กระทรวงเกษตรฯ กัมพูชาขอให้ชาวนาปลูกข้าวสายพันธุ์เฉพาะที่ตลาดต้องการสูง

นสพ.Khmer Times รายงานเมื่อ 26 พ.ย.67 อ้างคำกล่าวของนายเดิด ตีณา รมว.เกษตร ป่าไม้และประมงกัมพูชา ระหว่างตรวจเยี่ยมสถานีการเกษตร Toul Samrong Rice Seed Farm จ.พระตะบอง เมื่อ 25 พ.ย.67 ขอให้ชาวนาปลูกข้าวสายพันธุ์เฉพาะ โดยเฉพาะข้าวหอมพันธุ์ผกาลำดวน (Phka Rumduol) และ ข้าวหอม Sen Kra Ob ซึ่งมีคุณภาพดีและตลาดต้องการสูง ทั้งนี้ สถานีการเกษตร Toul Samrong Rice Seed Farm เป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ซึ่งกระทรวงฯ ให้การสนับสนุนทั้งเงินทุนและเทคนิคการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง และมีต้นทุนการผลิตต่ำ

จีนลดต้นทุนการขนส่งสินค้าทางเรือและทางราง

นสพ.Global times รายงานเมื่อ 27 พ.ย.67 ว่า จีนประกาศแผนปฏิบัติการลดต้นทุนด้านการขนส่งสินค้าลงเหลือประมาณร้อยละ 13.5 ภายในปี 2570 และเพิ่มส่วนแบ่งปริมาณการขนส่งทางรางของจีนจากร้อยละ 11 เป็นร้อยละ 23 ตามลำดับ  เพื่อปฏิรูปการขนส่งภายในจีนให้ก้าวหน้า  นอกจากนี้ จีนจะส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างการขนส่งทางรางกับทางน้ำภายในประเทศ พัฒนาระบบการขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพพร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับโลก  จีนเสนอ 3 สิ่งใหม่ ได้แก่ 1) การใช้เครื่องจักรรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรีลิเธียม-ไอออน 2) การใช้พลังงานสะอาด (โซลาร์เซลล์) และ 3) ขยายระบบการขนส่งแบบ Ro-Ro (Roll-on/Roll-off: เรือที่สามารถโหลดสินค้าโดยการขับขึ้น-ลงจากเรือ Ro-Ro ด้วยพนักงานขับรถ) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขนถ่ายสินค้า

หมู่เกาะมาร์แชล ปาเลา และตูวาลูเตรียมรับการเยือนของประธานาธิบดีไต้หวัน

เว็บไซต์สถานีวิทยุ RNZ ของนิวซีแลนด์ รายงานเมื่อ 27 พ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน จะเยือนหมู่เกาะมาร์แชล ปาเลา และตูวาลูอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 30 พ.ย.-6 ธ.ค.67 ซึ่งเป็น 3 ประเทศในแปซิฟิกใต้ที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน โดยจะหารือเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตย และการพัฒนาความสัมพันธ์  โอกาสนี้ ประธานาธิบดีปาเลาได้แสดงความยินดีอย่างยิ่งต่อการเยือนครั้งแรกของนายไล่ ชิงเต๋อ ในฐานะประธานาธิบดี พร้อมมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านการศึกษา การท่องเที่ยว สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม การเยือนครั้งนี้เป็นภารกิจสำคัญ ท่ามกลางความพยายามของจีนในการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ ซึ่งส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีประเทศในแปซิฟิกใต้ 3 ประเทศ ได้แก่ หมู่เกาะโซโลมอน คิริบาส และนาอูรู ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันและเปลี่ยนไปสถาปนาความสัมพันธ์กับจีน

นรม.สิงคโปร์เยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์

นรม.ลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์เขียนข้อความผ่านเอ็กซ์เมื่อ 28 พ.ย.67 ว่า เดินทางถึงไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการแนะนำตัวกับประเทศอาเซียน (หลังขึ้นดำรงตำแหน่ง นรม.เมื่อ พ.ค.67) โดยเตรียมเข้าพบกับ นรม.ไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเป็นการเยือนก่อนครบรอบ 60 ปี การเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2568  นรม.หว่องได้โพสต์ภาพประกอบ ได้แก่ พระปรางค์วัดอรุณ บรรยากาศยิ้มแย้มของคนไทยที่กำลังซื้อโรตีรถเข็น และเสือโคร่งเอวาที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

ศรีลังกาจับขบวนการ Call Center ข้ามชาติ พบชาวจีนเป็นหัวหน้าขบวนการ

  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองศรีลังกาแถลงเมื่อ 26 พ.ย.67 ว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมสมาชิกขบวนการหลอกลวงผ่านศูนย์บริการทางโทรศัพท์ (Call Center) จำนวน 26 คน ซึ่งเป็นทั้งชายและหญิงจาก 10 ประเทศที่ปฏิบัติการในกรุงโคลัมโบ โดยมีชาวจีนเป็นหัวหน้าขบวนการและชาวเคนยาเป็นผู้ควบคุมการดำเนินงาน  เมื่อ ต.ค.67 ทางการจีนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจศรีลังกาในการทลายเครือข่าย Call Center ในกรุงโคลัมโบหลายแห่ง จับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีนได้ 230 ราย พร้อมยึดคอมพิวเตอร์ 250 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 500 เครื่อง โดยจุดปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่สุดมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีน 126 คน รวมถึงคนไทยและฟิลิปปินส์อีกประเทศละ 1 คน

MSS เตือนชาวจีนที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ อาจตกเป็นเป้าหมายของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ

สนข.South China Morning Post รายงานเมื่อ 26 พ.ย.67 อ้างบทความเผยแพร่จากบัญชี WeChat ของกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (Ministry of State Security-MSS)  แจ้งเตือนชาวจีนที่เดินทางไปเตรียมการศึกษาต่อในต่างประเทศ ในคณะหรือสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ เทคโนโลยีแห่งอนาคต  เทคโนโลยีการป้องกันประเทศ  และวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์  ให้ระมัดระวังการตกเป็นเป้าหมายของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ ด้วยการพยายามเข้าถึงและเสนอความช่วยเหลือรูปแบบต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และขอช่องทางการติดต่อ ต่อนักศึกษาชาวจีน

ส.ส.สหรัฐฯ ระบุฮ่องกงเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมการเงินของโลก

สนข. CNN รายงานเมื่อ 26 พ.ย.67 ว่า คณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องจีนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ  (House China Select Committee) ได้ส่งหนังสือถึงนางเจเน็ต เยลเลน รมว.กค.สหรัฐฯ เรียกร้องให้ทบทวนความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างสหรัฐฯ กับฮ่องกง เนื่องจากฮ่องกงซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินของเอเชีย และเป็นที่ตั้ง สนง.ธนาคารชั้นนำหลายแห่งของสหรัฐฯ กับทั้งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 1 ใน 5 ของ GDP จีน  ได้เป็นศูนย์กลางอาชญากรรมทางการเงินระดับโลก และเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งการส่งออกเทคโนโลยีควบคุมของตะวันตกไปยังรัสเซีย การจัดตั้งบริษัทบังหน้าเพื่อนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน และธุรกิจเรือสินค้าผิดกฎหมายกับเกาหลีเหนือ

ตม.มาเลเซียจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองได้ 119 คน

สนข.เบอร์นามารายงานเมื่อ 26 พ.ย.67 ว่า ตม.มาเลเซีย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ได้เข้าตรวจค้นอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ พบแรงงานต่างชาติประมาณ 400 คน  เป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง จำนวน 119 คน อายุระหว่าง 18-50 ปี  เป็นชาวเมียนมา 89 คน ชาวบังกลาเทศ 14 คน ชาวเนปาล 8 คน ชาวอินโดนีเซีย 4 คน และชาวอินเดีย 4 คน ทั้งหมดจึงถูกส่งตัวดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองปี 1959/63 และส่งตัวไปยังศูนย์กักกันต่อไป ทั้งนี้ ตม.มาเลเซีย ได้แจ้งเตือนไปยังประชาชนและนายจ้างว่าการให้ที่พักพิงหรือจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจะนำถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้า

ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อ 25 พ.ย.67 ว่าจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน รวมทั้งเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งจะเริ่มใช้อัตราภาษีใหม่ทันทีหลังจากสาบานตนเข้าดำรงตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้ประกอบการอเมริกัน และเพิ่มการจ้างงานในประเทศ สำหรับอัตราภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ จะทำให้ประเทศคู่ค้าต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การประกาศนโยบายนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณให้ประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ ต้องตื่นตัวและเร่งเข้าหารัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ

เกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างชาวมุสลิมในอินเดียกับ จนท.ตร. ที่รัฐอุตตรประเทศ

กลุ่มชาวมุสลิมในอินเดียชุมนุมประท้วง ร้องตะโกน และขว้างปาก้อนหินใส่ จนท.ตร. ที่เขต Sambhal รัฐอุตตรประเทศ เมื่อ 24 พ.ย.67 เนื่องจากไม่พอใจต่อกรณีศาลท้องถิ่นรัฐอุตตรประเทศ สั่งสำรวจมัสยิด Shahi Jama Masjid ซึ่งเป็นมัสยิดสมัยจักรวรรดิโมกุล ช่วงศตวรรษที่ 16 ว่า สร้างทับพื้นที่ของวัดฮินดูเดิมหรือไม่   (ครั้งแรก 19 พ.ย.67 และครั้งที่สอง 24 พ.ย.67) การประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ ตร.ยิงแก๊สน้ำตาตอบโต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก  ตร.จับกุมผู้ประท้วง 25 คน ขณะที่ รัฐบาลรัฐอุตตรประเทศตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ปิดโรงเรียน และวิทยาลัยในพื้นที่ รวมทั้งห้ามการรวมกลุ่ม รวมทั้งห้ามบุคคลภายนอก องค์กรภาคประชาสังคม และผู้แทนสาธารณะเข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจนถึง 30 พ.ย.67