหารือประเด็นความขัดแย้งในเมียนมา

นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียนiระบุว่า อาเซียนจะจัดการประชุม 2 ครั้ง เพื่อหารือประเด็นเมียนมา ที่มาเลเซีย ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ระหว่าง 26-27 พ.ค.68  องค์ประชุมครั้งแรก ได้แก่ ประเทศประธานอาเซียนปัจจุบัน อดีต และในปี 2569 ได้แก่ มาเลเซีย ลาว และฟิลิปปินส์ ส่วนการประชุมครั้งที่ 2 จะเป็นการประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เลขาธิการอาเซียนย้ำว่าการแก้ไขปัญหาในเมียนมาจะต้องใช้เวลาและยึดมั่นในกระบวนการสันติภาพ และหากลดระดับความรุนแรงและเปิดการเจรจาระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้จะเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ ส่วนปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้ อาเซียนและจีนมุ่งมั่นจัดทำร่างประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 และย้ำความสำคัญของการลดระดับความตึงเครียดและหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด ขณะที่ การรับติมอร์-เลสเต เป็นสมาชิกลำดับที่ 11 มีความคืบหน้าที่ดี

อินเดียจับกุมสายลับปากีสถานจำนวน 11 คน

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 19 พ.ค.68 ว่า อินเดียจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นสายลับปากีสถาน 11 คน ในรัฐหรยาณา รัฐอุตตรประเทศ และรัฐปัญจาบ ซึ่งอำพรางสถานะในหลายอาชีพ อาทิ นักศึกษา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ชาวบ้าน ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน รวมถึง นาง Jyoti Malhotra ผู้ผลิตเนื้อหาและเจ้าของช่อง ‘Travel with Jo’ บน Youtube ด้านการท่องเที่ยวและมีผู้ติดตามกว่า 385,000 คน ทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหวให้แก่ปากีสถาน ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกชักจูงมีสาเหตุและแรงจูงใจที่แตกต่างกัน อาทิ การเงิน คำสัญญา และความสัมพันธ์ส่วนตัว  ทั้งนี้ การใช้ผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียลมีเดียและคนวัยหนุ่มสาวเป็นสายลับบ่งชี้ถึงรูปแบบการจารกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ผู้นำเกาหลีเหนือไม่พอใจกรณีเรือพิฆาตลำใหม่เสียหาย

นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเป็นประธานพิธีปล่อยเรือพิฆาตลำใหม่ ระวาง 5,000 ตัน ที่ท่าเรือในเมืองช็องจินทาง ตอ.ของประเทศ เมื่อ 21 พ.ค.68 อย่างไรก็ดี เกิดอุบัติเหตุระหว่างพิธีดังกล่าว ทำให้ท้องเรือเสียหาย  ผู้นำเกาหลีเหนือแสดงความไม่พอใจ และกล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงจากการขาดประสบการณ์ในการบัญชาการและประมาท ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา  รวมทั้งสั่งการให้เร่งสืบสวนสาเหตุ  และดำเนินการซ่อมแซมเรือให้แล้วเสร็จก่อนการประชุมพรรคคนงานเกาหลีใน มิ.ย.68

นรม.เวียดนามร่วมพิธีเปิดโครงการลงทุนของครอบครัวประธานาธิบดีทรัมป์

นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม เข้าร่วมพิธีเปิดการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และที่พักอาศัยแบบครบวงจร เมื่อ 21 พ.ค.68 ใน จ.ฮึง เอียน มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนแรกของธุรกิจตระกูลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 990 เฮกตาร์ (ประมาณ 6,187.5 ไร่) ใน 7 ชุมชนของ อ.Khoai Chau โครงการแบ่งเป็น 2 เขต ได้แก่ เขตที่พักอาศัยและสนามกอล์ฟราคาสูง และเขตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปี 2572 และเปิดให้เช่าเป็นระยะเวลา 50 ปี

เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือเกี่ยวกับการลดจำนวนกองกำลังในเกาหลีใต้

กห.เกาหลีใต้ แถลงเมื่อ 23 พ.ค.68 ว่า กห.เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือประเด็นการลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (U.S. Forces Korea-USFK) พร้อมย้ำว่า USFK เป็นกำลังหลักของพันธมิตรเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ที่รักษาสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีและภูมิภาค ตลอดจนมีความพร้อมทางทหารเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือร่วมกัน ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังนสพ.The Wall Street Journal ของสหรัฐฯ อ้างว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาถอนทหาร USFK จำนวน 4,500 นาย ออกจาก USFK จากทั้งหมด 28,500 นาย  อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ กำลังทบทวนยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศ (National Defense Strategy-NDS) ประจำปี 2568 ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการภารกิจกับพันธมิตร และรับมือกับการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

นรม.อินเดียย้ำจุดยืนจะยังไม่มีการค้าและการเจรจากับปากีสถาน

เว็บไซต์ Hindustan Times รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 อ้างสุนทรพจน์ของนายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย ที่เมือง Bikaner รัฐราชสถาน ว่า อินเดียจะยังไม่มีการค้าและการเจรจากับปากีสถาน  การก่อการร้ายและการค้าไม่สามารถดำเนินการควบคู่กันได้  หากมีการเจรจาก็จะมีเพียงเรื่องดินแดนแคชเมียร์ในฝั่งปากีสถาน  และอินเดียไม่เกรงกลัวภัยคุกคามจากนิวเคลียร์  นายกรัฐมนตรีโมดิยังกล่าวถึงปากีสถานว่าเป็นแหล่งกำเนิดผู้ก่อการร้าย อินเดียจะตอบโต้อย่างเหมาะสม ส่วนประเด็นความขัดแย้งเรื่องการแบ่งปันน้ำหลังอินเดียระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุนั้นจะมีต่อไป

ยุโรปประณามเหตุการณ์กองกำลังอิสราเอลยิงกระสุนเตือนใส่คณะนักการทูต

ยุโรปประณามเหตุการณ์กองกำลังอิสราเอลยิงกระสุนเตือนใส่คณะผู้แทนทางการทูตประมาณ 20 คน ซึ่งกำลังเยี่ยมชมค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ เมื่อ 21 พ.ค.68  แม้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ  โดยนางคายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) ประณา และเรียกร้องให้อิสราเอลรับผิดชอบ  รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี และเบลเยียมแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลชี้แจงเหตุการณ์ พร้อมทั้งเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิสราเอลเข้าพบ ด้านอิสราเอลระบุว่าคณะผู้แทนออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต  ทั้งนี้ กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการสอบสวนและแจ้งผลต่อประเทศที่เกี่ยวข้อง  ขณะที่ กต.ของปาเลสไตน์ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นอาชญากรรม และ IDF เจตนาใช้กระสุนจริง

อินโดนีเซียเตรียมเปิดใช้งานระบบชำระเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนในญี่ปุ่นและจีน

นาง Filianingsih Hendarta รองผู้ว่าการธนาคารอินโดนีเซีย (Bank Indonesia – BI) แถลงเมื่อ 21 พ.ค.68 ว่า ชาวอินโดนีเซียจะสามารถใช้บริการระบบชำระเงินคิวอาร์โค้ดมาตรฐานอินโดนีเซีย (Quick Response Code Indonesian Standard – QRIS) ในญี่ปุ่นและจีนได้ ตั้งแต่ 17 ส.ค.68 เป็นต้นไป โดยขณะนี้กำลังพัฒนาและทดสอบระบบ รวมทั้งหารือกับอินเดีย เกาหลีใต้ และซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศต่อไป ทั้งนี้ อินโดนีเซียได้เปิดใช้งานระบบชำระเงินดังกล่าวแล้วกับมาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์

รัสเซียเสนอให้ยูเครนจัดการเลือกตั้งก่อนการลงนามข้อตกลงสันติภาพ

สนข. TASS รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของอธิบดีกรมกฎหมาย กต.รัสเซียว่า การหารือโดยตรงระหว่าง รัสเซีย-ยูเครนเพื่อกำหนดแนวทางของข้อตกลงสันติภาพ อาจประสบปัญหาเกี่ยวกับผู้มีอำนาจลงนามในข้อตกลงหรือสนธิสัญญาสันติภาพ เนื่องจากประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน หมดวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2567  นาย Musikhin เสนอให้ยูเครนจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนการลงนามข้อตกลงกับรัสเซีย หรือพิจารณาให้ประธานรัฐสภายูเครนทำหน้าที่ลงนามในข้อตกลงแทนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญยูเครน ทั้งนี้ ยูเครนขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎอัยการศึกในประเทศถึง ส.ค.68 จึงไม่สามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปได้

จีนส่งเสริมการพัฒนาโครงการสำคัญกับอินโดนีเซีย

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 20 พ.ค.68 ว่า ในการพบหารือระหว่างนายหวัง อี้ รมว.กต.จีนกับนาย Luhut Binsar Pandjaitan ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของอินโดนีเซีย ที่กรุงปักกิ่ง นายหวังระบุว่า จีนพร้อมร่วมมือกับอินโดนีเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง และระเบียงเศรษฐกิจที่ครอบคลุมแห่งภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Corridor) ยกระดับและขยายความร่วมมือสู่ด้านอื่น ๆ เช่น ทางทะเลและแร่ธาตุ นอกจากนี้ จีนยินดีที่อินโดนีเซียได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS โดยพร้อมจะส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งบันดุง (การประชุมเอเชีย-แอฟริกา เมื่อปี 2498) ขับเคลื่อนการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และร่วมกันสร้างความมีเสถียรภาพแก่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อเสริมสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อมนุษยชาติ ขณะที่นาย Luhut ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-อินโดนีเซีย และพร้อมจะยกระดับความร่วมมือกับจีน เพื่อเสริมสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างกลุ่มประเทศซีกโลกใต้