มาเลเซียเร่งสืบข้อมูลบัตรประชาชน MyKads กว่า 17 ล้านราย รั่วไหลและวางขายในเว็บไซต์ใต้ดิน

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 4 ธ.ค.67 ว่า หน่วยความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber Security Agency-Nacsa) เร่งดำเนินการสืบสวนหลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่าข้อมูลบัตรประชาชน (MyKads) กว่า 17 ล้านราย รั่วไหลและถูกนำไปขายในเว็บไซต์ใต้ดิน โดย Nacsa พร้อมดำเนินทุกมาตรการเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้ประชาชนตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ และระมัดระวังการกดลิงก์หรือเปิดไฟล์ที่ได้รับจากบุคคลแปลกหน้า

รัสเซียไม่รับร่างวาระการประชุม UNSC ที่สหรัฐฯ ทำหน้าที่ประธานหมุนเวียนใน ธ.ค.67

สนข. Tass รายงานเมื่อ 2 ธ.ค.67 อ้างนาย Dmitry Polyansky รองผู้แทนถาวรคนที่ 1 ของรัสเซียประจำสหประชาชาติว่า รัสเซียไม่รับร่างวาระการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ใน ธ.ค.67 ของสหรัฐฯ ที่จะดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของ UNSC เนื่องจากสหรัฐฯ ยึดมั่นในหลักการช่วยเหลือยูเครน และปฏิเสธที่จะถอนประเด็นยูเครนออกจากวาระการประชุมดังกล่าว เช่นเดียวกับเมื่อ พ.ย.67 ที่สหราชอาณาจักรเป็นประธานหมุนเวียนของ UNSC ซึ่งจะทำให้การประชุม UNSC ไม่สามารถออกข้อมติใด ๆ ได้  ทั้งนี้ นาย Polyansky เห็นว่า การประชุม UNSC ควรมุ่งเน้นที่วงรอบรายงานของ UNSC ซึ่งไม่มีประเด็นยูเครน

ประธานาธิบดีจีนขอให้รัฐบาลผลักดันการพัฒนาคุณภาพสูงผ่านกรอบ BRI มากขึ้น

นสพ.China Daily รายงานเมื่อ 3 ธ.ค.67 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการสัมมนาว่าด้วยการพัฒนาข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (symposium on the development of the Belt and Road Initiative) ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 2 ธ.ค.67 กล่าวถึงความเสี่ยงและข้อคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไป รวมทั้งขอให้รัฐบาลจีนเร่งประเมินความเสี่ยง และผลักดันความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาคุณภาพสูงกับประเทศภายในกรอบข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (BRI) ในห้วงที่แนวคิดกีดกันทางการค้าขยายตัวมากขึ้น โดยเสนอแนวคิดเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสูงผ่านกรอบ BRI ได้แก่ การเร่งสร้างเครือข่ายการเชื่อมต่อ BRI อย่างรอบด้าน ส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่สถาบันทางการเมืองของ BRI เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศ   ทั้งยังทำให้กรอบ BRI มีสถานะสูงขึ้นในการเมืองระหว่างประเทศ

สิงคโปร์สั่งปรับธนาคาร JPMorgan สหรัฐฯ ฐานคิดส่วนต่างสูงเกินควร

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) แถลงเมื่อ 2 ธ.ค.67 ว่า ได้สั่งปรับธนาคาร JPMorgan Chase & Co. ซึ่งให้บริการด้านการเงินการธนาคาร การลงทุน และการบริหารทรัพย์สินขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 62.1 ล้านบาท) ฐานละเมิดกฎหมายสิงคโปร์ ด้วยการบิดเบือนส่วนประกอบของราคา และเรียกเก็บอัตราส่วนชดเชยความเสี่ยงต่อลูกค้าทั่วไปสูงกว่าอัตราที่ตกลงไว้ รวมทั้งสิ้น 24 รายการ ระหว่าง พ.ย.61-ก.ย.62 โดยธนาคาร JPMorgan Chase & Co. ยอมรับความผิด และจ่ายค่าปรับ รวมถึงคืนค่าธรรมเนียมที่เกินมาให้แก่ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบแล้ว

นโยบายขึ้นภาษีของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ กระทบค่าเงินเอเชียและจะใช้เป็นเครื่องมือต่อรองผลประโยชน์

กรณีว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศร้อยละ 10-20 เพื่อปกป้องเศรษฐกิจในประเทศและผู้ประกอบการชาวอเมริกัน ควบคู่กับดึงดูดการลงทุนกลับประเทศ ทำให้ค่าเงินเอเชียผันผวนอย่างมาก โดยมีรายงานเมื่อ 3 ธ.ค.67 ว่า การประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน กลุ่ม BRICS และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ค่าเงินหยวนของจีน รูปีของอินเดีย ริงกิตของมาเลเซีย

มาเลเซียจะใช้ Soft Power Diplomacy กับรัฐบาลสหรัฐฯ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์

ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย ระบุเมื่อ 3 ธ.ค.67 ว่า ยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นกลาง และจะใช้ Soft Power Diplomacy ปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งย้ำว่า มาเลเซียจะไม่โน้มเอียงเข้าหาประเทศใดมากกินไป เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ  พร้อมกับต้องการให้อาเซียนปรับใช้แนวทางที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบคำถามของประธานสภาหอการค้ามาเลเซีย-จีน ถึงจุดยืนของอาเซียนต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศ  เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังนายทรัมป์ขู่จะตั้งภาษีร้อยละ 100 ต่อประเทศที่เข้าร่วมกลุ่ม BRICS และพยายามใช้เงินสกุลอื่นในการค้าแทนดอลลาร์สหรัฐ

กลยุทธ์การรับมือของผู้นำแคนาดากับการถูกขู่จะขึ้นภาษีจากว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์

ยังไม่ทันเริ่มบริหารประเทศ ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกตัวแรงมากในเรื่องการจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้า และจัดการกับผู้ลักลอบเข้าเมือง  โดยจีน แคนาดา และเม็กซิโก เป็น 3 ประเทศแรกที่ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2567 ว่าจะจัดการเรื่องขึ้นภาษีนี้ แต่ขอนำเสนอเฉพาะแคนาดา และเม็กซิโก สองประเทศนี้ก่อนว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศโดยวิธีใดจากกรณีคำขู่ของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ที่ไปที่มา…… ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งเงื่อนไขผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อ 25พฤศจิกายน 2567 ว่า จะขึ้นภาษีนำเข้าทุกรายการจากเม็กซิโก และแคนาดา ร้อยละ 25 ไปจนกว่าทั้งสองประเทศจะสามารถกวาดล้างการลักลอบนำยาเสพติด เฉพาะอย่างยิ่งยาเฟนทานิล (ยาระงับปวดคุณภาพสูง) และลักลอบเข้าเมือง ซึ่งหลั่งไหลเข้าสหรัฐฯ ตามบริเวณชายแดนจากแคนาดาที่อยู่ตอนบน และเม็กซิโกที่อยู่ตอนใต้ของสหรัฐฯ ทำไมต้องเป็นสองประเทศนี้…… เป้าหมาย “ America First” คือ สหรัฐฯ จะสามารถลดการเสียเปรียบดุลการค้ากับแคนาดา และเม็กซิโก ที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสูงมาก โดยเมื่อปี 2566 อยู่อันดับ 2 และ 3  (จีนเป็นประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามากเป็นอันดับ 1) นอกจากนี้ ยังจะช่วยลดปัญหาสังคม…

ผู้นำยูเครนหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำประเทศยุโรปเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โทรศัพท์หารือกับนายโอลาฟ ชอลซ์ นรม.เยอรมนี และนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อ 29 พ.ย.67  ประเด็นการต่อต้านการรุกรานทางทหารของรัสเซียต่อยูเครน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสนับสนุนยูเครน การประสานงานร่วมกัน การตอบสนองต่อเหตุการณ์ และการเร่งรัดการสนับสนุนยูเครนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเนโต นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกี รับรองว่า ยูเครนยังคงสามารถต้านทานการรุกรานทางทหารของรัสเซียได้ในสมรภูมิรบที่ภูมิภาคดอนบาส (ฝั่งตะวันออกของยูเครน) และยึดคืนดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครนในเขตชายแดนคุสค์ของรัสเซียได้ รวมทั้งยังคงต้านทานการโจมตีจากโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียในเมืองต่าง ๆ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนของยูเครน

จีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ กรณีขายอาวุธให้ไต้หวัน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 1 ธ.ค.67 อ้างแถลงการณ์ กต.จีน ว่า จีนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเด็ดขาดจากการที่สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ไต้หวัน เนื่องจากได้แจ้งให้สหรัฐฯ แล้วว่าการอนุมัติดังกล่าวละเมิดอธิปไตยของจีนอย่างร้ายแรง ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดต่อกลุ่มที่ต้องการแยกไต้หวันเป็นอิสระ และบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ อนุมัติขายอะไหล่ บ.ขับไล่ F-16 และระบบเรดาร์ให้แก่ไต้หวัน มูลค่ารวมประมาณ 385 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 29 พ.ย.67 โดยประกาศเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน จะเยือนประเทศพันธมิตรในแปซิฟิก ซึ่งจะมีการแวะพักที่ฮาวายและเกาะกวมของสหรัฐฯ ด้วย

โดนัลด์ ทรัมป์ จะตอบโต้กลุ่ม BRICS ด้วยการขึ้นภาษีหากใช้สกุลเงินอื่นแทนดอลลาร์สหรัฐ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุผ่านบัญชี Truth Social เมื่อ 1 ธ.ค.67 ว่า หากประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS สร้างสกุลเงินใหม่ หรือสนับสนุนการใช้สกุลเงินอื่นแทนดอลลาร์สหรัฐในการค้าระหว่างประเทศ สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจากกลุ่ม BRICS ร้อยละ 100  ซึ่งจะปิดโอกาสแข่งขันที่สินค้าจากสมาชิกกลุ่ม BRICS จะเข้าถึงตลาดการค้าขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ