ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีคะแนนนิยมใกล้เคียงกันมาก

รายงานผลสำรวจคะแนนนิยมของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 3 พ.ย.67 พบว่า รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนิยมนำอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อยู่เล็กน้อย ที่ร้อยละ 47.9 : 47 เช่นเดียวกับผลสำรวจของ Patriot Polling ที่รองประธานาธิบดีแฮร์ริสมีคะแนนนิยมนำอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ที่ร้อยละ  49 ต่อร้อยละ 48 ขณะที่ผลสำรวจของ AtlasIntel  อดีตประธานาธิบดีทรัมป์นำอยู่ที่ร้อยละ 50 : 48  ส่วนผลสำรวจของ Leger โดย The Newyork Post ผู้สมัครทั้งสองพรรคมีคะแนนนิยมเท่ากันที่ร้อยละ 49  ทำให้ปัจจัยชี้ขาดยังขึ้นอยู่กับผลการลงคะแนนใน swing states 7 รัฐ ที่ทั้ง 2 พรรคมีจำนวนฐานเสียงใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ชาวอเมริกันกว่า 77 ล้านคน ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งใน 5 พ.ย.67  หรือเกือบร้อยละ 50 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 160 ล้านคนของการเลือกตั้งเมื่อปี…

อินเดียแสดงท่าทีต่อกรณีสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรบริษัทอินเดีย

ถ้อยแถลงของนาย Randhir Jaiswal โฆษก กต.อินเดีย เมื่อ 2 พ.ย.67 ระบุว่า อินเดียกำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขกรณีสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรบริษัทอินเดีย จำนวน 19 แห่ง และชาวอินเดีย 2 คน ซึ่งอ้างว่าเกี่ยวข้องในการจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีให้กับรัสเซียที่ขัดแย้งกับยูเครน อินเดียมีกฎหมายและระเบียบที่เคร่งครัดต่อมาตรการส่งออกสินค้า รวมถึงยึดมั่นในการดำเนินนโยบายไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และครั้งนี้บริษัทอินเดียดังกล่าวก็ไม่ได้กระทำผิดระเบียบ อย่างไรก็ดี อินเดียจะปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมสินค้าส่งออกของบริษัทดังกล่าว

กัมพูชาปฏิเสธข่าวสารกรณีห้ามพลเมืองบางประเทศเข้ากัมพูชา

นสพ. Khmer Times รายงานเมื่อ 2 พ.ย.67 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกกรมตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา (GDI) ปฏิเสธกรณีมีข่าวสารว่ากัมพูชาปฏิเสธการออกวีซ่าให้แก่ชาวต่างชาติทั้งอินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย โดยยืนยันว่า GDI ไม่มีนโยบายการห้ามเข้าประเทศ แต่ GDI อาจปฏิเสธการเข้าเมืองของคนต่างชาติที่เข้ามาในกัมพูชาโดยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ หากอยู่ในกัมพูชาและพบการกระทำอันละเมิดผลประโยชน์หรือความสงบเรียบร้อยของสังคม ชาวต่างชาติดังกล่าวจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมือง 

สหรัฐฯ จะประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52s และเรือพิฆาตในตะวันออกกลาง

กห.สหรัฐฯ iระบุเมื่อ 1 พ.ย.67 ว่า จะประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52s เครื่องบินขับไล่ อากาศยานเติมเชื้อเพลิง และกองเรือพิฆาตในตะวันออกกลาง ตามแผนการปรับกำลังและยุทโธปกรณ์ทั่วโลกของสหรัฐฯ  ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบิน Abraham Lincoln จะออกจากภูมิภาคในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า โดยย้ำว่า หากอิหร่านและพันธมิตรหรือกลุ่มกองกำลังที่อิหร่านให้การสนับสนุน ใช้ห้วงเวลาดังกล่าวโจมตีเป้าหมายที่เป็นบุคลากรและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ จะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์และพลเรือนของสหรัฐฯ

ฮิซบุลลอฮ์โจมตีทางเหนืออิสราเอล มีผู้เสียชีวิตรวมแรงงานไทย

เมื่อ 31 ต.ค.67 กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนยิงจรวดประมาณ 90 ลูก โจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ซึ่งรวมการโจมตีที่เมือง Metula ติดพรมแดนเลบานอน ทำให้แรงงานชาวไทย 4 ราย และชาวอิสราเอล 1 ราย เสียชีวิต และโจมตีที่เมือง Haifa ทำให้ชาวอิสราเอลเสียชีวิต 2 ราย นับเป็นการโจมตีจากกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ที่ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่อิสราเอลยกระดับปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนเมื่อปลาย ก.ย.67 ทั้งนี้ ชาวอิสราเอลในเมือง Metula อพยพออกจากครัวเรือนตั้งแต่ ต.ค.66 เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและแรงงานภาคการเกษตร และเมื่อ 30 ก.ย.67 IDF ประกาศให้เมือง Metula เป็นพื้นที่ปิดทางทหาร โดยสั่งห้ามพลเรือนเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว และจะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารเท่านั้น

เรือบรรทุกชาวโรฮีนจาจากเมียนมาเข้าเทียบท่าที่ชายหาดใน จ.อาเจะฮ์ อินโดนีเซีย

สนข. Al Jazeera รายงานเมื่อ 31 ต.ค.67 ว่า เรือบรรทุกชาวโรฮีนจาจากเมียนมา จำนวน 96 คน เข้าเทียบท่าที่ชายหาดทางตะวันออกของ จ.อาเจะฮ์ บนเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ซึ่งรวมเด็ก 7 คน และมีศพผู้เสียชีวิต 6 ราย หน่วยงานท้องถิ่นของอินโดนีเซียกำลังก่อสร้างพื้นที่พักพิงชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือชาวโรฮีนกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ ห้วง ม.ค.66-มี.ค.67 มีชาวโรฮีนจาอพยพทางเรือไปขึ้นฝั่งที่ จ.อาเจะฮ์ มากกว่า 2,500 คน และระหว่าง 15-31 ต.ค.67 ประมาณ 300 คน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เรียกร้องให้อินโดนีเซียดูแล ช่วยเหลือ และรับประกันความปลอดภัยของชาวโรฮีนจากลุ่มดังกล่าว

กัมพูชาระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 31 ต.ค.67 ว่า สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวันเดียวกัน ระบุว่า ชาวกัมพูชามากกว่า 720,000 คน บริจาคเงินเข้ากองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน (BIDF) จำนวน 26,967,609 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการป้องกันและพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งจะนำเงินบริจาคดังกล่าวไปใช้ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน มุ่งเน้นถนนวงแหวน ทั้งนี้ พล.อ. Kim Bunthan รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธาน คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการเงินทุนอย่างโปร่งใส

อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประเด็นจีนหาเสียงเข้มข้นกว่ารองประธานาธิบดีแฮร์ริส

ความยิ่งใหญ่ของจีนที่ก้าวขึ้นมาท้าทายสหรัฐฯ ได้อย่างสง่างามในทุกวันนี้ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (พรรคเดโมแครต)  และรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส หยิบยกจีนขึ้นเป็นประเด็นหาเสียงกับชาวอเมริกันอยู่บ่อยครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนที่จะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ฯ คนที่ 47 ที่จะเริ่มบริหารประเทศในมกราคม 2568 จะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับจีน และจะไม่ยอมให้จีนก้าวเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 แทนที่สหรัฐฯ ตามความฝัน (Chinese Dream) ของจีนในปี 2592 ในวาระครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐฯ ใน 5 พฤศจิกายน 2567 อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประเด็นจีนหาเสียงกับชาวอเมริกัน บ่อยครั้ง และเป็นเชิงลบมาก ๆ  มากกว่ารองประธานาธิบดีแฮร์ริส อย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้โดนใจชาวอเมริกันที่เคยมีผลการสำรวจของ PEW ระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นว่าจีนเป็นศัตรูหรือคู่แข่งขัน และทัศนคตินี้ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในชาวอเมริกันที่นิยมพรรครีพับลิกัน  และหากย้อนกลับไปดูเมื่อครั้งอดีตประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศเมื่อปี 2560- 2564 โลกและภูมิภาคเอเชียของเราก็ปั่นป่วนเพราะสงครามการค้า (trade war) ที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ตอบโต้จีนเป็นการเฉพาะด้วยการเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน การกล่าวหาจีนของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในการหาเสียงครั้งนี้ มุ่งประเด็นที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งกับจีน หากต้องดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง เช่น จะปกป้องอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ…

มาเลเซียจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหาก อดีต ปธน.ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้ง

บทวิเคราะห์ของ ธนาคาร Oversea-China Banking Corporation-OCBC ระบุว่า  หากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลับมาดำรงตำแหน่ง มาเลเซียจะเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศทั้งหมด ในอัตราร้อยละ 10-20 และเฉพาะสินค้าจากจีน ในอัตราร้อยละ 60 ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญของมาเลเซีย ลำดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์ และจีน  ดังนั้น มาเลเซียต้องเตรียมรับมือด้วยการเพิ่มปริมาณการค้าในกลุ่มประเทศพันธมิตรหรือแสวงหาตลาดใหม่ทดแทน

เวียดนามส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและประมงเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม (MARD) ระบุว่า ห้วง ม.ค.-ก.ย.67 เวียดนามส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและประมง 46,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มร้อยละ 21 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2566 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2567 โดยส่งออกสินค้าเกษตร 24,850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มร้อยละ 27.7 ผลิตภัณฑ์และสัตว์น้ำ 19,960 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ 376 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี เวียดนามยังมีความท้าทาย เฉพาะอย่างยิ่ง พายุไต้ฝุ่นยางิ (Yagi) เมื่อต้น ก.ย.67 ทำให้ภาคการเกษตร ปศุสัตว์และประมงเสียหายมากกว่า 1,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีราคาสูงขึ้น ประกอบกับความไม่แน่นอนในการส่งออกสินค้าประมงไปยังสหภาพยุโรป กรณียังได้ใบเหลือง IUU