ปากีสถานใช้กฎหมายระหว่างประเทศตอบโต้การระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุของอินเดีย

เว็บไซต์ช่องโทรทัศน์ Samaa TV ของปากีสถาน รายงานเมื่อ 2 พ.ค.68 ว่า กระทรวงทรัพยากรน้ำ กระทรวงกฎหมายและยุติธรรม และ กต.ปากีสถานได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมายเบื้องต้นเสร็จสิ้น สำหรับการยื่นหนังสือประท้วงต่ออินเดียกรณีระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุ ปี 2503 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐบาล ทั้งนี้ ปากีสถานมีเป้าหมายที่จะใช้กลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือกดดันให้อินเดียทบทวนจุดยืนในประเด็นดังกล่าว พร้อมย้ำว่า การดำเนินการของอินเดียเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ และรัฐบาลปากีสถานกำลังพิจารณาการยกระดับการประท้วงไปยังเวทีระหว่างประเทศ

ศรีลังกาขยายบทบาทในเวทีโลกผ่านการร่วมมือกับจีน เพื่อเข้ากลุ่ม BRICS

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 2 พ.ค.68 ว่า ได้รับการสนับสนุนจากจีนในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการด้านความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ ภายหลังประธานาธิบดี Anura Kumara Dissanayake ของศรีลังกาเยือนกรุงปักกิ่งระหว่าง 14-17 ม.ค.68 ทั้งนี้ ศรีลังกาได้ยื่นคำร้องขอเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS พร้อมทั้งสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกธนาคารพัฒนาแห่งใหม่ (New Development Bank-NDB) ในการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง Kazan รัสเซีย เมื่อ ต.ค.67 โดยรัสเซียและอินเดียสนับสนุน ซึ่งธนาคาร NDB ก็ได้ตอบรับคำร้องขอเข้าเป็นสมาชิกของศรีลังกาแล้ว อย่างไรก็ดี กลุ่ม BRICS ยังไม่มีแนวนโยบายรับสมาชิกเพิ่ม

สหรัฐฯ ขู่จะคว่ำบาตรประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน

 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน Truth social เมื่อ 1 พ.ค.68 ว่า การซื้อขายน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากอิหร่านจะต้องยุติลง ประเทศหรือบุคคลใดที่ซื้อน้ำมันหรือปิโตรเคมีจากอิหร่านจะถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ รวมทั้งจะไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ   คาดว่า เป้าหมายการใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ คือจีน เนื่องจากนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร 

สหรัฐฯ และยูเครนลงนามในข้อตกลงเพื่อให้สหรัฐฯ เข้าถึงแร่หายากในยูเครน

สนข.นิวยอร์กไทม์ส รายงานเมื่อ 30 เม.ย. 68 ว่า นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.กค.สหรัฐฯ และนางยูเลีย สวีรีเดนโก รอง นรม. คนที่ 1 ของยูเครนลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Economic Partnership Agreement) ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนเพื่อการฟื้นฟูระหว่างสหรัฐฯ และยูเครน (United States-Ukraine Reconstruction Investment Fund)  ที่จะเปิดโอกาสให้สหรัฐฯมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาทรัพยากรแร่ธาตุ น้ำมันและก๊าซในยูเครน  โดยทรัพย์สินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของยูเครนซึ่งรายได้ ร้อยละ 50 จากโครงการต่าง ๆ จะส่งเข้ากองทุนดังกล่าว เพื่อใช้ในการฟื้นฟูและบูรณะประเทศ  และบรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. International Development Finance Corporation) จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบกรอบการทำงานตามข้อตกลงดังกล่าวต่อไป  อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ จะรับประกันความมั่นคงให้กับยูเครน

ประธานาธิบดีทรัมป์จะเสนอชื่อนายไมเคิล วอลตซ์ เป็น ออท.สหรัฐฯ ประจำ UN

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ  เปิดเผยผ่านทางบัญชี Truth Social เมื่อ 1 พ.ค.68 ว่า จะเสนอชื่อนายไมเคิล วอลตซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เป็น ออท.สหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (UN) และจะมอบหมายให้นายมาร์โก โรบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ แทน  ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสื่อต่าง ๆ รายงานในวันเดียวกันว่า นายวอลตซ์จะลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ  รวมทั้งนายอเล็กซ์ หว่อง รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ซึ่งเคยเป็นอดีตนักการทูตที่เคยดูแลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือในช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยแรก

CIA พยายามชักชวน จนท.จีนให้จารกรรมข้อมูล

สนข. รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 2 พ.ค. 68 ว่าสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency – CIA) เผยแพร่วิดีโอเป็นภาษาจีน 2 ชุด สู่สื่อสังคมออนไลน์ของจีน โดยมีเป้าหมายไปยัง จนท. จีน ที่ไม่พอใจรัฐบาลและกลุ่มผู้นำในพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่ิอให้จารกรรมข้อมูลลับให้สหรัฐฯ และมั่นใจว่า วิดีโอดังกล่าวสามารถหลบเลี่ยง The Great Firewall ที่เป็นระบบการกรองและตรวจสอบข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ตของจีนได้  ทั้งนี้  CIA ได้ให้ความสำคัญต่อจีนเป็นอันดับต้น ๆ ด้านข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรอง เฉพาะอย่างยิ่งการรวบรวมข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เทคโนโลยีการทหารและไซเบอร์ และข้อมูลทางเศรษฐกิจ ตลอดจนข็อมูลลับที่เกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศของจีน  ทั้งนี้  CIA เริ่มดำเนินการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลรายใหม่ในจีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือ เมื่อ ต.ค.67  และโพสต์คำแนะนำออนไลน์เกี่ยวกับวิธีการติดต่อกับ CIA อย่างปลอดภัย หลังจากที่อ้างว่าประสบความสำเร็จในการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวกับรัสเซีย

อิสราเอลโจมตีทางอากาศบริเวณใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีซีเรีย

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงเมื่อ 2 พ.ค.68 ว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศบริเวณใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีซีเรีย ในกรุงดามัสกัส เมื่อช่วงค่ำ 1 พ.ค.68 ซึ่งเป็นการโจมตีทางอากาศในซีเรียครั้งที่ 2 ของอิสราเอล นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะระหว่างชาวดรูซกับชาวมุสลิมเมื่อ 29 เม.ย.68 บริเวณชุมชนชาวดรูซในเมือง Jaramana ทาง ตอ.ต.ของกรุงดามัสกัส  นรม.เนทันยาฮูยังระบุว่าการโจมตีในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงรัฐบาลซีเรียว่า อิสราเอลจะไม่ยอมให้ซีเรียส่ง กกล.เข้าไปประจำการที่ชุมชนชาวดรูซทางตอนใต้ของกรุงดามัสกัส หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นภัยต่อชุมชนชาวดรูซ

จีนจัดทำรายการสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ที่จะได้รับการยกเว้นภาษี

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 30 เม.ย.68 ว่า จีนจัดทำรายชื่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ (whitelist) ที่จะได้รับการยกเว้นไม่ถูกเก็บในอัตราร้อยละ 125    อาทิ ผลิตภัณฑ์ยาบางชนิด ไมโครชิป และเครื่องยนต์เครื่องบิน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างกัน  รายการสินค้าที่ได้ยกเว้นดังกล่าว เพิ่มเติมจากที่จีนระงับการเก็บภาษีนำเข้าก๊าซอีเทนจากสหรัฐฯ  จีนยังได้ติดต่อบริษัทของจีน เพื่อแจ้งให้ทราบถึงนโยบายข้างต้น พร้อมกับขอให้บริษัทต่าง ๆ ระบุสินค้าสำคัญที่ต้องการให้รัฐบาลยกเว้นภาษี รวมทั้งได้ทำการสำรวจบริษัทต่าง ๆ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ค้าขายกับสหรัฐฯ และประเมินผลกระทบต่อธุรกิจจีน อย่างไรก็ดี พณ.และกรมศุลกากรจีนยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

EU เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งที่ 17 ต่อรัสเซีย

นายฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รมว.กต.ฝรั่งเศส แถลงเมื่อ 1 พ.ค.68 หลังพบหารือกับ รมว.กต.สหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ครั้งที่ 17 จากกรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน เนื่องจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียเป็นอุปสรรคต่อสันติภาพ นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรของ EU จะสอดคล้องกับมาตรการใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีกับประเทศที่ซื้อพลังงานจากรัสเซีย พร้อมย้ำว่ายูเครนต้องการสันติภาพ จากการยอมรับข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขและลงนามในข้อตกลงแร่ธาตุสำคัญกับสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระยะยาว

ไต้หวันเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในยุคประธานาธิบดีทรัมป์

สนข.Al Jazeera เปิดเผยว่านาย Chiu Chui-cheng รมต.กิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวันระบุเมื่อ 1 พ.ค.68 ว่า ไต้หวันเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และเชื่อว่าสหรัฐฯ จะไม่ตอบรับคำร้องขอของจีนเพื่อเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์กับไต้หวัน โดยไต้หวันมีข้อเสนอจำนวนมากให้แก่สหรัฐฯ เพื่อเฝ้าระวังการขยายอิทธิพลจีนในมหาสมุทรแปซิฟิก และการเป็นผู้นำด้านการผลิตชิป ไต้หวันใช้แนวทางรอดูรัฐบาลทรัมป์ 2.0 เนื่องจากยังเร็วเกินไปสำหรับการประเมินผลกระทบที่จะได้รับ ทั้งนี้ ในไต้หวันเกิดกระแสวิตกว่า นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน (America First) อาจทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ใช้ประเด็นไต้หวันในการต่อรองเพื่อผลประโยชน์ด้านการเจรจาการค้ากับจีน โดยผลการสำรวจความคิดเห็นโดยมูลนิธิมติมหาชนไต้หวัน เมื่อ มี.ค.68 พบว่า ผู้ตอบความคิดเห็นเพียงร้อยละ 39.2 เชื่อว่าสหรัฐฯ จะส่งกำลังทหารมาช่วยไต้หวัน ลดลงจากที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 65 ในการสำรวจเมื่อปี 2564