คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน จัดประชุมสุดยอดไตรภาคีและลงนามสนธิสัญญาเปิดพรมแดน

สนข. UZA รายงานเมื่อ 31 มี.ค. 68 ว่าประธานาธิบดีซาดีร์ จาปารอฟ ของคีร์กีซสถาน ประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซิโยเยฟของอุซเบกิสถาน และประธานาธิบดีเอมอมาลี เราะห์มาน ของทาจิกิสถาน เข้าร่วมการประชุมสุดยอดไตรภาคี ที่เมือง Khujand ทาจิกิสถาน โดยหารือประเด็นพรมแดน พร้อมทั้งระบุถึงความสำเร็จทางของสนธิสัญญาพรมแดนระหว่างคีร์กีซสถาน-ทาจิกิสถานในเชิงการทูต รวมถึงหารือเกี่ยวกับการประชุมสุดเอเชียกลาง-EU ห้วง 3-4 เม.ย.68 การประชุมเอเชียกลาง-ประเทศอ่าวอาหรับห้วง พ.ค.68 และการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียกลางครั้งที่ 7 ห้วง ก.ย.68 ภายหลังการหารือ ผู้นำทั้งสามลงนามสนธิสัญญาเปิดสามเหลี่ยมพรมแดนคีร์กีซสถาน-ทาจิกิสถาน-อุซเบกิสถาน สาระสำคัญเกี่ยวกับการเสริมสร้างความมั่นคงบริเวณชายแดน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน และการลงทุนร่วมกันในอุตสาหกรรมพลังงาน  ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า สนธิสัญญาเปิดสามเหลี่ยมพรมแดนของสามประเทศ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์กลุ่มประเทศเอเชียกลางที่เป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาคและเชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

กัมพูชา-อินเดีย หารือแนวทางขยายความร่วมมือด้าน กห.

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างผลการพบหารือระหว่าง พล.อ.เตีย เซยฮา รอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา กับนาย Vanlalvawna Bawitlung ออท.อินเดียประจำกัมพูชา ในวันเดียวกัน ย้ำคำมั่นการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านคการป้องกัน และส่งเสริมความร่วมมือในด้านดังกล่าว โดยฝ่ายกัมพูชาชื่นชมอินเดียที่สนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะการฝึกอบรมกำลังพลของกองทัพแห่งชาติกัมพูชา ส่วนฝ่ายอินเดียกล่าวว่ากัมพูชาเป็นหุ้นส่วนสำคัญในนโยบายปฏิบัติการตะวันออก (Act East Policy)  เฉพาะอย่างยิ่งจากการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำทหารระดับสูง พร้อมกับระบุว่า อินเดียจะจัดตั้ง สนง.กห.ภายใน สอท.อินเดีย/ราชธานีพนมเปญ และอยู่ระหว่างการแต่งตั้ง ผชท.ทหาร เพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานความร่วมมือด้าน กห.ที่ใกล้ชิด ซึ่ง พล.อ.เตีย เซยฮา เห็นชอบการจัดตั้ง สนง.ดังกล่าว

จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 อ้างแถลงการณ์ของสำนักงานกิจการต่างประเทศของจีนในฮ่องกง และ สอท.จีน/สหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจและประณามกรณี กต.สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 31 มี.ค.68 อ้าง Hong Kong Policy Act ด้วยการคว่ำบาตร จนท.รัฐ ของจีนและฮ่องกง รวม 6 ราย ในความผิดฐานบ่อนทำลายสิทธิและอำนาจปกครองตนเองของฮ่องกง  สอท.จีน/สหรัฐฯ เรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพข้อเท็จจริงว่าฮ่องกงกำลังเข้าสู่ขั้นตอนของการพัฒนาแล้วจากการคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มงวด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุนและพัฒนาของจีน รวมทั้งเรียกร้องให้ยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง และจีนจะกำหนดมาตรการเพื่อตอบโต้มาตรการของสหรัฐฯ

ปากีสถานขยายเวลาส่งตัวผู้อพยพชาวอัฟกันกลับประเทศถึงช่วงเทศกาล Eid al-Fitr

เว็บไซต์ สนข.The Khamaa Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 ว่า ปากีสถานขยายกำหนดการส่งตัวผู้อพยพชาวอัฟกันกลับประเทศ จากเดิม 31 มี.ค.68 เป็นภายใน 10 เม.ย.68 เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล Eid al-Fitr ซึ่งเป็นวันหยุดสำคัญทางศาสนา  เพื่อให้สามารถดำเนินการส่งตัวกลับได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี สถานการณ์โดยรวมของผู้อพยพชาวอัฟกันในปากีสถานยังคงตึงเครียดและไม่แน่นอน หลังจากตำรวจปากีสถานควบคุมตัวผู้ลี้ภัยและนักเคลื่อนไหวชาวอัฟกัน เมื่อ 30 มี.ค.68 ทั้งนี้ ปากีสถานยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการผู้อพยพชาวอัฟกันในช่วงขยายเวลาดังกล่าว ส่งผลให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัย

อิสราเอลยื่นข้อเสนอขยายเวลาหยุดยิงในกาซาเพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกัน

สนข. Reuters และ นสพ. Jerusalem Post รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของ จนท.อิสราเอลว่า อิสราเอลได้ยื่นข้อเสนอไปยังกลุ่มฮะมาสผ่านประเทศผู้ไกล่เกลี่ย (ข้อเสนอของอียิปต์ที่กำหนดให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันจำนวน 5 คน รวมถึงนาย Edan Alexander ตัวประกันที่ถือสัญชาติอิสราเอลและสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการหยุดยิงในฉนวนกาซา) โดยอิสราเอลแก้ไขข้อเสนอดังกล่าวเป็นการขยายเวลาการหยุดยิงประมาณ 40-50 วัน เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 10 คน รวมถึงนาย Alexander ซึ่งเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของตัวประกันที่คาดว่ายังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด 24 คน และการส่งคืนร่างตัวประกันจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนตัวประกันที่คาดว่าเสียชีวิตแล้วทั้งหมด 35 คน นอกจากนี้ อิสราเอลยังเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสรายงานข้อมูลและสถานะของตัวประกันที่เหลืออยู่ รวมถึงจะมีการเจรจาเกี่ยวกับสถานการณ์หลังข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดและเงื่อนไขในการยุติสงครามในห้วงการหยุดยิงครั้งใหม่นี้

มาตรการภาษีตอบโต้ที่สหรัฐฯ จะประกาศใช้ใน 2 เม.ย.68 จะครอบคลุมทุกประเทศ

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า มาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่สหรัฐฯ จะประกาศบังคับใช้ใน 2 เม.ย.68 จะมีผลกับทุกประเทศ ไม่เฉพาะแค่ 10 -15 ประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ  โดยเห็นว่ามาตรการภาษีเป็นวิธีปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาดการค้าโลก และเป็นการต่อรองเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีกว่า อย่างไรก็ดี สงครามการค้าที่เป็นผลจากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สร้างความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพการค้าโลกและสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ

ยุโรปไม่ยกเลิกนโยบาย DEI ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ

สนข.Politico EU รายงานเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า ภาครัฐและภาคเอกชนในยุโรปวิจารณ์ข้อเรียกร้องของ กต.สหรัฐฯ ที่ให้บริษัทต่าง ๆ ในฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเบลเยียม ยกเลิกนโยบายความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion – DEI) พร้อมขู่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยฝรั่งเศสประณามการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน ขณะที่นาง Aurore Bergé รมว.กระทรวงความเท่าเทียมทางเพศของฝรั่งเศสยืนยันว่า ธุรกิจต่าง ๆ จะยังคงส่งเสริมความก้าวหน้าทางสังคมต่อไป เช่นเดียวกับนายแจน จัมบอน รอง นรม.เบลเยียมที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการไม่เลือกปฏิบัติของยุโรป ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องจากสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายภาษีที่จะประกาศใน 2 เม.ย.68 ยังอาจทำให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทวีความรุนแรงขึ้น

นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับ รมว.กห.สหรัฐฯ

เว็บไซต์ สนง.นรม.ญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับ นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ เมื่อวันเดียวกัน ที่กรุงโตเกียว ในโอกาสเยือนญี่ปุ่น  นรม.ญี่ปุ่นยินดีต่อการเยือนในครั้งนี้ และพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อสร้างภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้  ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศระหว่างกัน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการยับยั้งและตอบโต้ อาทิ การยกระดับการบังคับบัญชาและการควบคุมของกองกำลังญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ การเสริมสร้างกองกำลังญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ในหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น การส่งเสริมความร่วมมือด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ และการเสริมสร้างเครือข่ายของประเทศที่มีแนวคิดเดียวกัน  

จีนสำรวจพบแหล่งน้ำมันสำรองและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในทะเลจีนใต้

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างประกาศของบริษัท China National Offshore Oil Corporation-CNOOC ในวันเดียวกันว่า สำรวจพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำรองขนาดใหญ่ที่แหล่งฮุ่ยโจว (Huizhou 19-6) ทาง ตอ.ของทะเลจีนใต้ ห่างจากมณฑลกวางตุ้งประมาณ 170 กม. ที่ระดับความลึกประมาณ 100 เมตร ซึ่งต้องใช้แท่นขุดเจาะน้ำมันแบบลึกพิเศษ ทั้งนี้ จากการสำรวจเบื้องต้นคาดว่ามีปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่ยืนยันได้ในแหล่งดังกล่าวมากกว่า 100 ล้านตัน สามารถผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณ 413 บาร์เรล และก๊าซธรรมชาติประมาณ 68,000 ลบ.ม.ต่อวัน

ไต้หวันเสนอความช่วยเหลือให้แก่ไทยและเมียนมาที่ประสบเหตุแผ่นดินไหว

กต.ไต้หวันออกแถลงการณ์เมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า ไต้หวันพร้อมมอบความช่วยเหลือให้แก่ไทยและเมียนมาที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มี.ค.68 โดยสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปในไทยและเมียนมาได้แจ้งให้รัฐบาลทั้งสองประเทศทราบถึงความพร้อมของไต้หวันที่จะส่งทีมและอุปกรณ์สำหรับการค้นหาและกู้ภัย ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปในเมียนมารายงานว่า พบหญิงชาวไต้หวันที่หายสาบสูญในสภาพที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ไต้หวันขอให้ไทยและเมียนมาให้ความชัดเจนของสถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยก่อนตอบรับความช่วยเหลือจากไต้หวัน เนื่องจากการเดินทางเข้าเมียนมายังคงยากลำบาก ทั้งนี้ กต. ไต้หวัน ได้แก้ไขปรับปรุงคำแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory) เมื่อช่วงค่ำ 28 มี.ค.68 ขอให้ชาวไต้หวันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังกรุงเนปยีดอ และเมืองมัณฑะเลย์ในเมียนมา