จีนยังคงมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมือกับเวเนซุเอลา

โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับเวเนซุเอลาเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐอธิปไตยสองรัฐ และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในของทั้งสองประเทศ โดยจีนยังคงมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมกับเวเนซุเอลาในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในเวเนซุเอลาจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร และจะปกป้องผลประโยชน์ที่ชอบธรรมของจีนในเวเนซุเอลาตามกฎหมาย รวมทั้งพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อรักษากฎบัตร UN และความยุติธรรมระหว่างประเทศ

สหรัฐฯ เพิ่มรายชื่อประเทศ วางเงินประกันสำหรับตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

สหรัฐฯ ได้เพิ่มรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางจำเป็นต้องวางเงินประกันสำหรับการขอรับการตรวจลงตราเข้าสหรัฐฯ (Visa Bond) อีก 7 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน บอตสวานา สาธารณรัฐแอฟริกากลาง กินี กินี-บิสเซา นามิเบีย และเติร์กเมนิสถาน มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.69  จากรายชื่อเดิมที่มี มอริเชียส เซาตูเมและปรินซีปี แทนซาเนีย แกมเบีย มาลาวี และแซมเบีย รวมเป็นทั้งหมด 13 ประเทศ ทั้งนี้ ผู้ถือหนังสือเดินทางจาก 13 ประเทศดังกล่าวเพื่อยื่นขอรับการตรวจลงตราประเภทธุรกิจและท่องเที่ยว (B1/B2) ต้องวางเงินประกันในอัตรา 5,000 – 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต้องเดินทางเข้าออกสหรัฐฯ ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ Boston Logan, John F. Kennedy และ Washington Dulles เท่านั้น โดยจะได้เงินประกันคืน หากไม่ได้รับอนุมัติการตรวจลงตราหรือพำนักอยู่ไม่เกินเวลาที่กำหนด

ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภริยา ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา (อายุ 64 ปี/ปี 2569) และนางซิเลีย ฟลอเรส (อายุ 69 ปี/ปี 2569) ภริยา ซึ่งถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เมื่อ 5 ม.ค.69 เพื่อเริ่มพิจารณาคดีตามข้อกล่าวหาของทางการสหรัฐฯ ได้แก่ การก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การสมคบคิดนำเข้าโคเคน และการครอบครองปืนกล รวมถึงอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างต่อสหรัฐฯ ซึ่งประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อศาล ด้านทนายความของประธานาธิบดีมาดูโร เปิดเผยว่า จะต่อสู้คดี โดยมุ่งเน้นประเด็นประธานาธิบดีมาดูโร มีสิทธิคุ้มกันจากการถูกดําเนินคดีในฐานะประมุขของรัฐ แม้ว่าสหรัฐฯ จะอ้างไม่ได้ยอมรับ ทั้งนี้ ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ นัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปใน 17 มี.ค.69 ขณะที่ประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำนิวยอร์ก

รัสเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาทันที

สนข.TASS รายงานเมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า ห้วงการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติฉุกเฉินกรณีสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา นาย Vasily Nebenzya ออท.รัสเซียประจำสหประชาชาติ ประณามการจับกุมผู้นำของประเทศอื่นโดยไม่ชอบธรรมของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาและภริยาทันที พร้อมระบุว่า การลักพาตัวผู้นำของประเทศอื่นซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังใช้ศักยภาพทางการทหารครอบงำประเทศอื่น สร้างความโกลาหล และบ่อนทำลายความมั่นคงระหว่างประเทศ การกระทำของสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า สหรัฐฯ ยังคงใช้นโยบายแบบจักรวรรดินิยมและลัทธิล่าอาณานิคมแบบใหม่ (Neocolonialism) ต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา

รัฐบาลคิวระบุ จนท.คิวบาเสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา

รัฐบาลคิวบาแถลง เมื่อ 4 ม.ค.69 ยอมรับว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยข่าวกรองคิวบา ซึ่งได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยในเวเนซุเอลาตามคำร้องขอรัฐบาลเวเนซุเอลา เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา เมื่อ 3 ม.ค.69 รวมจำนวน 32 คน รัฐบาลคิวบาประกาศไว้ทุกข์เป็นเวลา 2 วัน และได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ ยังมีรายงานอ้างนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ที่ระบุว่า คิวบามีบทบาทช่วยปกป้องประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ให้อยู่ในอำนาจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่อารักขา รวมถึงหน่วยข่าวกรองภายใต้การบังคับบัญชาของประธานาธิบดีมาดูโรทั้งหมดเป็นชาวคิวบา

นรม.มาเลเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวผู้นำเวเนซุเอลาและภริยา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 4 ม.ค.69 ว่า ได้ติดตามสถานการณ์เวเนซุเอลาด้วยความกังวลอย่างยิ่ง  การกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวผู้นำเวเนซุเอลาและภริยาในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข  มาเลเซียเห็นว่าการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการปฏิสัมพันธ์อย่างสันติระหว่างรัฐ ดังนั้น การเจรจายังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อปกป้องพลเรือนและช่วยชาวเวเนซุเอลา

รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะบริหารจัดการกิจการน้ำมันในเวเนซุเอลา

นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุมื่อ 4 ม.ค.69 ว่า สหรัฐฯ จะไม่ควบคุมการบริหารประเทศของเวเนซุเอลา แต่จะเน้นการบริหารจัดการกิจการน้ำมันในช่วงเปลี่ยนผ่าน เ พร้อมทั้งย้ำว่า สหรัฐฯ จะยังคงบังคับใช้มาตรการกักกันน้ำมันและมาตรการคว่ำบาตร เพื่อกดดันให้เวเนซุเอลาเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการน้ำมัน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในวันเดียวกันว่า การปฏิบัติการของสหรัฐฯ มีเป้าหมายรักษาสันติภาพของโลก ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโจมตีประธานาธิบดี Gustavo Petro ของโคลัมเบียว่า เกี่ยวข้องกับการขนส่งยาเสพติดเข้าสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะโคเคน และไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปฏิบัติการจับกุมผู้นำโคลัมเบีย

ประธานาธิบดีจีนกล่าวสุนทรพจน์วันปีใหม่

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ ระบุถึงการส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงผ่านนวัตกรรม ซึ่งมีการบูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับอุตสาหกรรม และสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความสำเร็จในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการค้นพบด้านการวิจัยและพัฒนาชิป ซึ่งทำให้จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรมที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็ให้คำมั่นที่จะบรรลุการรวมชาติกับไต้หวัน ขณะที่สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ย้ำจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยอย่างแน่วแน่ เสริมสร้างการป้องกันประเทศท่ามกลางความทะเยอะทะยานในการขยายอำนาจของจีนที่เพิ่มขึ้น

การเลือกตั้งของเมียนมาได้รับความเชื่อมั่นจากจีน

นายหลิน เจี้ยน โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 29 ธ.ค.68 จีนได้ส่งคณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งเข้าร่วมกับประเทศอื่น ๆ ในการติดตามกระบวนการลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมาเมื่อ 28 ธ.ค.68 ว่า ภาพรวมดำเนินไปอย่างสงบและเป็นระเบียบ ส่งผลให้การเลือกตั้งสามารถเริ่มต้นได้อย่างราบรื่น จีนแสดงความคาดหวังว่าการเลือกตั้งในระยะที่ 2 และ 3 จะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งสนับสนุนการฟื้นฟูภาวะปกติทางการเมืองและการส่งเสริมกระบวนการปรองดองที่ครอบคลุมและยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาของประเทศในระยะต่อไป

ประธานาธิบดีรัสเซียอวยพรปีใหม่แก่ประชาชนและทหาร

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เมื่อ 31 ธ.ค.68 เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ปรารถนาให้ประชาชนรัสเซียมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และมั่งคั่ง รวมถึงแสดงความยินดีและเชื่อมั่นต่อนายทหารรัสเซียซึ่งปฏิบัติภารกิจสู้รบเพื่อมาตุภูมิ พร้อมทั้งย้ำว่าความเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นของชาติเป็นสิ่งสำคัญต่ออธิปไตย ความมั่นคง และอนาคตของประเทศ ก่อนหน้านี้ ห้วงเทศกาลคริสต์มาส ประธานาธิบดีปูตินพบปะกับภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจรัสเซีย เพื่อหารือประเด็นข้อห่วงกังวลในการดำเนินธุรกิจห้วงปี 2569 โดยเน้นสถานการณ์ด้านประชากรและแรงงาน รวมถึงแผนการบริหารทรัพย์สินและทรัพยากรบุคคล การจัดการด้านภาษี การกู้เงิน และการทดแทนการนำเข้า