แคนาดามีแผนลดจำนวนนักการทูตในอิรักและจอร์แดนภายในมี.ค.68

  กระทรวงการต่างประเทศแคนาดาแถลงเมื่อ 6 มิ.ย.67 ว่าแคนาดามีแผนปิดสำนักงานผู้แทนแคนาดา ประจำเมืองเออร์บิล เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานของอิรัก พร้อมกับลดจำนวนนักการทูตในอิรักและจอร์แดนภายในมี.ค.68 ตามการปรับเปลี่ยนยุทธศาตร์ด้านตะวันออกกลางให้สอดคล้องกับการจัดสรรงบประมาณ โดยก่อนหน้านี้ แคนาดาเพิ่มบทบาททางการทูตในอิรักเพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน รวมทั้งภารกิจการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายเช่นเดียวกับสหรัฐฯ

นักวิชาการมาเลเซียว่าขบวนการค้าน้ำมันผิดกฎหมายเน้นลักลอบค้าเบนซิน 95 แทนดีเซล

สำนักข่าว The Straits Times รายงานเมื่อ 7 มิ.ย.67 อ้างความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นาย Geoffrey Williams นักเศรษฐศาสตร์ และ ผศ.ดร.Ahmed Razman Abd Latiff จากวิทยาลัยธุรกิจปุตรา ซึ่งมีมุมมองที่สอดคล้องกันว่า กลุ่มขบวนการค้าน้ำมันผิดกฎหมายตามแนวชายแดนมาเลเซีย ปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิด จากเดิมที่นิยมลักลอบค้าน้ำมันดีเซลที่รัฐให้เงินอุดหนุนเป็นหลัก จากส่วนต่างราคากับประเทศเพื่อนบ้านที่ทำให้ได้กำไรสูง แต่หลังจากรัฐบาลมาเลเซียเตรียมปฏิรูปมาตรการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง และเพิ่มความเข้มงวดในการจัดหน่ายน้ำมันดีเซล ส่งผลให้กลุ่มขบวนการฯ ไม่สามารถลักลอบซื้อน้ำมันดีเซลคราวละปริมาณมากได้ จึงเน้นลักลอบค้าน้ำมันเบนซิน RON95 แทน

กลุ่ม Five Eyes ระบุว่าจีนพยายามเสริมสร้างขีดความสามารถกองทัพด้วยการว่าจ้างผู้ฝึกสอนชาวตะวันตก

  หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานเมื่อ 6 ม.ย.67 ว่า กลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านข่าวกรอง 5 ประเทศ (Five Eyes ได้แก่ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร) เผยแพร่เอกสารข่าว เตือนให้ระมัดระวังความเคลื่อนไหวของจีนที่พยายามเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพ ด้วยการเปิดรับสมัครนักบินและนายทหารจากชาติตะวันตก ทั้งที่ยังประจำการและปลดประจำการแล้ว ไปฝึกอบรมให้กับบุคลากรของกองทัพจีนโดยใช้บริษัทเอกชนบังหน้าที่ให้ค่าตอบแทนสูง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงของชาติสมาชิก Five Eyes จากการที่กองทัพจีนมีขีดความสามารถใกล้เคียงกับชาติตะวันตก กับทั้งระบุว่า สถาบันทดสอบการบินแห่งแอฟริกาใต้ เป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งที่จ้างนักบินต่างชาติไปฝึกให้จีน โดยมีอดีตนักบินจากนิวซีแลนด์อย่างน้อย 5 คน  และสหราชอาณาจักร 30  คน รวมทั้งอดีตนักบินจากเยอรมนี

ไต้หวันสามารถใช้สิทธิในการป้องกันตนเองได้หากจีนโจมตีไต้หวันหรือละเมินน่านฟ้าไต้หวัน

สำนักข่าว Focus Taiwan และหนังสือพิมพ์ Taipei Times รายงานเมื่อ 6 มิ.ย.67 ว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการต่างประเทศและกลาโหมของสภานิติบัญญัติไต้หวัน นายเวลลิงตัน คู รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน ตอบคำถามเกี่ยวกับคำจำกัดความของหลักการโจมตีก่อน (first strike) และสิทธิในการป้องกันตนเองว่า กองทัพไต้หวันสามารถใช้สิทธิในการป้องกันตนเองหรือตอบโต้ได้ หากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army-PLA) โจมตีเกาะหลักและเกาะรอบนอกของไต้หวัน รวมถึงเครื่องบิน เรือ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของไต้หวันก่อน หรือส่งเครื่องบินรุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำและน่านฟ้าไต้หวันภายในระยะ 12 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง ขณะเดียวกัน นายคูประเมินการซ้อมรบของจีนเพิ่มเติมในห้วงครึ่งปีหลังของปี 2567 ว่า กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้รับข้อมูลสถานะล่าสุดของ PLA ตลอดเวลา แม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจีนจะจัดการซ้อมรบเพิ่มเติมหรือไม่ แต่จะคงติดตามสถานการณ์รอบไต้หวันอย่างใกล้ชิดต่อไป

กองเรือรัสเซีย 4 ลำ จะเข้าเทียบท่าที่คิวบาระหว่าง 12-17 มิ.ย.67

กองเรือรัสเซีย จำนวน 4 ลำ ประกอบด้วย 1) เรือฟริเกต Admiral Gorshkov 2) เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ Kazan 3) เรือบรรทุกน้ำมัน Akademik Pashin และ 4) เรือลากจูง Nikolay Chiker จะเข้าเทียบท่าเรือฮาวานา คิวบา ระหว่าง 12-17 มิ.ย.67 อย่างเป็นทางการ โดย เมื่อ 6 มิ.ย.67 กระทรวงกลาโหมคิวบา  ระบุว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างคิวบากับรัสเซีย และเป็นการเยือนที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ไม่มีเรือลำใดติดอาวุธนิวเคลียร์ ดังนั้นการเข้าเทียบท่าในคิวบาจึงไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ระหว่างที่พำนักในคิวบา ผู้บัญชาการกองเรือรัสเซียมีกำหนดพบกับผู้บัญชาการกองทัพเรือคิวบา และผู้ว่าการกรุงฮาวานา รวมทั้งเข้าชมสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคิวบา โดยเมื่อกองเรือรัสเซียมาถึงท่าเรือฮาวานา ต่างฝ่ายจะยิงสลุต 21 นัด เพื่อเป็นการให้เกียรติตามธรรมเนียมของทหารเรือด้วย

จีนประท้วง นรม.อินเดียกรณีทวีตข้อความขอบคุณการแสดงความยินดีจากประธานาธิบดีไต้หวัน

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 7 มิ.ย.67 ว่า กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) จีนประท้วงอินเดียเมื่อ 6 มิ.ย.67 กรณีมีทวิตข้อความบนแอปพลิเคชั่น X แลกเปลี่ยนกันระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิของอินเดีย กับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน โดยนางเหมา หนิง โฆษก กต.จีน ระบุว่า ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าประธานาธิบดีของไต้หวัน เพราะมีเพียงจีนเดียวซึ่งไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และจีนต่อต้านการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นทางการทุกรูปแบบระหว่างเจ้าหน้าที่ชาวไต้หวัน (Taiwanese authorities) กับประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน เนื่องจากหลักการจีนเดียวได้รับการยอมรับและเป็นข้อเห็นพ้องในประชาคมระหว่างประเทศ การกระทำของอินเดียจึงขัดต่อท่าทีของจีนต่อไต้หวันอย่างรุนแรง อนึ่ง ประธานาธิบดีไล่ของไต้หวันทวีตข้อความแสดงความยินดีต่อชัยชนะในการเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีโมดิ และเสริมว่าไต้หวันคาดหวังจะร่วมมือกับอินเดียเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านการค้าและเทคโนโลยีเพื่อสร้างสันติภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งฝ่ายผู้นำอินเดียตอบขอบคุณและคาดหวังจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

เลขาธิการ UN กังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) แถลงเมื่อ 6 มิ.ย.67 แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และประณามการโจมตีของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่ และภาคสะไกง์ ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งนี้ เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุด และให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองพลเรือนเป็นลำดับแรกตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมทั้งป้องกันการยุยงให้เกิดความตึงเครียดและการใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้สมาชิก UN และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ร่วมสนับสนุนการทำงานเพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนของนางจูลี บิช็อป ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการ UN เรื่องเมียนมา (Special Envoy on Myanmar)

กองทัพอาระกัน (AA) กระชับพื้นที่สู้รบสู่เมืองตานดเวในรัฐยะไข่

สำนักข่าว Radio Free Asia รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.67 ว่า สถานการณ์สู้รบในรัฐยะไข่รุนแรงขึ้นในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) โจมตีฐานปฏิบัติการของทหารเมียนมาได้ 3 แห่ง ทำให้ทหารเมียนมาต้องล่าถอยไปประจำอยู่ใกล้สนามบินเมืองตานดเว เพื่อรับกำลังเสริม ขณะที่กองทัพโต้กลับด้วยการโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บ และโรงแรมบางแห่งริมชายหาดได้รับความเสียหาย พลเรือนในเมืองตานดเว ระบุว่า การปะทะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 2 มิ.ย.67 หลังกลุ่ม AA เริ่มปฏิบัติการโจมตีฐานปฏิบัติการของทหารเมียนมาที่ตั้งอยู่ใกล้กับชายหาดงะปะลี และสนามบิน ทั้งนี้ การต่อสู้ระหว่างกองทัพเมียนมากับ AA ที่เมืองตานดเวเริ่มตั้งแต่ 22 เม.ย.67 โดยห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณ 32 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันพื้นที่ปะทะอยู่ห่างจากใจกลางเมืองไม่เกิน 8 กิโลเมตร เมื่อการสู้รบเข้าใกล้เขตเมืองมากขึ้น ทำให้พลเรือนหลายพันคนต้องหลบหนีไปยังพื้นที่อื่น ขณะที่เที่ยวบินถูกระงับเช่นกันเนื่องจากสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองบางส่วนเริ่มย้ายไปที่ภาคย่างกุ้ง ซึ่ง AA ประกาศว่า จะเข้าควบคุมทุกเมืองในรัฐยะไข่และมีแผนที่จะโจมตีฐานปฏิบัติการทางทหารที่เหลือทั้งหมดของกองทัพเมียนมาในเมืองอัน ซิตตเว หม่องดอ เจ้าผิว ตองอัป ตานดเว กวา…

ผู้นำเกาหลีใต้ส่งเสริมการเตรียมพร้อมทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้เกาหลีเหนือ

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 6 มิ.ย.67 ว่า ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ของเกาหลีใต้ กล่าวปาฐกถาเนื่องในวัน Memorial Day ของเกาหลีใต้ ที่สุสานแห่งชาติกรุงโซล โดยระบุจะส่งเสริมความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศให้เข้มแข็ง เฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมพร้อมทางทหาร เพื่อตอบโต้กิจกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนืออย่างเต็มกำลัง นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ยังวิจารณ์เกาหลีเหนือที่ไม่พัฒนาประเทศไปตามโลก ละเมิดสิทธิมนุษยชน และปล่อยให้ประชาชนอดอยาก ซึ่งเกาหลีใต้จำเป็นต้องพัฒนาประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อจะช่วยฟื้นฟูสิทธิและเสรีภาพของประชาชนชาวเกาหลีเหนือ และพัฒนาสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีต่อไป

แคนาดาแจ้งเตือนประชาชนในการเดินทางไปอิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศสและสเปน

เว็บไซต์ travel.gc.ca ของรัฐบาลแคนาดาแถลงเมื่อ 4 มิ.ย.67 แจ้งเตือนชาวแคนาดาให้เพิ่มความระมัดระวังอย่างสูงในการเดินทางไปอิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศสและสเปน เนื่องจากภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายที่คนร้ายมุ่งโจมตีหน่วยงานราชการ โรงเรียน ศาสนสถาน ท่าอากาศยาน และสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ภัตตาคาร ร้านกาแฟ ศูนย์การค้า ตลาดนัด โรงแรม พร้อมกับขอให้ชาวแคนาดาที่พำนักในพื้นที่ดังกล่าวและประเทศในยุโรปอื่นๆ ติดตามข่าวสารจากสื่อมวลชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่