สหรัฐฯ ส่งเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ไปยังฐานทัพเรือในอ่าวกวนตานาโมของคิวบา

สำนักข่าวเดอะฮิลล์ รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.67 อ้างแถลงการณ์ของกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ (U.S. Southern Command-SOUTHCOM) ผ่านแอปพลิเคชัน X (ทวิตเตอร์) ว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้นบรูคลิน USS Helena เดินทางถึงฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในอ่าวกวนตานาโม คิวบา โดยอ้างว่าเป็นการลาดตระเวนตามปกติเพื่อประกันเสรีภาพและความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค การส่งเรือดำน้ำดังกล่าวเป็นห้วงเดียวกับที่กองเรือรัสเซีย ประกอบด้วยเรือฟริเกต Admiral Gorshkov เรือดำน้ำขีปนาวุธพลังงานนิวเคลียร์ Kazan เรือบรรทุกน้ำมัน Akademik Pashin และเรือลากจูงกู้ภัย Nikolay Chiker เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือฮาวานา คิวบา และทำการฝึกซ้อมขีปนาวุธ ระหว่าง 12-17 มิ.ย.67 ซึ่งเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางทหารของรัสเซียท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับชาติตะวันตกในประเด็นยูเครน อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ชี้แจงว่า แม้การฝึกซ้อมขีปนาวุธดังกล่าวจะไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือ ประกอบด้วยเรือพิฆาต 2 ลำ และเรือติดตั้งระบบโซนาร์ที่สามารถตรวจจับตำแหน่งเรือดำน้ำ 2 ลำ รวมถึงเรือหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8 เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกองเรือต่างชาติที่ปฏิบัติการใกล้กับอาณาเขตทางน้ำของสหรัฐฯ ทั้งนี้…

ทร.จีนส่งเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมไปยังหมู่เกาะสแปรตลีในทะเลจีนใต้เป็นครั้งแรก

    สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 16 มิ.ย.67 ว่ากองทัพเรือจีนส่งเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ Type 075 ไปยังหมู่เกาะ Nansha หรือหมู่เกาะสแปรตลีในทะเลจีนใต้เป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 4 มิ.ย.67 จีนเพิ่งส่งเรืออู่ยกพลขึ้นบก Type 071 เข้าฝึกซ้อมเป็นครั้งแรกใกล้แนวปะการัง Xianbin Jiao บริเวณหมู่เกาะสแปรตลี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางทหารของจีนระบุว่า เป็นสิทธิอันชอบธรรมของกองทัพเรือจีนที่จะฝึกซ้อมในพื้นที่ใกล้หมู่เกาะและแนวปะการังของจีนในทะเลจีนใต้ เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุฉุกเฉินในภาวะที่มีการยั่วยุจากฝ่ายฟิลิปปินส์หลายครั้ง

ทางการลาวประกาศขึ้นเงินเดือนข้าราชการในปี 2568

  เว็บไซต์ข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.67 ว่า นายสันติพาบ พมวิหาน รัฐมนตรีการเงินลาว แถลงต่อสภาแห่งชาติ เมื่อ 13 มิ.ย.67 ว่า รัฐบาลลาวมีนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงของข้าราชการและตำรวจ เป็น 2 ล้านกีบ – 2.2 ล้านกีบ (ประมาณ 92-100 ดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2568 จาก 1.85 ล้านกีบ (84.6 ดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2567 เป้าหมายเพื่อรับมือกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการจ่ายเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงตรงเวลา ทั้งนี้ การปรับเพิ่มเงินเดือนเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาผลกระทบจากเงินเฟ้อสูงและเงินกีบอ่อน โดยเมื่อ พ.ค.67 ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติลาวระบุว่า อัตราเงินเฟ้อจะยังคงสูงจนถึงสิ้นปี 2567 ทำให้คาดว่าจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายลดอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ร้อยละ 9

ทร.จีน ซ้อมปฏิบัติการทางทะเลและต่อต้านเรือดำน้ำในทะเลจีนใต้

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.67 อ้างสถานีโทรทัศน์ CCTV เผยแพร่ภาพการฝึกซ้อมปฏิบัติการทางทะเลของกองทัพเรือจีน ในทะเลจีนใต้เป็นเวลา 6 วัน 5 คืน (ไม่ระบุวันเริ่มฝึกซ้อม) โดยจีนส่งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี Type 055 จำนวน 3 ลำ ได้แก่ เรือพิฆาต Xianyang, Zunyi และ Yan’an ฝึกซ้อมจู่โจมทางทะเล ต่อต้านเรือดำน้ำ และป้องกันการโจมตีทางอากาศ เพื่อทดสอบขีดความสามารถของกองทัพเรือจีน ในการฝึกฝนการต่อสู้หลายรูปแบบ นอกจากนี้ ยังปรากฏรายงานการพบเรือพิฆาต Haikou Type 052C อยู่ในพื้นที่ซ้อมรบ 1 ลำ สำหรับเรือพิฆาต Type 055 เข้าประจำการตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 ลำ ได้รับการออกแบบให้สามารถออกปฏิบัติการได้ในระยะไกล ติดอาวุธต่อต้านเรือดำน้ำ สามารถสนับสนุนการโจมตีชายฝั่ง และคุ้มกันเรือบรรทุกเครื่องบินจากการโจมตีทางอากาศ ทั้งยังได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เรดาร์ที่ทันสมัยของจีน…

สหรัฐฯ และยูเครนเตรียมลงนามในความตกลงด้านความมั่นคงระยะ 10 ปีในการประชุมผู้นำ G7 ที่อิตาลี

หนังสือพิมพ์ The Washington Post รายงานอ้างนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 13 มิ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ และประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เตรียมลงนามในความตกลงด้านความมั่นคงสหรัฐฯ – ยูเครน ระยะ 10 ปี ในห้วงที่ผู้นำทั้งสองประเทศเยือนอิตาลีเพื่อร่วมการประชุมผู้นำ (13-15 มิ.ย.67) เพื่อเป็นหลักประกันว่าสหรัฐฯ จะจัดหาความช่วยเหลือทางทหารที่หลากหลายให้กับยูเครนเพื่อตอบโต้การโจมตีจากรัสเซีย รวมทั้งเป็นกรอบความร่วมมือระยะยาวในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพยูเครนโดยการสนับสนุนของสหรัฐฯ แม้อดีตประธานาธิบดีนัลด์ ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน พ.ย.67

จีนเตรียมหารือกับรัสเซียและเกาหลีเหนือเพื่อขอสำรวจแม่น้ำตูเมนออกสู่ทะเลญี่ปุ่น

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.67 ว่า จีนจะหารือกับรัสเซียและเกาหลีเหนือเพื่อขอสำรวจแม่น้ำตูเมน (Tumen) ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติร่วมกันของ 3 ประเทศก่อนไหลออกสู่ทะเลญี่ปุ่น โดยหากได้รับความยินยอม จีนจะเหลือเส้นทางที่ต้องสำรวจอีกประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งมีสะพานสูง 7 เมตรที่สร้างในสมัยอดีตสหภาพโซเวียตที่จะเป็นอุปสรรคในการแล่นเรือขนาดใหญ่ โดยจีนอาจเสนอแผนขยายแม่น้ำตูเมน และทำลายสะพานดังกล่าว รวมถึงเสนอให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของทั้ง 3 ประเทศ ในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำ ทั้งนี้ นาย Chisako Masuo ศาสตราจารย์ด้านนโยบายต่างประเทศจีนประจำมหาวิทยาลัยคิวชู จ.ฟุกุโอกะ ให้ความเห็นว่า โครงการดังกล่าวจะทำให้จีนมีกิจกรรมในทะเลญี่ปุ่นมากขึ้น และจะกระทบกับภารกิจของหน่วยยามฝั่งในทะเลตะวันออกโดยตรง เนื่องจากต้องแบ่งกำลังพลเพื่อมาเฝ้าระวังพฤติกรรมของจีน

NUG สั่งปิดโรงเรียนและระงับการรวมกลุ่มชั่วคราวในภาคสะไกง์หลังกองทัพโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.67 ว่า รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government-NUG) สั่งปิดโรงเรียนภายใต้การดำเนินการของ NUG จำนวน 115 แห่ง ซึ่งมีบุคลากรสอนจำนวน 1,000 คน และนักเรียนประมาณ 13,000 คน รวมถึงระงับการรวมตัวชั่วคราวในเมืองมินจีน ภาคสะไกง์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและประชาชนเนื่องจากกองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศต่อเนื่องตั้งแต่ 3 มิ.ย.67 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 29 คน ที่หมู่บ้านมะตอ โดยโรงเรียนจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ทั้งนี้ กองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยฝึกอบรมให้นักเรียนรู้จักวิธีป้องกันตัวจากการโจมตีทางอากาศและสร้างที่หลบภัยภายในโรงเรียน

สหประชาชาติยินดีที่ไทยให้สัตยาบันอนุสัญญา ICPPED

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The UN Human Rights Office of the High Commissioner – OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแถลงการณ์ เมื่อ 13 มิ.ย.67 ยินดีที่ไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance – ICPPED) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 13 มิ.ย.67 หลังจากที่ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อ 14 พ.ค.67 OHCHR ระบุด้วยว่าการให้สัตยาบันอนุสัญญาดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามคำมั่นที่ไทยให้ไว้ในกระบวนการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนตามวงรอบ (Universal Periodic Review-UPR) และในโอกาสครบรอบ 75 ปีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ดี ไทยมีกรณีการกระทำให้สูญหาย 77 กรณี ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไข ตามข้อมูลของคณะทำงานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการกระทำให้บุคคลสูญหายโดยถูกบังคับหรือไม่สมัครใจ (The UN Working…

รัฐบาลเมียนมากดดันผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตปิดกั้นการเข้าถึงสื่อออนไลน์ที่ต่อต้านการปกครอง

สำนักข่าว Myanmar Now รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.67 ว่า รัฐบาลเมียนมาส่งหนังสือเตือนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตดำเนินการปิดกั้นซอฟต์แวร์ที่สามารถเข้าถึง Facebook และเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลต่อต้านรัฐบาล รวมถึงปิดการใช้งาน Virtual Private Network (VPN) ที่ประชาชนบางส่วนเลือกใช้เพื่อเข้าถึงแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ หากไม่ปฏิบัติตามจะตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยรัฐบาลมุ่งเป้าปิดการเข้าถึง Facebook ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับกลุ่มที่แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลทหารทั่วประเทศ และระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ปัจจุบัน รัฐบาลจริงจังกับการห้ามใช้ VPN โดยทหารในภาคพะโค ภาคมัณฑะเลย์ และภาคอิระวดี ได้สุ่มตรวจสอบมือถือของคนในพื้นที่ ซึ่งหากพบเจอการติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวจะต้องจ่ายค่าปรับ 100,000 จั๊ต (1,184 บาท) ถึง 400,000 จั๊ต (4,737 บาท) หากไม่มีเงินจ่ายค่าปรับจะโดนยึดมือถือหรือถูกพาตัวไปสถานีตำรวจ

จีนใช้กลยุทธ์แนวร่วมด้วยการเชิญอดีตนายพลไต้หวันหลายรายเข้าร่วมงานในจีน

สำนักข่าว CNA รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.67 อ้างนาย Yen De-fa รัฐมนตรีกระทรวงการทหารผ่านศึกไต้หวันว่า คณะกรรมาธิการทหารกลางของจีนใช้กลยุทธ์สร้างแนวร่วม โดยสร้างความใกล้ชิดกับนายทหารระดับสูงของไต้หวันที่เกษียณอายุราชการแล้ว ด้วยการเชิญเข้าร่วมงานครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งสถาบัน Whampoa Military Academy แห่งแรกที่เมืองกว่างโจวใน 16 มิ.ย.67 โดยนาย Yen ระบุว่า ผู้ที่จะเดินทางไปร่วมงานถือเป็นการไปแบบส่วนตัว พร้อมกับเตือนไม่ให้ให้สัมภาษณ์หรือเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองใด ๆ รวมถึงระมัดระวังข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล นอกจากนี้ ยังขอให้ตระหนักถึงกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน มาตรา 9 วรรค 3 ที่ระบุห้ามบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งระดับ พล.ต.ขึ้นไป เข้าร่วมพิธีหรือกิจกรรมที่จัดโดยพรรคการเมือง หน่วยงานของรัฐบาลหรือหน่วยงานทางทหารของจีน ซึ่งอาจส่งผลต่อเกียรติภูมิแห่งชาติของไต้หวัน อาทิ การทำความเคารพธงชาติหรือเพลงชาติของจีน หากฝ่าฝืนอาจถูกระงับเงินบำนาญ และอาจถูกปรับตั้งแต่ 20,000-10 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน