รัสเซียอาจอนุญาตให้บริษัทเมตากลับมาให้บริการในรัสเซีย

สนข. Tass รายงานเมื่อ 27 ก.พ. 68 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียว่า บริษัทเมตา ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ เฟสบุ๊ก อินสตราแกรม รวมถึงบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ อื่น ๆ ต้องยินยอมปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของรัสเซีย จึงจะกลับมาให้บริการในรัสเซียได้ แม้ว่ารัสเซียจะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ  ทั้งนี้ บริษัทเมตาถูกห้ามดำเนินงานในรัสเซีย เนื่องจากศาลรัสเซียพิพากษาเมื่อ 21 มี.ค.65 ว่า สื่อสังคมออนไลน์ของเมตา เป็นพื้นที่เผยแพร่ความเชื่อสุดโต่ง และเป็นภัยต่อความมั่นคง รวมถึงแพลตฟอร์ม ยูทูป ที่แม้จะไม่มีคำสั่งห้ามใช้งานอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลรัสเซียได้จำกัดการเข้าถึงยูทูปในรัสเซีย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หารือกับ นรม.สหราชอาณาจักรเกี่ยวกับยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พบหารือกับนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักรซึ่งเยือนสหรัฐฯ เมื่อ 27 ก.พ.68 เกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพในยูเครน ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงด้านแร่หายากระหว่างสหรัฐฯ – ยูเครน เป็นการรับประกันความปลอดภัยที่ยูเครนต้องการ และเลี่ยงข้อเรียกร้องของ นรม.สหราชอาณาจักรที่ย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ต่อสันติภาพในยูเครน และต้องการให้สหรัฐฯ ยังคงการสนับสนุนทางการทหารให้กับยูเครน  ผู้นำสหรัฐฯ ยังเชื่อมั่นต่อรัสเซียที่จะไม่รุกรานยูเครน หากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ขณะที่ นรม.สหราชอาณาจักรกังวลว่า การบรรลุข้อตกลงสันติภาพอย่างรีบเร่ง อาจส่งผลให้ยุโรปเผชิญปัญหาด้านความมั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบรับการเยือนสหราชอาณาจักร

IDF เผยแพร่ผลสอบสวนความผิดพลาดที่นำไปสู่การโจมตีของฮะมาส

กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) เผยแพร่รายงานเมื่อ 27 ก.พ.68 เกี่ยวกับผลการสอบสวนความผิดพลาดที่นำไปสู่การก่อเหตุโจมตีของกลุ่มฮะมาสต่ออิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 อย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรก โดยมีสาระสำคัญว่า IDF ยอมรับว่าล้มเหลวในการแจ้งเตือนเหตุโจมตีจากกลุ่มฮะมาส รวมถึงไม่สามารถรับมือและปกป้องพลเรือนอิสราเอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากให้ความสำคัญกับอิหร่านและกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนว่าเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่สำคัญลำดับแรก ขณะที่กลุ่มฮะมาสเป็นภัยคุกคามที่สำคัญรองลงมา  จึงประเมินศักยภาพและเจตนารมณ์ของกลุ่มฮะมาสผิดพลาดและต่ำเกินไป โดยเชื่อว่ากลุ่มฮะมาสไม่ต้องการทำสงครามขนาดใหญ่กับอิสราเอล และแผนโจมตีของกลุ่มฮะมาสไม่สมเหตุสมผลและไม่น่าจะปฏิบัติได้จริง

นรม.กัมพูชาผลักดันการท่องเที่ยวในแนวคิด “One Tourist, One Scarf”

สนข. Fresh News รายงานเมื่อ 27 ก.พ.68 อ้างถ้อยแถลงของสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา ระหว่างพิธีเปิดการประชุมประจำปี 2567 ของกระทรวงการท่องเที่ยวว่า ต้องการพัฒนาแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ส่งเสริมผลิตชุมชนภายใต้แนวคิด One Tourist, One Scarf หรือ 1 นักท่องเที่ยว 1 ผ้ากรอมา (Krama) เพื่อส่งเสริมการผลิตผ้ากรอมา หรือผ้าพันคอทอมือแบบดั้งเดิม  นรม.ยังแนะนำให้จัดตั้งกลไกตัวกลางเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้าที่ระลึกในท้องถิ่นกับตลาดและนักท่องเที่ยว เพื่อหวังให้ร้านขายของที่ระลึกและตลาดกลางคืนมีผลิตภัณฑ์กัมพูชาที่มีคุณภาพสูง น่าดึงดูดใจ และราคาหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมผู้ผลิตเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์ สื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งนี้ นรม.กัมพูชา ผลักดันและสนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ปี 2569-2578 ของกระทรวงการท่องเที่ยว

สอท.สหรัฐฯ /กรุงเทพ เตือนพลเมืองสหรัฐฯ ในไทยเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

สอท.สหรัฐฯ ประจำกรุงเทพ ประกาศผ่านทางเว็บไซต์เมื่อ 28 ก.พ.68 เตือนพลเมืองสหรัฐฯ ในไทย เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่ เพราะมีความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุรุนแรง จากกรณีที่ไทยส่งตัวผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ 45 คนกลับไปจีนเมื่อ 27 ก.พ.68 เนื่องจากเมื่อปี 2558 ไทยเคยส่งชาวอุยกูร์ให้จีน และเกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่ศาลพระพรหมเอราวัณในกรุงเทพ ซึ่งมีผู้เสีย 20 รายและบาดเจ็บอีก 125 ราย เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน

อินโดนีเซียรับกลับเหยื่อคอลเซนเตอร์ จากเมียนมาผ่านทาง จ.ตาก

กต.อินโดนีเซียแถลงเมื่อ 28 ก.พ.68 ว่า พลเมืองอินโดนีเซียที่เป็นเหยื่อขบวนการคอลเซนเตอร์จากเมียนมาจำนวน 84 ราย (ชาย 69 รายและสตรี 15 ราย ซึ่งมีสตรีมีครรภ์รวมอยู่ด้วย 3 ราย) ได้รับความช่วยเหลือจากเมียนมาเดินทางมาถึง อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ 27 ก.พ.68 โดย จนท. กต.อินโดนีเซีย สอท.อินโดนีเซีย/ย่างกุ้ง และ สอท.อินโดนีเซีย/กรุงเทพฯ ลงพื้นที่รอรับตั้งแต่ 23 ก.พ.68 ชาวอินโดนีเซียดังกล่าว ผ่านขั้นตอนตรวจสุขภาพ กระบวนการ ตม. และกลไกการส่งต่อระดับชาติ จากนั้นเดินทางต่อไปกรุงเทพฯ โดยมีกำหนดเดินทางกลับประเทศในช่วงค่ำของ 28 ก.พ.68 ซึ่งหลังจากเดินทางกลับ จะต้องผ่านการกระบวนการประเมิน รวมทั้งการฟื้นฟูเยียวยาก่อนการส่งกลับภูมิลำเนาต่อไป

สหรัฐฯ จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีกร้อยละ 10

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 28 ก.พ.68 ประกาศจะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 10 เพื่อกดดันจีนให้แก้ไขปัญหาการขายยาเสพติดไปยังสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่ายาเสพติดเฟนทานิลผลิตจากจีน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะเพิ่มเติมจากภาษีนำเข้าร้อยละ 10 ที่สหรัฐฯ ใช้กับสินค้าจีนไปแล้วเมื่อต้น ก.พ.68 ส่วนมาตรการเพิ่มเติมครั้งใหม่นี้จะเริ่มใช้ใน 5 มี.ค.68 ทำให้สินค้าจีนจะต้องเสียภาษีสูงมาก ทางรัฐบาลจีนไม่พอใจและประกาศจะตอบโต้มาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ และย้ำว่าผู้นำสหรัฐฯ พยายามใช้เรื่องยาเสพติดเฟนทานิลเป็นข้ออ้างในการข่มขู่และกดดันจีน พร้อมกันนี้ ฝ่ายจีนระบุว่าที่ผ่านมาได้แสดงความพร้อมที่ขจะร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่การที่ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงขู่ใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างไม่เป็นธรรม จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือระหว่างกันด้วย

ประธานาธิบดีจีนขอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปประเทศและพัฒนาจีนให้ทันสมัย

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 26 ก.พ.68 ว่า นายสี จิ้นผิง ปธน.จีน แสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุม จนท.อาวุโส ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) และคณะเลขาธิการกลาง พคจ.หลังอ่านรายงานผลการปฎิบัติงานประจำปี 2567 ของรัฐบาล โดยขอให้ทุกฝ่ายทั้งภายใน พคจ.และรัฐบาลตอบสนองต่อความท้าทายที่เกิดจากพลวัตการเปลี่ยนแปลงทั้งในและต่างประเทศอย่างรอบคอบ เร่งสร้างรูปแบบการพัฒนาให้ทันสมัยแบบจีน (Chinese Modernization) ส่งเสริมการปฏิรูปรอบด้าน เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินนโยบายตามการชี้นำของคณะกรรมการกลาง พคจ. อย่างแน่วแน่ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 ของจีน (ปี 2564-2568) และวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (ปี 2569-2573) ของจีน

ไต้หวันระบุจีนฝึกซ้อมยิงนอกชายฝั่งไต้หวัน

เว็บไซต์ นสพ. Strait Times รายงานเมื่อ 26 ก.พ.68 อ้างแถลงการณ์ของ กห.ไต้หวัน ว่า กองทัพจีนฝึกซ้อมยิงในวันเดียวกัน บริเวณนอกชายฝั่ง ตต.ต.ของไต้หวัน และตรวจพบเครื่องบินทางทหารของจีนจำนวน 32 ลำ ปฏิบัติการซ้อมรบร่วมกับเรือรบจีนในช่องแคบไต้หวันซึ่งละเมิดแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ เนื่องจากจัดการซ้อมรบในน่านน้ำห่างจากชายฝั่ง 40 ไมล์ทะเลโดยไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยทางการบินและการเดินเรือระหว่างประเทศ ทั้งยังเป็นการกระทำเชิงยั่วยุและอันตรายต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่ง กห.ไต้หวันได้จัดกำลังพลเพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ พร้อมกันนี้ กห.ไต้หวันระบุว่า กิจกรรมทางทหารของจีนในพื้นที่อื่น ๆ ในภูมิภาค อาทิ บริเวณใกล้น่านน้ำออสเตรเลียเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า จีนเป็นมหาอำนาจเพียงชาติเดียวที่เป็นภัยคุกคามสันติภาพและความมั่นคงของช่องแคบไต้หวันและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

อิหร่านมียูเรเนียมสมรรถนะสูงสำหรับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 26 ก.พ.68 โดยอ้างรายงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency-IAEA) ว่า อิหร่านผลิตและเก็บสำรองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่มีความเข้มข้นสูงถึงร้อยละ 60 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับการนำไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ ทั้งนี้ ปัจจุบันอิหร่านสามารถผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่มีความเข้มข้นร้อยละ 60 ได้ 35-40 กก. ต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากเมื่อห้วงปลายปี 2567 ซึ่งที่อยู่ประมาณ 6-9 กก. ต่อเดือน ขณะที่การแก้ไขปัญหาขัดแย้งระหว่าง IAEA กับอิหร่าน ไม่มีความคืบหน้าสำคัญ เช่น อิหร่านยังคงไม่สามารถคลี่คลายข้อสงสัยกรณี IAEA ตรวจพบอนุภาคยูเรเนียมในพื้นที่ Varamin และ Turquzabad ซึ่งไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการว่าเป็นที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ด้านนายมุฮัมมัด อิสลามี รองประธานาธิบดีและ ผอ.องค์การพลังงานปรมาณูอิหร่าน (AEOI) ยืนยันว่าอิหร่านยังคงร่วมมือกับ IAEA ในการตรวจสอบโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน