อดีตประธานาธิบดีดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์มีคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งในการเลือกตั้งท้องถิ่น

สนข.GMA Network เมื่อ 12 พ.ค.68 อ้างการเปิดเผยของ กกต.ฟิลิปปินส์ว่า อดีตประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ซึ่งสมัครเลือกชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา มีคะแนนนำร้อยละ 62.83  ได้รับเสียงสนับสนุน 420,722 คะแนน ห่างนาย Karlo Alexei Nograles ที่ได้คะแนนลำดับที่สอง 50,820 คะแนน  แม้ว่านายดูเตอร์เตจะถูกคุมขังที่เรือนจำศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court – ICC) กรุงเฮก นอกจากนี้ นายบาสเต ดูเตอร์เต บุตรชาย ซึ่งสมัครชิงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี ยังมีคะแนนเสียงนำที่ 413,338 คะแนน ขณะที่่ผู้มีคะแนนเสียงรองมี 49,868 คะแนน ทั้งนี้ เมืองดาเวาเป็นฐานเสียงของตระกูลดูเตอร์เต และมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 586,725 คน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ 1,006,592 คน

สหรัฐฯ ปรับลดราคายาเพื่อช่วยประชาชนและแข่งขันในตลาดโลก

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 12 พ.ค.68 ว่า จะปรับลดราคายาโดยอ้างอิงกับราคาในตลาดโลกภายใต้แนวคิดการกำหนดราคาที่ชาติได้ประโยชน์สูงสุด (Most-Favoured Nation Pricing)  โดย สธ. สหรัฐฯ จะเจรจากับบริษัทผลิตยาของสหรัฐฯ  ด้วยกลไกที่ไม่ต้องผ่านคนกลางและยกเลิกอุปสรรคในการแข่งขันในตลาด โดยบริษัทยาจะต้องดำเนินการใน 30 วัน มิฉะนั้นรัฐบาลจะใช้มาตรการอื่น ๆ กดดัน กับทั้งจะออกมาตรการเพื่อดำเนินการกับประเทศที่มีนโยบายทุ่มตลาดที่ส่งผลให้ราคายาในสหรัฐฯ สูงกว่าราคาในตลาดโลก ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าแนวทางนี้จะช่วยลดราคาของยาในสหรัฐฯ ลงร้อยละ 59–90

จีน-สหรัฐฯ ตกลงลดอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้กัน

จีนและสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 12 พ.ค.68 หลังการพบหารือเพื่อเจรจาเรื่องมาตรการทางภาษีระหว่างผู้แทนของทั้งสองฝ่ายรอบแรกที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ว่า สองฝ่ายจะลดอัตราภาษีศุลกากรนำเข้าระหว่างกัน โดยจีนเรียกเก็บจากสหรัฐฯ เหลือร้อยละ 10 ลดจากร้อยละ 125  รวมทั้งจะระงับหรือยกเลิกมาตรการตอบโต้ที่มิใช่ภาษีที่บังคับใช้ต่อสหรัฐฯ  รวมถึงการบรรจุรายชื่อบริษัทของสหรัฐฯ ในรายการคว่ำบาตรเพื่อควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายาก ขณะที่สหรัฐฯ ลดอัตราภาษีที่เรียกเก็บจากจีนเหลือร้อยละ 30 จากร้อยละ 145  แต่ยังคงอัตราภาษีที่ร้อยละ 20 ที่สหรัฐฯ ประกาศใช้กับจีนเพื่อสกัดกั้นการนำเข้าสารเฟนทานิลจากจีน

บังกลาเทศควบคุมตัวชาวโรฮีนจาหลังหนีออกจากค่ายผู้ลี้ภัย

เว็บไซต์ นสพ.The Daily Star ของบังกลาเทศรายงานเมื่อ 12 พ.ค.68 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวชาวโรฮีนจาจำนวน 45 คน เป็นชาย 14 คน หญิง 11 คน และเด็ก 20 คน ที่ท่าเรือในเขต Sitakunda Upazila เมืองจิตตะกอง ชาวโรฮีนจาได้หลบหนีมาจากเกาะ Bhasan Char ด้วยเรือลากอวน และมุ่งหน้าไปยังเมือง Cox’s Bazar ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนและจะดำเนินการส่งกลับไปยังค่ายผู้ลี้ภัยบนเกาะ Bhasan Char ต่อไป ทั้งนี้ ชาวโรฮีนจาในบังกลาเทศมีแนวโน้มหลบหนีออกจากค่ายผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นจากสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด รวมถึงปัญหาอาชญากรรมภายในค่ายผู้ลี้ภัย อาทิ การค้ายาเสพติด การฆาตกรรม การลักพาตัว และการค้ามนุษย์

การหารือภาษีการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ประสบผลสำเร็จ

  ถ้อยแถลงของนายเหอ ลี่เฟิง รอง นรม. และผู้แทนการค้าจีน หลังพบหารือกับผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ ในประเด็นภาษีทางการค้า เมื่อ 11 พ.ค.68 ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า การหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ประสบผลสำเร็จและสร้างสรรค์ บรรลุฉันทามติสำคัญหลายประการ และเห็นพ้องที่จะจัดตั้งกลไกการปรึกษาหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขความแตกต่างผ่านการเจรจาอย่างเท่าเทียม และเป็นรากฐานสำหรับการยกระดับการแก้ไขความแตกต่างและการกระชับความร่วมมือ ส่งเสริมพัฒนาการของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ และเสริมสร้างความเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก โดยในชั้นนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการดำเนินการในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และจะออกแถลงการณ์ร่วมกันใน 12 พ.ค.68

อาเซียนจะจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-GCC-จีน ครั้งที่ 1 ใน 27 พ.ค.68

สนข.รอยเตอร์ รายงานเมื่อ 8 พ.ค.68 ว่า อาเซียนจะจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ-จีน (ASEAN- Gulf Cooperation Council -China Summit) ครั้งที่ 1 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ใน 27 พ.ค.68 หลังการประชุมสุดยอดอาเซียน ใน 26 พ.ค.68 โดยจีนจะส่ง นรม.หลี่ เฉียง เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม ซึ่งคาดว่าทั้งสามฝ่ายจะใช้การประชุมนี้ผลักดันความร่วมมือเพื่อรับมือกับการมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

ปากีสถานยกข้อตกลงหยุดยิงเป็นชัยชนะของชาติ

นาย Shehbaz Sharif นรม.ปากีสถาน แถลงเมื่อ 10 พ.ค.68 ยกย่องความสำเร็จของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างปากีสถานกับอินเดียว่า เป็นชัยชนะของทั้งประเทศ พร้อมขอบคุณผู้นำทางการเมืองทุกฝ่ายที่เป็นเอกภาพในช่วงเวลาวิกฤตความขัดแย้งทางทหารที่ยืดเยื้อเป็นเวลา 4 วัน โดยเชื่อมั่นว่า การดำเนินการผ่านแนวทางสันติวิธีเป็นหนทางที่เหมาะสมในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะปัญหาแคชเมียร์และการแบ่งปันทรัพยากรน้ำ นอกจากนี้ นรม.Shehbaz ยังชื่นชมนานาชาติ โดยเฉพาะบทบาทของจีน สหรัฐฯ และสหประชาชาติที่มีส่วนสำคัญในการลดความตึงเครียด พร้อมย้ำการสอบสวนจะโปร่งใสในเหตุการณ์โจมตีที่เมือง Pahalgam ซึ่งปากีสถานยินดีให้ความร่วมมือ แม้อินเดียไม่ตอบสนอง อย่างไรก็ดี แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง โดยมีการปะทะกันอย่างประปรายในบางพื้นที่ และแต่ละฝ่ายยังคงกล่าวโทษกันในกรณีละเมิดข้อตกลง

รัสเซียเสนอให้ยูเครนเจรจาโดยตรงอย่างไม่มีเงื่อนไข

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียเสนอให้ยูเครนเจรจาโดยตรงกับรัสเซีย ที่กรุงอิสตันบูล ตุรกี ใน 15 พ.ค.68 โดยไม่มีเงื่อนไข  รัสเซียต้องการสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่การหยุดยิงชั่วคราว 30 วันตามที่ยูเครนเสนอ เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้ยูเครนฟื้นฟูกำลังทหาร ขณะที่ยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียหยุดยิง 30 วัน ประธานาธิบดีปูตินย้ำด้วยว่ารัสเซียยังคงเปิดกว้างในการเจรจาและขอบคุณนานาประเทศที่พยายามผลักดันให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ข้อเสนอของรัสเซียที่จะเจรจาโดยตรงกับยูเครนมีขึ้นในห้วงที่ยูเครนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง อีกทั้งขู่จะไม่รับประกันความปลอดภัยของผู้นำประเทศที่เข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของรัสเซียที่กรุงมอสโก เมื่อ 9 พ.ค.68

กองทัพปากีสถานปฏิบัติการ Bunyanun Marsoos เพื่อโจมตีฐานทัพอินเดีย

เว็บไซต์ สนข.Reuters รายงานเมื่อ 10 พ.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของกองทัพปากีสถานว่า ปากีสถานจะปฏิบัติการโจมตีฐานทัพอินเดีย ภายใต้ชื่อ ปฏิบัติการ Bunyanun Marsoos (หมายถึง โครงสร้างที่มั่นคงหนึ่งเดียว) เพื่อตอบโต้อินเดียที่โจมตีฐานทัพอากาศ 3 แห่งของปากีสถาน ได้แก่ ฐานทัพอากาศ Noor Khan, Murid และ Shorkot ทั้งนี้ ปากีสถานจะมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารทั่วอินเดีย อาทิ คลังเก็บขีปนาวุธ BrahMos ในเมือง Beas สนามบิน Pathankot ในรัฐปัญจาบตะวันตกของอินเดีย ศูนย์ฝึกข่าวกรองทางทหารใน Rajouri และกองทัพอากาศ Udhampur ในดินแดนสหภาพชัมมูและแคชเมียร์ ในการปฏิบัติการครั้งแรก เบื้องต้นกองทัพปากีสถานยืนยันว่า ทรัพย์สินของกองทัพอากาศไม่ได้รับความเสียหาย และยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการโจมตีของอินเดียในครั้งนี้

รัสเซียและจีนใช้สกุลเงินประจำชาติในการค้าทวิภาคีเกือบทุกสาขา

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หลังพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงมอสโก เมื่อ 8 พ.ค.68 ว่า รัสเซียและจีนใช้สกุลเงินประจำชาติ (รูเบิลและหยวน) ทำการค้าระหว่างกันในเกือบทุกสาขา รวมถึงสร้างระบบการค้าที่มั่นคง เพื่อป้องปรามอิทธิพลทางการค้าจากประเทศที่สามและกระแสเชิงลบในตลาดโลก ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของรัสเซีย  มูลค่าการค้าระหว่างกันเมื่อปี 2567 มีสถิติสูงสุดประมาณ 245,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งมีความร่วมมือด้านการลงทุน และจะมีโครงการสำคัญกว่า 90 โครงการ มูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ  ภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง การคมนาคม การเกษตร และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ นอกจากนี้ แถลงการณ์ร่วมของสองฝ่ายยังครอบคลุมการยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนให้ก้าวหน้าภายในปี 2573 อาทิ การเพิ่มส่วนแบ่งของสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนานวัตกรรมด้านการค้าดิจิทัล และการจัดหาวัสดุพื้นฐาน ทรัพยากรแร่ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร