กรมศุลกากรจีนยึดหนังสือที่ตีพิมพ์แผนที่ที่ให้ข้อมูลผิดพลาดเกี่ยวกับเขตอธิปไตยของจีน

สนข.Global Times รายงานอ้างข้อมูลจากบัญชี WeChat ของกรมศุลกากรจีนในมณฑลฟูเจี้ยนเมื่อ 24 พ.ย.67 ว่า จนท.ได้ตรวจยึดหนังสือจำนวน 3 เล่ม ในระหว่างการตรวจสอบพัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากพบว่าตีพิมพ์ข้อมูลผิดพลาด แผนที่ในหนังสือระบุว่าไต้หวันเป็นสถานะเป็นประเทศ ทั้งยังไม่ตีพิมพ์เส้นประที่แสดงถึงเขตอธิปไตยของจีนในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการจีนเดียว ลดทอนอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติอย่างร้ายแรง เนื่องจากแผนที่ถือเป็นหลักฐานชั้นต้นที่สำคัญที่แสดงถึงเขตแดนและอธิปไตยของประเทศทั้งทางการเมือง วิทยาศาสตร์ และกฎหมาย ซึ่งกรมศุลกากรมีอำนาจตามกฎหมายที่จะตรวจยึดหนังสือและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

รัสเซียจะยังคงทดสอบระบบขีปนาวุธพิสัยกลางชนิดใหม่เป้าหมายโจมตียูเครน

สนข.Al Jazeera รายงานเมื่อ 22 พ.ย.67 อ้างแถลงของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ว่า รัสเซียจะยังคงทดสอบระบบขีปนาวุธพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียงชนิดใหม่ “Oreshnik” ในพื้นที่การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน หลังจากทดลองใช้ครั้งแรกในการโจมตียูเครนเมื่อ 21 พ.ย.67   การใช้งานระบบขีปนาวุธฯ จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การสู้รบและการประเมินลักษณะของภัยคุกคามที่มีต่อรัสเซีย นอกจากนี้ รัสเซียมีจำนวนยุทโธปกรณ์ชนิดดังกล่าวอย่างเพียงพอ และพร้อมใช้งาน ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน อยู่ระหว่างหารือกับชาติพันธมิตรตะวันตกเพื่อรับมือและตอบโต้กับการโจมตีด้วยระบบขีปนาวุธชนิดใหม่ของรัสเซีย

เมียนมาเตรียมส่งแรงงานไปทำงานในรัสเซีย

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 24 พ.ย.67 ว่า หน่วยงาน Myanmar Overseas Employment Agencies Federation (MOEAF) ของเมียนมากำลังประสานงานกับรัสเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งแรงงานเมียนมาไปทำงานในรัสเซีย โดยเน้นแรงงานด้านอุตสาหกรรมการผลิต การเกษตร และปศุสัตว์ ขณะที่รัสเซียสนับสนุนการสอนภาษารัสเซียขั้นพื้นฐานแก่แรงงานเมียนมากลุ่มดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการส่งออกแรงงานเมียนมาไปยังรัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดแรงงานแห่งใหม่ของเมียนมา จากเดิมแรงงานเมียนมานิยมไปทำงานในไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ตอ.กลาง จีน และเกาหลีใต้

เมียนมามีสถิติเหยื่อจากทุ่นระเบิดมากที่สุดในโลก

องค์กรรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อการห้ามทุ่นระเบิด (International Campaign to Ban Landmines-ICBL) ซึ่งเผยแพร่รายงาน Landmine Monitor เมื่อ 20 พ.ย.67 ว่า เมียนมามีเหยื่อจากทุ่นระเบิดมากที่สุดในโลก โดยเมื่อปี 2566 พบว่า มีคนในเมียนมาเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดและเศษวัตถุระเบิด จำนวน 1,003 คน (ไม่ระบุยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ )  กองทัพเมียนมาและกองกำลังกลุ่มต่อต้านใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลังเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2564 เป้าหมายคือ โครงสร้างพื้นฐาน เช่น เสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม และท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขณะที่เมื่อปี 2566 มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดทั่วโลก อย่างน้อย 5,757 คน ซึ่งรองจากเมียนมาคือ ซีเรีย 933 คน อัฟกานิสถาน 651 คน และยูเครน 580 คน

ประธานาธิบดีของรัสเซียแถลงเตรียมตอบโต้ยูเครนและประเทศตะวันตก

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ เมื่อ ๒๑ พ.ย.๖๗  (ประมาณ ๒๐.๐๐ น. ตามเวลาท้องถิ่น)  ระบุว่า สงครามยูเครนกำลังถูกยกระดับเป็นสงครามโลก หลังจากที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรอนุมัติให้ กห.ยูเครน สามารถใช้อาวุธที่ได้รับการสนับสนุนโจมตียังดินแดนรัสเซีย นอกจากนี้  ประธานาธิบดีรัสเซียยังย้ำแนวทางตอบโต้ด้วยการใช้ขีปนาวุธ Oreshnik ซึ่งเป็นขีปนาวุธระยะกลางรุ่นใหม่ที่มีความเร็วเหนือเสียง และจะยกระดับการโจมตีมากขึ้น แต่พลเรือนจะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า

กลุ่มก่อการร้ายซุ่มโจมตีผู้แสวงบุญชาวชีอะฮ์ในปากีสถานเสียชีวิตกว่า 40 คน

เว็บไซต์ สนข.Khaama Press ของอัฟกานิสถาน รายงานอ้างแถลงการณ์ของ จนท.ตำรวจปากีสถานเมื่อ 21 พ.ย.67 ว่า ผู้แสวงบุญชาวชีอะฮ์ถูกกลุ่มก่อการร้ายซุ่มโจมตีในเขต Kurram ระหว่างเดินทางจากเมือง Parachinar จ.Khyber Pakhtunkhwa ไปเมืองเปชวาร์ ปากีสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 42 คน และบาดเจ็บ 14 คน ผู้นำระดับสูงของปากีสถานหลายคน รวมถึงประธานาธิบดี Asif Ali Zardari นาย Shehbaz Sharif นรม. และ นาย Mohsin Naqvi รมว.มท. ได้ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีกลุ่มก่อการร้ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ

DOGE เปิดเผยร่างแผนการปฏิรูประบบราชการสหรัฐฯ

นาย Elon Musk และนาย Vivek Ramaswamy ว่าที่ผู้บริหารหน่วยงานใหม่ที่กำลังจะตั้งขึ้น หรือ Department of Government Efficiency (DOGE) เมื่อ 21 พฤศจิกายน 2567 เปิดเผยร่างแผนงานและเป้าหมายดำเนินการ เพื่อปฏิรูประบบราชการของสหรัฐฯ ให้มีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น โดยย้ำว่าทั้ง 2 คนจะดูแลทุกกระบวนการและขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด

นรม.สิงคโปร์มีแผนเยือนไทยภายในปี 2567

นายลอว์เรนซ์ หว่อง นรม.สิงคโปร์แถลงเมื่อ 19 พ.ย.67 ถึงแผนงานต่างประเทศของปี 2567 ที่สำคัญ ได้แก่ การเตรียมเดินทางเยือนไทย   ก่อนหน้านี้ นรม.สิงคโปร์เริ่มเดินสายแนะนำตัวหลังรับตำแหน่ง นรม. เมื่อ พ.ค.67 โดยเยือนบรูไนและมาเลเซีย เมื่อ มิ.ย.67 และอินโดนีเซียเมื่อ พ.ย.67

ประธานาธิบดียูเครนปฏิเสธว่าใช้ ATACMS โจมตีคลังอาวุธ แคว้นบรีอันสค์ในรัสเซีย

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนให้สัมภาษณ์เมื่อ 19 พ.ย.67 ปฏิเสธที่จะยืนยันกรณีการโจมตีคลังอาวุธที่เมือง Karachev ใกล้แคว้นบรีอันสค์ ของรัสเซียว่าเป็นการใช้ ATACMS  แต่ยูเครนมีขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งจะติดตั้งและจะใช้ศักยภาพทั้งหมดของขีปนาวุธดังกล่าว ขณะที่ เสนาธิการ กห.ยูเครน ยืนยันการโจมตีดังกล่าว ที่เกิดขึ้นช่วงกลางคืนระหว่าง18-19 พ.ย.67  โดยไม่ระบุชนิดของอาวุธที่ใช้โจมตี แต่ต่อมาปรากฎรายงานข่าวระบุถึงการใช้ ATACMS ครั้งแรกของยูเครนในการโจมตีเข้าไปยังดินแดนรัสเซีย

สหรัฐฯ ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา

นสพ.Khmer Times รายงานเมื่อ 20 พ.ย.67 อ้างถ้อยแถลงของนาย Wesley Holzer โฆษก สอท.สหรัฐฯ/ราชธานีพนมเปญ กัมพูชา เมื่อ 18 พ.ย.67 ปฏิเสธกรณี นสพ.The Sunday Guardian ของอินเดีย อ้างว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน สนับสนุนทางการเงินให้แก่กลุ่มต่อต้านเพื่อล้มล้างรัฐบาลกัมพูชา โดยว่ารายงานดังกล่าวไม่ถูกต้องและบิดเบือนนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ พร้อมกับย้ำคำมั่นว่าสหรัฐฯ สนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยและภาคประชาสังคมในกัมพูชา เพื่อความก้าวหน้าและเป็นเอกราช รวมทั้งต้องการทำงานอย่างใกล้ชิดกับ นรม.และรัฐบาลกัมพูชา เพื่อส่งเสริมยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ที่เปิดกว้าง เจริญรุ่งเรือง ยืดหยุ่น และปลอดภัย