สิงคโปร์สั่งปรับธนาคาร JPMorgan สหรัฐฯ ฐานคิดส่วนต่างสูงเกินควร

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) แถลงเมื่อ 2 ธ.ค.67 ว่า ได้สั่งปรับธนาคาร JPMorgan Chase & Co. ซึ่งให้บริการด้านการเงินการธนาคาร การลงทุน และการบริหารทรัพย์สินขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 62.1 ล้านบาท) ฐานละเมิดกฎหมายสิงคโปร์ ด้วยการบิดเบือนส่วนประกอบของราคา และเรียกเก็บอัตราส่วนชดเชยความเสี่ยงต่อลูกค้าทั่วไปสูงกว่าอัตราที่ตกลงไว้ รวมทั้งสิ้น 24 รายการ ระหว่าง พ.ย.61-ก.ย.62 โดยธนาคาร JPMorgan Chase & Co. ยอมรับความผิด และจ่ายค่าปรับ รวมถึงคืนค่าธรรมเนียมที่เกินมาให้แก่ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบแล้ว

นโยบายขึ้นภาษีของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ กระทบค่าเงินเอเชียและจะใช้เป็นเครื่องมือต่อรองผลประโยชน์

กรณีว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศร้อยละ 10-20 เพื่อปกป้องเศรษฐกิจในประเทศและผู้ประกอบการชาวอเมริกัน ควบคู่กับดึงดูดการลงทุนกลับประเทศ ทำให้ค่าเงินเอเชียผันผวนอย่างมาก โดยมีรายงานเมื่อ 3 ธ.ค.67 ว่า การประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน กลุ่ม BRICS และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ค่าเงินหยวนของจีน รูปีของอินเดีย ริงกิตของมาเลเซีย

มาเลเซียจะใช้ Soft Power Diplomacy กับรัฐบาลสหรัฐฯ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์

ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย ระบุเมื่อ 3 ธ.ค.67 ว่า ยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นกลาง และจะใช้ Soft Power Diplomacy ปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งย้ำว่า มาเลเซียจะไม่โน้มเอียงเข้าหาประเทศใดมากกินไป เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ  พร้อมกับต้องการให้อาเซียนปรับใช้แนวทางที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบคำถามของประธานสภาหอการค้ามาเลเซีย-จีน ถึงจุดยืนของอาเซียนต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศ  เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังนายทรัมป์ขู่จะตั้งภาษีร้อยละ 100 ต่อประเทศที่เข้าร่วมกลุ่ม BRICS และพยายามใช้เงินสกุลอื่นในการค้าแทนดอลลาร์สหรัฐ

กลยุทธ์การรับมือของผู้นำแคนาดากับการถูกขู่จะขึ้นภาษีจากว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์

ยังไม่ทันเริ่มบริหารประเทศ ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกตัวแรงมากในเรื่องการจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้า และจัดการกับผู้ลักลอบเข้าเมือง  โดยจีน แคนาดา และเม็กซิโก เป็น 3 ประเทศแรกที่ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2567 ว่าจะจัดการเรื่องขึ้นภาษีนี้ แต่ขอนำเสนอเฉพาะแคนาดา และเม็กซิโก สองประเทศนี้ก่อนว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศโดยวิธีใดจากกรณีคำขู่ของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ที่ไปที่มา…… ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งเงื่อนไขผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อ 25พฤศจิกายน 2567 ว่า จะขึ้นภาษีนำเข้าทุกรายการจากเม็กซิโก และแคนาดา ร้อยละ 25 ไปจนกว่าทั้งสองประเทศจะสามารถกวาดล้างการลักลอบนำยาเสพติด เฉพาะอย่างยิ่งยาเฟนทานิล (ยาระงับปวดคุณภาพสูง) และลักลอบเข้าเมือง ซึ่งหลั่งไหลเข้าสหรัฐฯ ตามบริเวณชายแดนจากแคนาดาที่อยู่ตอนบน และเม็กซิโกที่อยู่ตอนใต้ของสหรัฐฯ ทำไมต้องเป็นสองประเทศนี้…… เป้าหมาย “ America First” คือ สหรัฐฯ จะสามารถลดการเสียเปรียบดุลการค้ากับแคนาดา และเม็กซิโก ที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสูงมาก โดยเมื่อปี 2566 อยู่อันดับ 2 และ 3  (จีนเป็นประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามากเป็นอันดับ 1) นอกจากนี้ ยังจะช่วยลดปัญหาสังคม…

ผู้นำยูเครนหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำประเทศยุโรปเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โทรศัพท์หารือกับนายโอลาฟ ชอลซ์ นรม.เยอรมนี และนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อ 29 พ.ย.67  ประเด็นการต่อต้านการรุกรานทางทหารของรัสเซียต่อยูเครน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสนับสนุนยูเครน การประสานงานร่วมกัน การตอบสนองต่อเหตุการณ์ และการเร่งรัดการสนับสนุนยูเครนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเนโต นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกี รับรองว่า ยูเครนยังคงสามารถต้านทานการรุกรานทางทหารของรัสเซียได้ในสมรภูมิรบที่ภูมิภาคดอนบาส (ฝั่งตะวันออกของยูเครน) และยึดคืนดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครนในเขตชายแดนคุสค์ของรัสเซียได้ รวมทั้งยังคงต้านทานการโจมตีจากโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียในเมืองต่าง ๆ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนของยูเครน

จีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ กรณีขายอาวุธให้ไต้หวัน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 1 ธ.ค.67 อ้างแถลงการณ์ กต.จีน ว่า จีนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเด็ดขาดจากการที่สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ไต้หวัน เนื่องจากได้แจ้งให้สหรัฐฯ แล้วว่าการอนุมัติดังกล่าวละเมิดอธิปไตยของจีนอย่างร้ายแรง ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดต่อกลุ่มที่ต้องการแยกไต้หวันเป็นอิสระ และบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ อนุมัติขายอะไหล่ บ.ขับไล่ F-16 และระบบเรดาร์ให้แก่ไต้หวัน มูลค่ารวมประมาณ 385 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 29 พ.ย.67 โดยประกาศเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน จะเยือนประเทศพันธมิตรในแปซิฟิก ซึ่งจะมีการแวะพักที่ฮาวายและเกาะกวมของสหรัฐฯ ด้วย

โดนัลด์ ทรัมป์ จะตอบโต้กลุ่ม BRICS ด้วยการขึ้นภาษีหากใช้สกุลเงินอื่นแทนดอลลาร์สหรัฐ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุผ่านบัญชี Truth Social เมื่อ 1 ธ.ค.67 ว่า หากประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS สร้างสกุลเงินใหม่ หรือสนับสนุนการใช้สกุลเงินอื่นแทนดอลลาร์สหรัฐในการค้าระหว่างประเทศ สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจากกลุ่ม BRICS ร้อยละ 100  ซึ่งจะปิดโอกาสแข่งขันที่สินค้าจากสมาชิกกลุ่ม BRICS จะเข้าถึงตลาดการค้าขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ

เวียดนาม อินโดนีเซีย และ UAE สนใจจะจัดหาขีปนาวุธนำวิถีความเร็วเหนือเสียง Brahmos

สนข.Azernews รายงานเมื่อ 27 พ.ย.67 ว่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สนใจจะจัดหาขีปนาวุธนำวิถีความเร็วเหนือเสียง Brahmos จากบริษัท BrahMos Aerospace (บริษัทร่วมทุนระหว่างรัสเซียและอินเดีย) โดยนาย Alexander B Maksichev กรรมการผู้จัดการของบริษัทดังกล่าว ระบุว่าทั้ง 3 ประเทศ กำลังหารือเกี่ยวกับรายละเอียดของอาวุธ แต่ไม่ได้ยืนยันจัดซื้อ ปัจจุบันมีเพียงฟิลิปปินส์ที่จัดซื้ออาวุธดังกล่าว

นักลงทุนจีนเข้าไปทำเหมืองทองคำเพิ่มขึ้นในรัฐฉาน

  สนข. Myanmar Now  อ้างมูลนิธิ Shan Human Rights (SHRF) เมื่อ 27 พ.ย.67 ว่า นักลงทุนจีนเข้าไปทำเหมืองทองคำเพิ่มขึ้นบริเวณตอนบนของแม่น้ำสายในรัฐฉานตะวันออกในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา หลังเหตุรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี ๒๕๖๔ ซึ่งพื้นที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) และกองกำลังลาหู่ บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ และมี จนท.รักษาคงามปลอดภัยอย่างเข้มงวด ก่อนหน้านี้ การทำเหมืองทองคำส่วนใหญ่จะอยู่ในเขต จ.เมืองสาด และ จ.ท่าขี้เหล็ก แต่ปัจุบันขยายพื้นที่ไปจนถึงเมืองโต๋นและแม่น้ำสาละวิน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความกังวลต่อกระบวนการทำเหมือง เนื่องจากมีการใช้สารเคมีในการขุดเจาะ เช่น สารไซยาไนด์  รายงานของ SHRF ระบุด้วยว่า การทำเหมืองถ่านหินและทองคำกำลังเกิดขึ้นตามแนวแม่น้ำหลายสายทั่วรัฐฉานตะวันออก ส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน และเมื่อปี 2566 UWSA ได้อนุญาตให้บริษัทจีน 7 แห่ง เข้าไปทำเหมืองทองคำตามแนวแม่น้ำกกทางตอนใต้ของเมืองสาด ใกล้กับชายแดน จ.เชียงราย และมีสารพิษตกค้างจากการทำเหมืองไหลลงสู่แม่น้ำห่างจากชายแดนไทยเพียง 30 กม.

ประธานาธิบดีรัสเซียเตือนยูเครนว่าพร้อมใช้ขีปนาวุธ Oreshnik โจมตียูเครน

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียระบุในการประชุมสภาความมั่นคง องค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (CSTO) เมื่อ 28 พ.ย.67 ที่กรุงอัสตานา คาซัคสถาน ว่า รัสเซียพร้อมจะใช้ขีปนาวุธโจมตียูเครน โดยอาจใช้ขีปนาวุธพิสัยกลาง Oreshnik โจมตีเป้าหมายทางการทหารที่สำคัญของยูเครนในกรุงเคียฟ อาทิ ศูนย์บัญชาการทางทหาร และสถานประกอบการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หากจำเป็น อีกทั้งยืนยันว่ามีขีปนาวุธ Oreshnik จำนวนมากพอ มีความแม่นยำ และขีดความสามารถทำลายล้างเทียบเท่าอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจของความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนได้  ทั้งนี้ รัสเซียใช้ขีปนาวุธ Oreshnik โจมตียูเครนเมื่อ 21 พ.ย.67 ตอบโต้ยูเครนที่ใช้ขีปนาวุธ ATACMS ของสหรัฐฯ และ Storm Shadow ของสหราชอาณาจักรโจมตีรัสเซีย