สื่อสหรัฐฯ ระบุประธานาธิบดีทรัมป์ยับยั้งแผนของอิสราเอลที่จะลอบสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวซึ่งเป็น จนท.สหรัฐฯ เมื่อ 15 มิ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยับยั้งแผนของอิสราเอลที่จะลอบสังหารอายะตอลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน หลังจากได้รับรายงานจากอิสราเอล  อย่างไรก็ดี อิสราเอลได้ปฏิเสธกรณีดังกล่าว ขณะที่ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่าอิหร่านพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์ถึง 2 ครั้ง พร้อมกับย้ำถึงภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านว่ามีอยู่จริง  และได้แจ้งถึงแผนโจมตีอิหร่านให้สหรัฐฯ ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังแสดงความเห็นเชิงบวกโดยหวังว่า อิหร่านจะยอมกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อหาทางออกอย่างสันติกับอิสราเอล รวมถึงประเด็นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐฯ กำลังพิจารณาประเทศที่จะยกเลิกการตรวจลงตราหนังสือเดินทางเข้าสหรัฐฯ

สนข.วอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อ 15 มิ.ย.68 ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณารายชื่อประเทศที่สหรัฐฯ จะไม่ให้วีซ่าเข้าสหรัฐฯ อีก 36 ประเทศ  โดย กต.สหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือไปแล้ว เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์ที่สหรัฐฯ ใช้พิจารณา อาทิ ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล การจัดทำเอกสารรับรองบุคคล เอกสารทางการเงิน ปัญหาการทุจริตในรัฐบาล จำนวนพลเมืองที่พำนักในสหรัฐฯ เกินกำหนด  รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่อต้านชาวยิวและในสหรัฐฯ โดยให้เวลา 60 วันเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวและจะต้องส่งแผนปฏิบัติการให้กับสหรัฐฯ ใน 18 มิ.ย.68  เอกสารดังกล่าวยังระบุว่า หากประเทศใดยินดียอมรับพลเมืองของประเทศที่สามที่ถูกขับออกจากสหรัฐฯ หรือเข้าร่วมข้อตกลง “ประเทศที่สามที่ปลอดภัย” ประเทศนั้นจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ  ทั้งนี้ ประเทศที่เสี่ยงจะถูกสหรัฐฯ ยกเลิกการตรวจลงตราเพิ่มอีก 36 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาซึ่งรวมถึงพันธมิตรสหรัฐฯ อย่าง อียิปต์ และจิบูตี ส่วนในเอเชีย ได้แก่ ภูฏาน กัมพูชา และคีร์กีซสถาน

จีนมีหัวรบนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก

รายงานประจำปีของสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศแห่งสตอกโฮล์ม (Stockholm International Peace Research Institute-SIPRI) ที่เผยแพร่เมื่อ 16 มิ.ย.68 ระบุว่า จีนครอบครองหัวรบนิวเคลียร์อย่างน้อย 600 ลูก โดยมีอัตราการเพิ่มประมาณ 100 ลูกต่อปีนับตั้งแต่เมื่อปี 2566 ซึ่งเป็นอัตราเพิ่มที่เร็วที่สุด และมีความเป็นไปได้ที่จะมีจำนวนเทียบเท่ากับสหรัฐฯ และรัสเซียภายในปี 2573 โดยคาดว่า จีนติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ 132 ลูกไว้แล้ว ทั้งนี้ นาย Hans Kristensen ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสของ SIPRI ระบุว่า เป้าหมายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่ต้องการผลักดันให้กองทัพจีนมีศักยภาพในระดับโลกภายในกลางศตวรรษที่ 21 อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จีนเพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว แต่จีนยังคงยึดมั่นหลักการไม่เริ่มใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน อนึ่ง ข้อมูล ณ ม.ค.68 ระบุว่า ปัจจุบันมีหัวรบนิวเคลียร์ในคลังทั่วโลกประมาณ 12,241 ลูก ในจำนวนนี้อยู่ในการครอบครองของรัสเซียและสหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 90

สภาที่ปรึกษาองค์กรอิสลามแห่งมาเลเซียผลักดันโครงการ Thousand Ship Flotilla ไปยังฉนวนกาซา

  นาย Azmi Abdul Hamid ประธานสภาที่ปรึกษาองค์กรอิสลามแห่งมาเลเซีย (Malaysian Islamic Consultative Council-MAPIM) เปิดเผยเมื่อ 15 มิ.ย.68 รายละเอียดโครงการ Thousand Ship Flotilla ซึ่งเป็นการระดมกองเรือครั้งใหญ่ที่สุดของโลกกว่า 1,000 ลำจากหลายทวีป เพื่อจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้ชาวปาเลสไตน์และกดดันให้อิสราเอลยุติการปิดล้อมฉนวนกาซา โดย MAPIM ประสานไปยังองค์กรด้านมนุษยธรรมในยุโรป เอเชีย และละตินอเมริกา ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิชาวปาเลสไตน์จากต่างประเทศเคยส่งเรือไปเข้าร่วมกองเรืออาสาสมัครนานาชาติ (flotilla) เพื่อลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังฉนวนกาซาเมื่อปี 2563              

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 16 มิ.ย.68 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มชึ้นร้อยละ 1.5 โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอน อยู่ที่ 75.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก อยู่ที่ 74.08 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดตั้งแต่ ม.ค.68 เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรง   ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวอาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบหยุดชะงัก เนื่องจากอิหร่านซึ่งมีกำลังการผลิตและส่งออกน้ำมันมากกว่า 5.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน อาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันดิบของโลก และจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

อาเซียนเสริมสร้างการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าและความมั่นคงด้านพลังงาน

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 43 (ASEAN Senior Officials’ Meeting on Energy-SOME) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่เมืองกูจิง รัฐซาราวัก มาเลเซีย ระหว่าง 16-18 มิ.ย.68 ภายใต้หัวข้อ “Powering ASEAN: Bridging Boundaries, Building Prosperity” จะหารือถึงการต่ออายุบันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (Memorandum of Understanding on the ASEAN Power Grid-APG MOU) เพื่อเสริมสร้างการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าและความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. และแนวทางการดำเนินโครงการสายเคเบิลใต้น้ำระดับภูมิภาค ตลอดจนการทบทวนแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน (ASEAN Plan of Action for Energy Cooperation-APAEC) การจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การบูรณาการโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค และการรับรองข้อตกลงว่าด้วยความมั่นคงด้านปิโตรเลียมอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement) เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 43 ที่จะจัดขึ้นที่มาเลเซีย…

จีนสนับสนุนอิหร่านในกรณีถูกอิสราเอลโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

นสพ. Global Times รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.68 ว่า นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน หารือทางโทรศัพท์กับนายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน กรณีอิสราเอลโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยระบุจุดยืนของจีนที่คัดค้านและประณามการโจมตีว่าได้สร้างความเสียหายต่อพลเมือง ละเมิดอำนาจอธิปไตย และความมั่นคงของอิหร่าน รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ จีนพร้อมจะมีบทบาทที่สร้างสรรค์เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคด้วยการสนับสนุนและคงการสื่อสารกับอิหร่าน รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อรักษาอธิปไตย สิทธิอันชอบธรรม และความปลอดภัยของชาวอิหร่าน นอกจากนี้ จีนสนับสนุนให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการโจมตี และเรียกร้องให้ประเทศที่มีอิทธิพลต่ออิสราเอลเร่งผลักดันการฟื้นฟูสันติภาพ  นายหวังแสดงความหวังว่าอิหร่านจะปกป้องหน่วยงานและชาวจีนในอิหร่าน ขณะที่นายอับบาสขอบคุณการสนับสนุนจากจีน และพร้อมจะให้การปกป้องชาวจีน ทั้งยังหวังว่าประชาคมระหว่างประเทศจะร่วมกันเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตี แม้สถานการณ์ล่าสุดอาจยกระดับสู่สงครามเต็มรูปแบบ

รัสเซียหารือสหรัฐฯ ประเด็นความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน

สนข.Sputnik และ สนข. RT รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Yuri Ushakov ที่ปรึกษาประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเวลา 50 นาที ประเด็นความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน โดยประธานาธิบดีปูตินแจ้งประธานาธิบดีทรัมป์ถึงการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างรัสเซีย-อิหร่าน และรัสเซีย-อิสราเอล เมื่อ 13 มิ.ย.68 รวมถึงเน้นย้ำว่ารัสเซียต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านด้วยวิธีทางการทูตและแสวงหาข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับ ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่ามีความไม่แน่นอนสูง และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินระบุด้วยว่ารัสเซียจะเจรจากับยูเครนโดยตรงครั้งต่อไปหลัง 22 มิ.ย.68 และรัสเซียกับสหรัฐฯ พอใจกับความสัมพันธ์ระหว่างกันในปัจจุบันซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถหารือกันโดยสันติ

สหรัฐฯ และอิหร่านยกเลิกการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 6

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.68 ว่า  สหรัฐฯ และอิหร่านยกเลิกการเจรจานิวเคลียร์รอบ 6 ที่จะมีขึ้นที่โอมานใน 15 มิ.ย.68 โดยอิหร่านระบุว่า จะไม่กลับสู่การเจรจา ตราบที่อิสราเอลยังโจมตีอิหร่าน  ขณะที่ รมว.กต.โอมาน ย้ำว่า การทูตและการเจรจาเป็นวิธีเดียวที่จะนำไปสู่การบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดยิ่งขึ้น หลังจากอิสราเอลโจมตีเป้าหมายทางการทหารและโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อ 13 มิ.ย.68 และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิสราเอล

ทบ.อินเดียและฝรั่งเศสเตรียมจัดซ้อมร่วมภายใต้ชื่อ Shakti 2025

กองทัพอินเดียจะฝึกซ้อมร่วมกับฝรั่งเศส ภายใต้ชื่อ Shakti 2025 ครั้งที่ 8 ระหว่าง 18 มิ.ย.- 1 ก.ค.68 ที่ La Cavalerie จังหวัด Aveyron ในฝรั่งเศส เพื่อเสริมศักยภาพทางทหารร่วมกันของทั้งสองฝ่ายภายใต้สถานการณ์ที่มีความท้าทาย การฝึกซ้อมร่วมดังกล่าวยังจะช่วยยกระดับความร่วมมือ รวมถึงพัฒนามิตรภาพระหว่างกองทัพของทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี