อินเดียวิจารณ์รายงานเสรีภาพทางศาสนาของ กต.สหรัฐฯ บิดเบือนจากข้อเท็จจริง

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 28 มิ.ย.67 อ้างนาย Randhir Jaiswal โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ที่แถลงตอบโต้สหรัฐฯ ว่า อินเดียไม่ยอมรับรายงานเสรีภาพทางศาสนาประจำปี 2566 (2023 Report on International Religious Freedom) ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อ 26 มิ.ย.67 เนื่องจากเป็นข้อมูลที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง และฉายภาพปัญหาเพียงด้านเดียว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความลำเอียงและเลือกปฏิบัติ รวมทั้งขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับพลวัตทางสังคมของอินเดีย จากที่รายงานดังกล่าวระบุว่า อินเดียมีการใช้ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง มีกฎหมายต่อต้านการเปลี่ยนศาสนา การรื้อถอนที่พักอาศัยและสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชนกลุ่มน้อยในอินเดีย “เพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล” นอกจากนี้ นาย Jaiswal ยังระบุว่า อินเดียและสหรัฐฯ ควรหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและการเคารพความหลากหลายร่วมกัน โดยเฉพาะหลังจากที่มีการทำร้ายชาวอินเดียและชาวต่างชาติในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเหยื่อของอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังและการเหยียดเชื้อชาติที่รุนแรงขึ้น รวมถึงประเด็นการให้พื้นที่ทางการเมืองกับผู้ที่มีแนวคิดหัวรุนแรง และกลุ่มก่อการร้ายเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอินเดีย

รัสเซียมีเป้าหมายพัฒนากองทัพเรืออย่างรอบด้าน

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ระบุในการประชุมการพัฒนาอุตสาหกรรมการต่อเรือ เมื่อ 27 มิ.ย.67 ว่า รัสเซียมีเป้าหมายพัฒนากองทัพเรืออย่างรอบด้าน ทั้งเรือ เครื่องบิน ส่วนประกอบสิ่งก่อสร้างชายฝั่ง และโครงสร้างพื้นฐานของฐานทัพเรือ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการสู้รบ และความแข็งแกร่งในพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยหลายกระบวนการอยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งรวมถึงการซ่อมแซมและปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งกองทัพเรือรัสเซียจะได้รับเรือใหม่อีกว่า 40 ลำ ภายในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปี 2565 และ 2566 ที่ได้รับ 24 ลำ และ 30 ลำ ตามลำดับ นอกจากนี้ ผู้นำรัสเซียหวังว่า ในอนาคตการออกแบบและพัฒนาเรือรบจะต้องใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบต่าง ๆ ในการผลิตแบบขั้นสูง ภายใต้กรอบโครงการเป้าหมายเพื่อบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและทำให้ต้นทุนในการสร้างเรือรบของรัสเซียถูกลง

ยูเครนและสหภาพยุโรปลงนามในข้อความตกลงความมั่นคงระยะเวลา 10 ปี

ทำเนียบประธานาธิบดียูเครน รายงานเมื่อ 27 มิ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี นาย Charles Michel ประธานสภายุโรป และนาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมธิการยุโรป ร่วมลงนามในข้อตกลงความมั่นคงร่วมกันระหว่างยูเครนกับสหภาพยุโรป (EU) ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดให้มีข้อตกลงความมั่นคงในระยะยาวถึง 10 ปี กับรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ปะเทศ โดย EU จะสนับสนุนยูเครนครอบคลุมรอบด้าน ได้แก่ ความช่วยเหลือทางทหาร การเงิน มนุษยธรรม และการเมือง รวมทั้งจะสนับสนุนยูเครนในระยะยาวจนกว่าจะเข้าร่วมเป็นสมาชิก EU นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมการป้องกันของ EU ในกรุงเคียฟ เสริมสร้างความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ และจัดตั้งกลไกให้คำปรึกษา ทั้งนี้ ข้อตกลงความมั่นคงดังกล่าวเป็นผลมาจากปฏิญญาร่วมของกลุ่ม G7 เมื่อ 12 ก.ค.67

พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีมติขับอดีต รมว.กห. 2 รายออกจากการเป็นสมาชิกฐานทุจริตคอร์รัปชัน

สำนักข่าว Xinhua รายงานเมื่อ 27 มิ.ย.67 ว่าที่ประชุมคณะกรรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) พิจารณาขับ พล.อ.เว่ย เฟิ่งเหอ และพล.อ.หลี่ ช่างฝู อดีตรัฐมนตรีกลาโหมออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ฐานละเมิดวินัยพรรคและกฎหมายอย่างร้ายแรง โดยทั้งสองกรณีถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายอัยการของกองทัพ ซึ่งอาจมีการพิจารณาสอบสวนและการตัดสินโทษจำคุก ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานว่าที่ประชุมพิจารณาว่า พล.อ.หลี่ ทรยศต่อหน้าที่และขาดวินัย สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อสภาพแวดล้อมทางการเมืองและอุตสาหกรรมทางทหาร ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อพรรค การป้องกันประเทศและการเสริมสร้างกองทัพ ส่วน พล.อ.เว่ย ซึ่งเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2566 มีความผิดฐานรับเงินและของขวัญ ซึ่งเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

อินเดียแจ้งเตือนพลเมืองในเลบานอนให้เตรียมพร้อมสำหรับภาวะฉุกเฉิน

เว็บไซต์ The Times of India รายงานเมื่อ 28 มิ.ย.67 ว่า สถานเอกอัครราชทูต(สอท.)อินเดีย ณ กรุงเบรุต แจ้งเตือนพลเมืองอินเดียในเลบานอนให้ตื่นตัวและเตรียมพร้อมสำหรับภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งติดตามการประกาศและแจ้งเตือนของ สอท.อย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับ สหรัฐฯ รัสเซีย และคูเวต ที่ออกประกาศแจ้งเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปเลบานอน และขอให้ผู้ที่พำนักอยู่ในเลบานอนเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการออกจากที่พักหากไม่จำเป็น เนื่องจากสถานการณ์ในเลบานอนตึงเครียดขึ้น จากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์และกองทัพอิสราเอลที่ขยายวงกว้างขึ้น

หน่วยยามฝั่งจีนตรวจพบเครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ ทิ้งเครื่องตรวจจับเรือดำน้ำในทะเลจีนใต้

เว็บไซต์ Global Times รายงานเมื่อ 27 มิ.ย.67 อ้างข้อมูลจากบัญชีออนไลน์ของ China Media Group ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านสื่อที่ใหญ่ที่สุดของจีนที่ระบุว่า หน่วยยามฝั่งจีน (China Coast Guard-CCG) ตรวจพบเครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ หย่อนวัตถุอิเล็กทรอนิกส์ไม่ทราบประเภทลงในบริเวณใกล้แนวปะการังเหรินอ้าย (สันดอนโธมัสที่ 2) ในทะเลจีนใต้ หลังการเก็บกู้และนำมาตรวจสอบพบว่า มีตราของบริษัท Ultra Electronics ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ตรวจจับเรือดำน้ำและเป็นผู้ให้บริการแก่กองทัพเรือสหรัฐฯ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถตรวจจับสัญญาณเรือดำน้ำจีน และสามารถปล่อยสัญญาณรบกวนเพื่อปฏิบัติการต่อต้านสัญญาณใต้น้ำได้ สะท้อนว่าสหรัฐฯ มีเจตนาที่จะพัฒนาแผนที่ดิจิทัลทางทะเลเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร ขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับเรือดำน้ำจีนถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงทางทหารของจีน นอกจากนี้ การปล่อยสัญญาณยังอาจรบกวนระบบระบุตำแหน่งเสียงสะท้อนของปลาโลมาและสิ่งมีชีวิตทางทะเลอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งจีนจะพยายามเก็บกู้ ยึด รวมถึงดำเนินมาตรการตอบโต้ที่จำเป็นอย่างเต็มที่

รัสเซียกำลังพิจารณาลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับชาติตะวันตก

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงเมื่อ 27 มิ.ย.67 ว่า รัสเซียกำลังพิจารณาลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับชาติตะวันตก เนื่องจากสหรัฐฯ และพันธมิตรชาติตะวันตกมีส่วนร่วมในความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และทำให้สถานการณ์ทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการตัดสินใจถึงแนวทางดังกล่าว โดยประธานาธิบดีรัสเซียจะเป็นผู้ตัดสินใจและดำเนินการโดยกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ด้านนาย Sergey Ryabkov รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า การลดความสัมพันธ์เป็นแนวปฏิบัติทางการทูตที่ถือปฏิบัติเมื่อประเทศเผชิญกับประเทศที่ไม่เป็นมิตร ซึ่งรัสเซียเห็นว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ละทิ้งไม่ได้ และรัสเซียกำลังพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ รัสเซียไม่เคยตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ แม้เผชิญกับช่วงวิกฤตที่เสี่ยงต่อการเกิดสงครามนิวเคลียร์จากวิกฤตคิวบาเมื่อปี 2505 แต่รัสเซียเคยตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลในสงครามตะวันออกกลาง เมื่อปี 2510

UN พร้อมส่งกองกำลังตำรวจไปยังฉนวนกาซา

สำนักข่าว Anadolu รายงานเมื่อ 27 มิ.ย.67 ว่า นาย Jean-Pierre Lacroix รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายปฏิบัติการสันติภาพ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (United Nations-UN) ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อ 26 มิ.ย.67 ว่า UN พร้อมส่งกองกำลังตำรวจ (UN Police – UNPOL) ไปยังพื้นที่ฉนวนกาซา หากได้รับการร้องขอจากประเทศสมาชิก นอกจากนี้ นาย Lacroix ระบุด้วยว่าทางเลือกหนึ่งที่จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาในฉนวนกาซาคือการมีฝ่ายที่สาม (Third Party) เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี นาย Lacroix ยังไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางฝ่ายที่สามดังกล่าว

ยธ.เกาหลีใต้ไม่ยกเว้นการคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วยระบบ K-ETA

หนังสือพิมพ์โคเรียเฮรัลด์และโคเรียไทมส์ รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.67 ว่า กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ยื่นเรื่องขอให้กระทรวงยุติธรรม(ยธ.)เกาหลีใต้พิจารณายกเว้นการคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวไทยผ่านระบบ K-ETA ชั่วคราวจนถึงสิ้นปี 2567 เพื่อกระตุ้นให้ชาวไทยท่องเที่ยวที่เกาหลีใต้ หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยระหว่าง ม.ค.-เม.ย.67 ลดลงร้อยละ 21.1 เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันเมื่อปี 2566 สร้างความกังวลว่า ระบบ K-ETA ที่เข้มงวดจะส่งผลกระทบต่อแผนดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติตามเป้าหมาย 20 ล้านคนในปี 2567 ขณะที่ ยธ.เกาหลีใต้ชี้แจงว่า ต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวังกรณีการผ่อนปรนมาตรการคัดกรองดังกล่าวต่อประเทศต้นทางที่มีผู้เข้ามาพำนักผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ (ผีน้อย) จำนวนมาก ทั้งนี้ การใช้ระบบ K-ETA ต่อประเทศที่ไม่ต้องยื่นขอวีซ่า (Visa-Free) เป็นการคัดกรองนักท่องเที่ยวจากผู้มีแนวโน้มอยู่เกินกำหนด โดยจำนวนชาวไทยอยู่เกินกำหนดเพิ่มขึ้น 3 เท่าในห้วง 2559-2566 หรือประมาณ 145,810 คน (ข้อมูลเมื่อ พ.ค.67) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.1 ของผู้พำนักผิดกฎหมายทั้งหมด

รมว.กต.เยอรมนีเยือนเลบานอนท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์และกองทัพอิสราเอล

สำนักข่าว Anadolu Agency รายงานเมื่อ 26 มิ.ย.67 ว่า  Annalena Baerbock รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี เดินทางเยือนกรุงเบรุต เลบานอน เพื่อพบปะกับนาย Abdallah Bou Habib รัฐมนตรีต่างประเทศเลบานอน โดยทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในเลบานอนและความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์และกองทัพอิสราเอลที่ขยายวงกว้างขึ้น ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดในปัจจุบัน และเตือนว่าหากทั้งกลุ่มฮิซบุลลอฮ์และกองทัพอิสราเอลปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิง อาจทำให้ความขัดแย้งบานปลายกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค และเป็นอันตรายต่อทุกคนไม่เพียงแต่เฉพาะเลบานอนและอิสราเอลเท่านั้น