อินเดียและคูเวตยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

เว็บไซต์ The Hindu รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 อ้างผลการเยือนคูเวตอย่างเป็นทางการของ นรม.นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ระหว่าง 21-22 ธ.ค.67 ว่า ทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งจะส่งเสริมความสัมพันธ์ให้เติบโตยิ่งขึ้น   นรม.โมดิ ยังพบหารือกับ เชค มิชอัล อัลอะห์มัด อัลญาบิร อาลเศาะบาฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวตเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ยา และเวชภัณฑ์ เทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) โครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคง รวมทั้งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรติสูงสุดของประเทศ “The Order of Mubarak Al-Kabeer” สำหรับบทบาทการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ อีกทั้งยังพบหารือกับมกุฎราชกุมาร Sabah Al-Khaled Al-Hamad Al-Mubarak Al-Sabah และเชค อะห์มัด นะวาฟ อัลอะห์มัด อาลเศาะบาฮ์ นรม.คูเวต นอกจากนี้ นรม.โมดิ เยี่ยมเยียนชุมชนอินเดียโพ้นทะเลซึ่งมีมากกว่า 1 ล้านคน และเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในคูเวต

ลาวจะปลูกแมคคาเดเมียและทุเรียนในแขวงจำปาสักเพื่อส่งออก

นสพ.Vientiane Times รายงานเมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า นาย Somboun Heuangvongsa รองเจ้าแขวงจำปาสัก ลาว เป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงระหว่างหัวหน้ากรมแผนการและการลงทุน แขวงจำปาสัก กับนาย Le Van Nha ผู้บริหารภาคเอกชน เกี่ยวกับการพัฒนาที่ดิน 150 เฮกตาร์ (ประมาณ 937.5 ไร่) ในเมืองปากซ่อง แขวงจำปาสัก เพื่อปลูกแมคคาเดเมียและทุเรียนสำหรับจำหน่ายในประเทศและส่งออก ข้อมูลจากสมาคมธุรกิจเกษตรลาวระบุว่า ปัจจุบันลาวปลูกทุเรียนมากกว่า 10,000 ต้น ผลผลิตเฉลี่ย 900 ตัน/ปี และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 270,000 ต้นในปี 2572 ผลผลิตประมาณ 24,000 ตัน มูลค่ามากกว่า 155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่เผยแพร่ข้อมูลการเสียชีวิตของพลเรือนจากการถูกโจมตี

สนข. Mizzima รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 อ้างรายงานของ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation-SHRF) เผยแพร่เมื่อ 20 ธ.ค.67 ระบุว่า ห้วง 9 ต.ค.-10 ธ.ค.67 กองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศและโจมตีด้วยปืนใหญ่ลงพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ และเมืองโมโกกในภาคมัณฑะเลย์ ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 68 คน บาดเจ็บ 136 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในโรงเรียน โรงพยาบาล วัด โบสถ์ และร้านค้า เมืองที่เป็นเป้าหมาย ได้แก่ เมืองสีป้อ เมืองโมงไย เมืองแสนหวี เมืองลาเสี้ยว เมืองกุนโหลง เมืองนองโช เมืองน้ำซาน เมืองโมโกก และเมืองจ๊อกแม

สิงคโปร์ประณามการก่อเหตุขับรถชนฝูงชนในเยอรมนี

กต.สิงคโปร์แถลงเมื่อ 22 ธ.ค.67 ประณามการก่อเหตุขับรถชนฝูงชนที่ตลาดคริสต์มาส ในเมืองมักเดอบวร์ก ของเยอรมนีเมื่อ 20 ธ.ค.67 ว่า เป็นการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้  และขอแสดงความเสียใจไปถึงเหยื่อและครอบครัว รวมทั้งขอให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว ขณะที่ สอท.สิงคโปร์/เบอร์ลิน ได้ติดต่อชาวสิงคโปร์ที่ลงทะเบียนกับเว็บไซต์ กต. และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเยอรมนีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งยังไม่พบว่า มีชาวสิงคโปร์ได้รับผลกระทบโดยตรง หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี สอท.ฯ แนะนำให้ชาวสิงคโปร์ในเยอรมนี ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่น เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงสถานที่พลุกพล่าน โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับสถานที่เกิดเหตุ

สภานิติบัญญัติไต้หวันเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์จากจีน

นสพ.Taipei Times รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 ว่า หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศของสภานิติบัญญัติไต้หวันระบุว่า พบการโจมตีทางไซเบอร์จากจีนต่อสภานิติบัญญัติไต้หวันเฉลี่ย 900,000 ครั้งต่อเดือน ซึ่งหน่วยงานได้ทบทวนการป้องกันทางไซเบอร์เป็นประจำตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังพรรคพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party-DPP)  และพรรคก๊กมินตั๋งมีมติเรียกร้องให้แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้โดยไม่จำกัดงบประมาณ พร้อมทั้งให้ตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายของสภานิติบัญญัติเพื่อความปลอดภัย

ออสเตรเลียเร่งค้นหาครูชีววิทยาถูกจับในยูเครน

เว็บไซต์เครือข่ายโทรทัศน์ ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 ว่า นาย Oscar Jenkins ชาวออสเตรเลีย อายุ 32 ปี ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนแอปพลิเคชัน Telegram เมื่อ 22 ธ.ค.67 ในสภาพถูกมัดมือ ใบหน้าเปื้อนดิน และมีบาดแผลที่ศีรษะ และกำลังถูกสอบถามด้วยภาษารัสเซียจากบุคคลที่อยู่นอกกล้อง โดยนาย Jenkins ตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษปนภาษายูเครน ระบุว่า เป็นครูสอนชีววิทยาที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียและยูเครน นาย Mark Dreyfus รักษาการ รมว.กต.ออสเตรเลียเรียกร้องให้รัสเซียปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมถึงการคุ้มครองเชลยศึก รัฐบาลออสเตรเลียกำลังเร่งค้นหาตัวนาย Jenkins โดยด่วนที่สุด เพื่อยืนยันความปลอดภัย

ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้สมาชิกเนโตเพิ่มงบประมาณทางทหาร

นสพ.Financial Times รายงานเมื่อ 21 ธ.ค.67 ว่า คณะทำงานด้านการต่างประเทศของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุกับ จนท.ของสหภาพยุโรปถึงนโยบายต่อยุโรปและการรุกรานยูเครนของรัสเซียว่า ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ จะยังคงสนับสนุนยุทโธปกรณ์ให้ยูเครน ขณะเดียวกันจะโน้มน้าวให้ทั้งสองฝ่ายเร่งยุติสงคราม กับทั้งต้องการให้สมาชิกเนโตเพิ่มงบประมาณทางทหารให้ถึงร้อยละ 5 ของ GDP จากเดิมที่กำหนดไว้ร้อยละ 2 ซึ่งมีสมาชิก 23 ประเทศจากทั้งหมด 32 ประเทศที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ สหรัฐฯ จัดสรรงบประมาณทางทหารที่ร้อยละ 3.1 ของ GDP ในปี 2567 ขณะที่ปี 2563 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่นายทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ได้จัดสรรงบประมาณทางทหารที่ร้อยละ 3.4 ของ GDP

ยูเครนใช้ขีปนาวุธโจมตีเมือง Rylsk ในแคว้นคุสค์ ของรัสเซีย

สนข.RT ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 21 ธ.ค.67 ว่า ยูเครนใช้ขีปนาวุธ HIMARS ที่ผลิตในสหรัฐฯ โจมตีเมือง Rylsk ในแคว้นคุสค์ ของรัสเซีย เมื่อ 20 ธ.ค.67 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และก่อความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งเมือง   นาย Aleksandr Khinshtein รักษาการผู้ว่าการแคว้นคุสค์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ รวมให้ให้คำมั่นว่าผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้จะต้องเผชิญกับการตอบโต้ และจะเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลาย

กต.จีนประท้วงสหรัฐฯ กรณีให้ความช่วยเหลือทางทหารและขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน

กต.จีน ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ธ.ค.67 ประท้วงรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อนุมัติความช่วยเหลือทางทหารแก่ไต้หวันมูลค่า 571.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าสูงสุดเท่าที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เคยให้แก่ไต้หวัน ขณะที่ กห.สหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธให้แก่ไต้หวันรอบใหม่มูลค่า 295 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจีนถือว่าสหรัฐฯ ละเมิดหลักการจีนเดียวและแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ 3 ฉบับอย่างร้ายแรง    และจีนจะดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน

อียิปต์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่ม D-8

ประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ของอียิปต์ ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำประเทศสมาชิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมุสลิมกำลังพัฒนา หรือ D-8 (ประกอบด้วยอียิปต์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถาน อิหร่าน บังกลาเทศ ตุรกี และไนจีเรีย) กล่าวเปิดการประชุม ที่เมือง New Administrative Capital อียิปต์ เมื่อ 19 ธ.ค.67 ย้ำความสำคัญของหัวข้อการประชุมที่เน้นการลงทุนในเยาวชนและการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศกำลังพัฒนา ตลอดจนการสร้างความร่วมมือที่พร้อมรับความท้าทายร่วมกัน ที่ประชุมยังได้รับรองอาเซอร์ไบจานเป็นสมาชิกถาวร และเรียกร้องการยุติความรุนแรงในเลบานอนและซีเรียที่กระทบต่อความมั่นคงเศรษฐกิจของภูมิภาคและโลก สำหรับประธานกลุ่ม D-8 ปี 2568 ได้แก่ อินโดนีเซีย