อาเซียนเตรียมผลักดันนโยบายรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย รายงานอ้างคำกล่าว เติงกู ซาฟรุล อับดุล อาซิซ รมว.การลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ในงาน ASEAN Unity Drive 2025 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 21 มี.ค.68 ว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่ระหว่างการหารือถึงนโยบายมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle-EV) มาตรฐานแบตเตอรี่ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานสถานีชารจ์ข้ามพรมแดน เพื่อให้อาเซียนบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งคาดว่านโยบายดังกล่าวจะหารือแล้วเสร็จและประกาศให้ทราบในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียในห้วง พ.ค.68

เวียดนามเร่งรัดการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569

สนข.Vietnam News รายงานเมื่อ 21 มี.ค.68 อ้างคำสั่งการของนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม ให้ทุกภาคส่วนเร่งการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh จ.ด่งนาย ระยะแรก แล้วเสร็จตามกำหนดภายใน 31 ธ.ค.68 และแล้วเสร็จทั้งโครงการภายในปี 2569 โดย 1) ให้กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเร่งก่อสร้างสำนักงานป้องกันและกักกันพื้นและปศุสัตว์ภายในปี 2568 2) กำชับผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารให้ปฏิบัติตามสัญญา 3) ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปต่างประเทศเพื่อควบคุมการนำเข้าวัสดุก่อสร้างให้ส่งมายังเวียดนามทันเวลา รวมทั้งมอบหมายให้นายเจิ่น ฮง ฮา รอง นรม. ดูแลการจัดหาแหล่งวัสดุใหม่ และ 4) ให้สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์และสายการบินเวียตเจ็ทรับผิดชอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านการซ่อมบำรุงเครื่องบิน

การส่งออกของเกาหลีใต้อาจเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 21 มี.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนายพัก ซ็อง-แท็ก รมช.กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน คนที่ 1 ในการประชุมเพื่อพิจารณาแนวโน้มและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกของเกาหลีใต้ ว่า แม้การส่งออกของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยห้วง ก.พ.68 แต่การส่งออกของเกาหลีใต้เผชิญกับความไม่แน่นอนที่รุนแรงมากขึ้น จากการปรับนโยบายด้านภาษีนำเข้าเหล็กกล้า อะลูมิเนียม และสินค้าอื่น ๆ รวมถึงภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ ที่มีกำหนดบังคับใช้ใน 2 เม.ย.68 แต่กระทรวงฯ จะดำเนินทุกวิถีทางเพื่อลดผลกระทบ โดยเฉพาะการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่ นายอัน ด็อก-กึน รมว.กระทรวงฯ จะหารือกับนายฮาวเวิร์ด ลุทนิค รมว.พณ. รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันเดียวกัน

สหรัฐฯ ซุ่มสร้างเขตทหารบริเวณพรมแดนเม็กซิโก

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 20 มีนาคม 2568 ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังสนับสนุนการสร้างพื้นที่วางกำลังพลทางการทหารในบริเวณพรมแดนสหรัฐฯ -เม็กซิโก เพื่อแก้ไขปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการเมืองอนุรักษ์นิยม ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์สนับสนุนการใช้กองทัพแก้ไขปัญหาผู้อพยพในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศมาตั้งแต่ปี 2561 สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะกลายเป็นจุดประจำการทหาร คือ รัฐนิวเม็กซิโก และจะมีกฎหมายอนุญาตให้ทหารสามารถดำเนินการจับกุมผู้อพยพ ก่อนจะส่งตัวให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องคนเข้าเมืองดูแลต่อไป จากนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ อาจขยายพื้นที่เขตทหารเพิ่มเติมยาวไปจนถึงชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศ 

ประธานาธิบดีทรัมป์จะมีคำสั่งเพื่อเริ่มกระบวนการยุบกระทรวงศึกษาธิการ

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 19 มีนาคม 2568 เปิดเผยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมลงนามในคำสั่งผู้บริหารเพื่อเริ่มกระบวนการยุบกระทรวงศึกษาธิการ (Department of Education) ของสหรัฐฯ ใน 20 มีนาคม 2568 และจะให้อำนาจรัฐต่าง ๆ บริหารจัดการการศึกษาเอง โดยประธานาธิบดีทรัมป์มีแผนการจะลงนามในคำสั่งดังกล่าวร่วมกับผู้ว่าการรัฐจากรัฐเทกซัส อินดิแอนา ฟลอริดา และโอไฮโอ

ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าจะยุบกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ตั้งแต่ห้วงกุมภาพันธ์ 2568 แต่ต้องรอให้ Linda McMahon ได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ได้สั่งการให้ลดจำนวนเจ้าหน้าที่และพนักงานในกระทรวงดังกล่าวแล้ว โดยปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 2,100 คน ลดลงจาก 4,100 คน เมื่อต้นปี 2568 ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ เป็นกระทรวงที่มีขนาดเล็กที่สุดของระดับกระทรวงทั้งหมดของสหรัฐฯ

กลุ่มฮะมาสเรียกร้องให้จัดการประท้วงและปิดล้อม สอท.อิสราเอลและสหรัฐฯ ทั่วโลก

สนข. Press TV ของทางการอิหร่าน รายงานเมื่อ 18 มี.ค.68 ว่า กลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาออกแถลงการณ์เมื่อวันเดียวกัน เรียกร้องให้โลกอาหรับ-มุสลิม รวมถึงประชาชนทั่วโลกเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่และปิดล้อม สอท.อิสราเอลและสหรัฐฯ ทั่วโลก เพื่อตอบโต้การกลับมาปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา รวมทั้งกดดันให้อิสราเอลยุติการรุกรานและใช้ความรุนแรงในฉนวนกาซา หลังจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศหลายสิบครั้งทั่วฉนวนกาซาเมื่อช่วงเช้ามืดของวันเดียวกัน และสหรัฐฯ รับทราบถึงปฏิบัติการนี้ล่วงหน้า นอกจากนี้ กลุ่มฮะมาสยังสนับสนุนให้ผู้ประท้วงแสดงสัญลักษณ์ธงปาเลสไตน์และระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา อย่างไรก็ดี กลุ่มฮะมาสไม่ได้ระบุห้วงเวลาที่ควรจัดการชุมนุมประท้วงตามที่ทางกลุ่มเรียกร้อง

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และยูเครนหารือกันทางโทรศัพท์ในเชิงบวก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านทาง Truth Social เมื่อ 19 มี.ค.68 ว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกว่า 1 ชม.ในวันเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องจากการหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียเมื่อ 18 มี.ค.68  เพื่อให้ความต้องการของทั้งสองฝ่ายสอดคล้องกันและเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ขณะที่ สนข.BBC อ้างผู้นำยูเครนว่า การหารือกับผู้นำสหรัฐฯ เป็นไปในทางบวกอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะบริหารจัดการโรงฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียที่กองทัพรัสเซียควบคุมตั้งแต่ มี.ค.65  การยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบราง และท่าเรือ สามารถดำเนินการได้โดยเร็วและเป็นการเริ่มต้นของการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง และเชื่อว่าการผลักดันของสหรัฐฯ และความร่วมมือกับยูเครน จะทำให้สันติภาพบรรลุผลอย่างยั่งยืนได้ในปี 2568 นอกจากนี้ นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ แถลงในวันเดียวกันเกี่ยวกับการหารือระหว่างผู้นำสองประเทศว่า สหรัฐฯ จะจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศให้ยูเครนเพิ่ม กับทั้งจะแบ่งปันข้อมูลระหว่างกองทัพในห้วงที่สถานการณ์สู้รบกำลังเปลี่ยนแปลง และคณะทำงานด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องจะประชุมหารือกันที่ซาอุดีอาระเบียในเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับการหยุดยิงในเขตทะเลดำ ซึ่งอาจเป็นก้าวแรกของการยุติสงครามโดยสมบูรณ์

เวียดนามขอให้สหรัฐฯ เพิ่มการลงทุนและความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน

สนข.Vietnam News รายงานเมื่อ 18 มี.ค.68 ถึงการพบหารือระหว่างนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม กับนาย Charles James Boyd Bowman ผอ.Trump Organisation’s Việt Nam Project ที่กรุงฮานอยในวันเดียวกัน โดย นรม.เวียดนามขอให้สหรัฐฯ เพิ่มการลงทุนในประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เวียดนามเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงหวังให้สหรัฐฯ บังคับใช้นโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงของเวียดนามไปยังสหรัฐฯ ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 Trump Organisation’s Việt Nam Project ประกาศแผนจะลงทุนโครงการนันทนาการครบวงจรใน จ.ฮึงเงียน ทางตอนเหนือของเวียดนาม รวมมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานวุฒิสภากัมพูชาพบหารือกับกงสุลกิตติมศักดิ์เพื่อขยายความร่วมมือ

นสพ.Khmer Times รายงานเมื่อ 19 มี.ค.68 อ้างผลการประชุมร่วมระหว่างสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและรักษาการประมุขรัฐกัมพูชา กับนาย Salah Essa กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งสาธารณรัฐไซปรัส ประจำกัมพูชา และคณะกงสุลกิตติมศักดิ์อีก 10 ประเทศ ณ ห้องประชุมสำนักงานวุฒิสภา ราชธานีพนมเปญ เมื่อ 18 มี.ค.68 โดยสมเด็จฯ ฮุน เซน ย้ำว่ากัมพูชามุ่งมั่นสานต่อความสัมพันธ์ และความร่วมมือด้านการทูต เศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว และขอให้ทั้ง 11 ประเทศสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร/ทรัพยากรมนุษย์ของกัมพูชา ด้านนาย Salah Essa กล่าวชื่นชมการพัฒนากัมพูชาภายใต้การนำของสมเด็จฯ ฮุน เซน ต่อเนื่องมาถึงสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา พร้อมให้คำมั่นจะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน

ไทยและเวียดนามส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหาร และความมั่นคง

สนข.Vietnam News รายงานเมื่อ 19 มี.ค.68 ถึงการพบหารือระหว่าง พล.ท.ฮว่าง ซวน เจี๋ยน รมช.กห.เวียดนาม กับ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัด กห.ไทยในการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านความมั่นคง (Defence Policy Dialogue-DPD) ไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 6 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 18 มี.ค.68 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคง อาทิ การแลกเปลี่ยนการเยือน การศึกษาและฝึกอบรม (ไซเบอร์และการวิจัยเชิงนโยบาย) ความมั่นคงทางทะเล การแพทย์ทหาร การจัดการชายแดน และการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมทั้งสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียน การแก้ปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคอย่างสันติ และการเคารพกฎระเบียบระหว่างประเทศ