ผู้นำสูงสุดเวียดนามกระชับความร่วมมือกับผู้นำสหรัฐฯ

สำนักข่าว Vietnam News รายงานเมื่อ 26 ก.ย.67 ถึงการพบหารือระหว่าง พล.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม กับนายโจเซฟ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 25 ก.ย.67 ระหว่างเยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 79 (UNGA79) ห้วง 22 – 28 ก.ย.67 ที่นครนิวยอร์ก โดยผู้นำเวียดนามย้ำว่าสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเวียดนาม และหวังว่าความร่วมมือของทั้งสองประเทศจะแน่นแฟ้นในทุกมิติ ทั้งด้านการค้าและการลงทุน เทคโนโลยีระดับสูง อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ส่วนผู้นำสหรัฐฯ กล่าวแสดงความเสียใจต่อการอสัญกรรมของนายเหวียน ฟู้ จ่อง อดีตเลขาธิการพรรคฯ รวมถึงความเสียหายและผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่น Yagi พร้อมใช้โอกาสนี้แสดงความยินดีกับ พล.อ.โต เลิม ที่เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ คนใหม่ กับย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมร่วมมือในทุกด้านบนพื้นฐานการเคารพเสรีภาพ และอธิปไตยระหว่างกัน และสหรัฐฯ สนับสนุนการเดินเรือเสรีในทะเลตะวันออก นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะยกระดับความร่วมมือพหุภาคี อาทิ กรอบอาเซียน…

UN ระบุว่าโลกกำลังแบ่งขั้ว และไม่ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศมากขึ้น

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN ในการอภิปรายทั่วไป (General Debate) ของการประชุมสมัชชาสหประชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) สมัยที่ 79 เมื่อ 24 ก.ย.67 ว่าโลกกำลังแบ่งขั้วมากขึ้น รวมทั้งไม่ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น กรณีการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสที่กำลังขยายวงไปสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลาย การใช้ความรุนแรงเพื่อแย่งชิงอำนาจการเมืองในซูดาน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ และสิทธิมนุษยชนอย่างสิ้นเชิง เลขาธิการ UN ระบุด้วยว่า แม้ประเทศที่ไม่ได้เผชิญภาวะสู้รบ แต่คุณภาพของชีวิตประชาชนย่ำแย่ลง จากปัญหาความเหลื่อมล้ำของรายได้ และการชำระหนี้ให้แก่องค์การระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้ขาดแคลนงบประมาณพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร ด้านนาย Philemon Yang ประธาน UNGA สมัยที่ 79 เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศลดงบประมาณและการแข่งขันด้านอาวุธ และเสริมสร้างความไว้วางใจผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งย้ำว่าการเจรจาเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้

มาเลเซียจะผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมแก้ไขปัญหาเมียนมา

ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังการประชุมสมัชชาสหประชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) สมัยที่ 79 เมื่อ 25 ก.ย.67 ว่า มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนปี 2568 จะใช้กรอบอาเซียนผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมแก้ไขปัญหาในเมียนมา เฉพาะอย่างยิ่งวิกฤติด้านมนุษยธรรมและการกดขี่ชนกลุ่มน้อยมุสลิม โดยกลุ่มผู้ประสานงานของอาเซียน (ASEAN Troika) จะยังคงมีบทบาทนำและยึดหลักฉันทามติ 5 ประการของอาเซียน อย่างไรก็ดี มาเลเซียยินดีเปิดรับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากประเทศมหาอำนาจ กลุ่มความร่วมมือ และองค์การระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ (UN) และองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) เพราะความขัดแย้งในเมียนมาเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก และนำไปสู่ภัยคุกคามข้ามแดน เช่น การเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด ฐานปฏิบัติการกลุ่มอาชญากรรมหลอกลวงทำงาน การพนันออนไลน์ และปัญหาอาชญากรรมอื่น ส่งผลให้ปัญหาเมียนมาขยายตัวเกินกว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ

สหรัฐฯ ชื่นชมจีนกรณีแจ้งเตือนการยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปในมหาสมุทรแปซิฟิก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 26 ก.ย.67 ว่า นาง Sabrina Singh โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ชื่นชมกรณีจีนแจ้งเตือนประเทศต่าง ๆ รวมถึงสหรัฐฯ ก่อนยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อ 25 ก.ย.67 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นฟูช่องทางการสื่อสารทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-จีน พร้อมทั้งเรียกร้องจีนให้แจ้งเตือนการยิงขีปนาวุธและการปล่อยกระสวยอวกาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและการปะทะโดยไม่ตั้งใจ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ประเมินว่า จีนครอบครองขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์พิสัยไกล 5,5000 กิโลเมตรประมาณ 350 หัวรบ เมื่อปี 2566 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,000 หัวรบภายในปี 2573

อินโดนีเซียยื่นคำร้องเข้าเป็นสมาชิก CPTPP

นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานฝ่ายกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เปิดเผยเมื่อ 25 ก.ย.67 ว่า อินโดนีเซียยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าเป็นสมาชิกความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership-CPTPP) ต่อนิวซีแลนด์ในฐานะผู้เก็บรักษาข้อตกลงดังกล่าว ทั้งนี้ นายแอร์ลังกา ระบุว่า การเข้าเป็นสมาชิก CPTPP จะช่วยขยายตลาดใหม่ โดยเฉพาะเม็กซิโกและเปรู และเพิ่มมูลค่าการส่งออกของอินโดนีเซียได้ถึงร้อยละ 10 อีกทั้งยังคาดว่าการเป็นสมาชิกจะส่งเสริมบทบาทของอินโดนีเซียในเวทีโลก ปัจจุบัน สมาชิก CPTPP ประกอบด้วย 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ และเวียดนาม

หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เชื่อว่ารัสเซียและอิหร่านใช้ AI แทรกแซงการเลือกตั้ง

สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (ODNI) เปิดเผยรายงานเมื่อ 24 กันยายน 2567 ว่า อิหร่านและรัสเซียใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือในการสร้างเนื้อหาเพื่อโน้มน้าวความคิดเห็นของชาวอเมริกันต่อการเลือกตั้งทั่วไปสหรัฐฯ ในปี 2567 เนื่องจากการใช้ AI อำนวยความสะดวกให้สามารถจัดทำเนื้อหาสำหรับเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ดังนั้น หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ สรุปว่า AI เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเนื้อหาที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกหรือความเชื่อของมนุษย์

นรม.อินเดียพบหารือกับประธานาธิบดียูเครน นอกรอบการประชุม UNGA

เว็บไซต์ The Hindu รายงานเมื่อ 24 ก.ย.67 อ้างถ้อยแถลงของนาย Vikram Misri ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย หารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน นอกรอบการประชุม UNGA เมื่อ 23 ก.ย.67 ตามคำขอของฝ่ายยูเครน ประเด็นสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างอินเดียกับยูเครน โดยไม่มีการกล่าวถึงกรณีที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีโมดิ ที่สนับสนุนกระบวนการมุ่งสู่สันติภาพและเสถียรภาพ อย่างไรก็ดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ย้ำว่านายโมดิห่วงกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และมุ่งมั่นที่จะแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนจากการหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ห้วงที่ผ่านมา

ญี่ปุ่นลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมา

The Irrawaddy รายงานเมื่อ 24 ก.ย.67 ว่า ญี่ปุ่นปรับลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมาโดยจะไม่ส่งเอกอัครราชทูต เข้าไปประจำการในเมียนมา หลังจากที่นาย Ichiro Maruyama เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ณ กรุงย่างกุ้ง หมดวาระ โดยจะมอบหมายให้อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตเป็นผู้แทนทางการทูตระดับสูงที่สุดของญี่ปุ่นในเมียนมา ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2564 หลายประเทศ โดยเฉพาะชาติตะวันตก ปรับลดระดับผู้แทนทางการทูตในเมียนมาเหลือเพียงอุปทูต เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือเพื่อหลีกเลี่ยงการรับรองสถานะรัฐบาลเมียนมา เนื่องจากเอกอัครราชทูตต้องยื่นสาส์นตราตั้งแต่ พล.อ.อาสุโส มินอองไลง์

รัสเซียยังไม่ยอมรับแผนชัยชนะของผู้นำยูเครน

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า รัสเซียไม่ยอมรับแผนชัยชนะ (Victory Plan) ของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เว้นหากมีที่มาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากข้อมูลจากสื่อไม่น่าเชื่อถือและขัดแย้งกันในหลายประเด็น ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนประกาศการจัดทำแผนชัยชนะที่อาจยุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนได้ภายในสิ้นปี 2567 และจะเสนอต่อประธานาธิบดี สมาชิกรัฐสภา และผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในห้วง 24-26 ก.ย.67 หนังสือพิมพ์ The Times รายงานเมื่อ 22 ก.ย.67 ว่าแผนชัยชนะของยูเครนมีสาระสำคัญ 4 ประเด็น คือ 1) การรับประกันความมั่นคงของยูเครนที่คล้ายกับหลักการป้องกันร่วมของเนโต 2) การใช้การยึดครองแคว้นคุสค์ของรัสเซียเป็นข้อต่อรองแลกเปลี่ยนดินแดนคืนจากรัสเซีย 3) การส่งมอบอาวุธขั้นสูงแก่ยูเครน และ 4) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูเครน

บราซิลต้องการผลักดันกฎระเบียบด้าน AI ให้เป็นวาระการประชุมกลุ่ม G20

นางลูเซียน่า ซานโตส รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของบราซิลกล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อ 23 ก.ย.67 ว่าบราซิลต้องการผลักดันกฎระเบียบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ให้เป็นวาระการประชุมกลุ่ม G20 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพในพ.ย.67 ซึ่งบราซิลต้องการให้ที่ประชุมหาแนวทางลดความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนา AI ระหว่างประเทศมหาอำนาจกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะการกำหนดกฎระเบียบด้าน AI หรือการระงับการใช้ AI ในบางกรณี