หน่วยข่าวสหรัฐฯ และพันธมิตรประเมินว่ารัสเซียจะเพิ่มการปฏิบัติการก่อวินาศกรรมในยุโรป

  สำนักข่าว nytimes รายงานเมื่อ 26 พ.ค.67 ว่า นางเอฟริล เฮนส์ ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (DNI) เตรียมหยิบยกประเด็นการปฏิบัติการก่อวินาศกรรมของรัสเซียเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมเนโตใน มิ.ย.67 หลังหน่วยข่าวสหรัฐฯ และพันธมิตร ประเมินว่า หน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย (GRU) จะเพิ่มปฏิบัติการก่อวินาศกรรมในยุโรป เพื่อกระตุ้นให้เกิดความหวาดกลัวในสังคม และกดดันไม่ให้รัฐบาลประเทศในยุโรปส่งอาวุธหรือให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ยูเครน ทั้งนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตร ระบุว่า GRU ใช้การชักชวนประชาชนในพื้นที่ให้ปฏิบัติการ และอ้างว่าเป็นการปฏิบัติการจากกลุ่มต่อต้านนโยบายสนับสนุนยูเครน เพื่อให้ตรวจสอบได้ยาก พร้อมทั้งอ้างความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางเพลิงสถานที่ในห้วงที่ผ่านมา เช่น คลังสินค้าในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โรงงานสีในเมือง Wroclaw โปแลนด์ อาคารบ้านเรือนประชาชนในลัตเวีย และห้างสรรพสินค้าอิเกียในลิทัวเนีย รวมทั้งความพยายามในการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ สอดคล้องกับผู้นำประเทศในยุโรปและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเนโต ที่แจ้งเตือนการเฝ้าระวังภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติการ shadow war ของรัสเซีย

เกาหลีใต้พบความเคลื่อนไหวในการเตรียมส่งดาวเทียมทางทหารครั้งใหม่ของเกาหลีเหนือ

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 24 พ.ค.67 ว่า กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ตรวจจับความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือในการเตรียมส่งดาวเทียมทางทหารขึ้นสู่วงโคจรโลกครั้งใหม่ในพื้นที่ Tongchang-ri จ.พย็องอันเหนือ หลังจากเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมลาดตระเวน (Reconnaissance Satellite) ดวงแรกของประเทศเมื่อ พ.ย.66 และตั้งเป้าหมายส่งเพิ่มอีก 3 ดวงภายในปี 2567 โดยเกาหลีใต้พบว่า มีการเข้า-ออกพื้นที่ของบุคคล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ในพื้นที่เพิ่มขึ้นในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงอุปกรณ์สำหรับประเมินเส้นทางเคลื่อนที่ของจรวดนำส่งดาวเทียม ทั้งนี้ หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ อยู่ระหว่างติดตามความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ขณะที่ด้านกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ก็เตรียมความพร้อมสกัดกั้นจรวดของเกาหลีเหนือหากรุกล้ำน่านฟ้าของเกาหลีใต้ คาดว่า การส่งดาวเทียมครั้งใหม่ของเกาหลีเหนืออาจสอดรับกับห้วงการจัดประชุมสุดยอดเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่นใน 27 พ.ค.67 เพื่อแสดงนัยทางการเมืองระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ

ญี่ปุ่นคว่ำบาตรองค์กรของรัสเซียที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ

  สำนักข่าว Kyodo รายงานอ้างถ้อยแถลงนายฮายาชิ โยชิมาสะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นในการแถลงข่าวเมื่อ 24 พ.ค.67 ว่า ญี่ปุ่นประณามการขนส่งอาวุธจากเกาหลีเหนือไปยังรัสเซียอย่างรุนแรง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดฉันทามติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นตัดสินใจคว่ำบาตรองค์กรของรัสเซียเพิ่มเติม 9 แห่ง และบริษัทของไซปรัส 2 แห่ง เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึงบุคคลและองค์กรที่สนับสนุนรัสเซียในการรุกรานยูเครน ซึ่งเป็นมาตรการตามแนวทางของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) โดยเมื่อ ก.พ.67 ผู้นำกลุ่ม G7 ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการขนส่งขีปนาวุธแบบทิ้งตัว (ballistic missile) จากเกาหลีเหนือไปยังรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีเหนือและรัสเซียยุติการกระทำดังกล่าวในทันที

ผู้นำรัสเซียลงนามกฤษฎีกาอนุญาตให้ยึดทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในรัสเซียเพื่อชดเชยความเสียหายจากสหรัฐฯ

  ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามกฤษฎีกาเมื่อ 23 พ.ค.67 ว่าด้วยขั้นตอนการชดเชยความเสียหายต่อรัสเซียจากการกระทำที่ไม่เป็นมิตรของสหรัฐฯ ที่ระบุให้รัฐบาลหรือธนาคารกลางของรัสเซียมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลกรณีถูกยึดทรัพย์อย่างไม่เป็นธรรมในสหรัฐฯ หากศาลรับคำร้องจะส่งต่อไปยังคณะกรรมธิการควบคุมทรัพย์สินของต่างชาติ และจัดทำรายการการทรัพย์สินของพลเมืองหรือบริษัทสหรัฐฯ ที่มีอยู่จริงในรัสเซีย เพื่อยึดทรัพย์ชดเชยความเสียหายตามสัดส่วนการถูกยึดทรัพย์ในสหรัฐฯ โดยผู้นำรัสเซียสั่งการให้รัฐบาลเตรียมกรอบกฎหมายสำหรับกลไกดังกล่าวภายใน 4 เดือน และส่งให้รัฐสภาพิจารณา ทั้งนี้ รัสเซียถูกอายัดทรัพย์สินในต่างประเทศมูลค่า 260,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนเมื่อ 24 ก.พ.65

กห.จีนย้ำว่าการยั่วยุเพื่อแยกไต้หวันเป็นอิสระจะเผชิญกับมาตรการตอบโต้

  นาย Wu Qian โฆษกกระทรวงกลาโหมจีน ตอบประเด็นสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวเมื่อ 24 พ.ค.67 กรณีการซ้อมรบของกองทัพจีนรอบเกาะไต้หวันว่า กองบัญชาการภาคตะวันออกได้จัดกำลังทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองทัพจรวด ในการซ้อมรบร่วมดังกล่าวเพื่อทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม และมีวัตถุประสงค์เพื่อปราบปรามแนวความคิดแยกไต้หวันเป็นอิสระจากจีน รวมถึงป้องปรามการแทรกแซงหรือการก้าวก่ายจากภายนอก และว่าการซ้อมรบของจีนเป็นสิ่งจำเป็น เป็นไปอย่างสมเหตุผลและชอบธรรมตามหลักกฎหมายทุกประการ นอกจากนี้ นาย Wu ยังระบุด้วยว่า นับตั้งแต่ผู้นำคนใหม่ของไต้หวันเข้ารับตำแหน่ง ได้แสดงท่าทีท้าทายอย่างจริงจังต่อหลักการจีนเดียวด้วยการกล่าวถึงทฤษฎีสองรัฐ รวมทั้งพยายามแยกไต้หวันเป็นอิสระด้วยการใช้กำลังและพึ่งพากองกำลังจากภายนอก ซึ่งจะผลักดันให้ไต้หวันเข้าสู่สงคราม ขณะที่กองทัพจีนจะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนด้วยปฏิบัติการอย่างเข้มข้น

ฟิลิปปินส์เริ่มสอบสวนกรณีนักการทูตจีนลักลอบบันทึกการสนทนาประเด็นทะเลจีนใต้

  พล.ร.ท. Alberto Carlos อดีต ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคตะวันตก กองทัพฟิลิปปินส์ ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกลาโหมของวุฒิสมาชิก เมื่อ 22 พ.ค.67 กรณีสื่อมวลชนฟิลิปปินส์เผยแพร่เนื้อหาที่อ้างว่าเป็นการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง พล.ร.ท. Carlos กับนักการทูตจีนในประเด็นทะเลจีนใต้ โดย พล.ร.ท. Carlos ยอมรับว่า เป็นการสนทนาที่เกิดขึ้นจริงกับพันเอกอาวุโสหลี่ ผู้ช่วยทูตทหารจีน/ฟิลิปปินส์ ในรูปแบบไม่เป็นทางการ ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที (จีนอ้างว่ามีความยาว 12 นาที) แต่ไม่ได้หารือหรือตอบรับข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ตามที่จีนกล่าวอ้าง พร้อมประณามการกระทำของจีนที่บันทึกการสนทนาโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อมูลและมุ่งร้ายต่อสังคมฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ พล.ร.ท. Carlos ยืนยันด้วยว่าไม่ได้รับอนุญาตให้ทำข้อตกลงใด ๆ กับประเทศอื่น

สหรัฐฯ จะส่งยุทโธปกรณ์มูลค่า 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ยูเครน

  สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อ 23 พ.ค.67 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมจัดส่งยุทโธปกรณ์มูลค่า 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ยูเครนใน 24 พ.ค.67 นับเป็นการจัดส่งยุทโธปกรณ์ให้กับยูเครนครั้งที่ 4 ตั้งแต่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างงบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับพันธมิตร เมื่อปลาย เม.ย.67 หลังจากประสบความล่าช้า ยุทโธปกรณ์ชุดนี้ประกอบด้วย เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง (HIMARS) เครื่องกระสุน จรวดต่อสู้รถถัง ทุ่นระเบิดดักรถถัง ยานยนต์ทางยุทธวิธี และอาวุธขนาดเล็กพร้อมกระสุน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพจากประเทศต่างๆ ประมาณ 50 คนเมื่อ 20 พ.ค.67 เพื่อสานความร่วมมือในการส่งความช่วยเหลือทางทหารให้กับยูเครนมากขึ้น โดยจัดประชุมกันทุกเดือน ทั้งนี้พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุในการประชุมครั้งล่าสุดว่า ยูเครนกำลังเผชิญความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากรัสเซียโจมตีแคว้นคาร์คิฟซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของยูเครน และย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ ที่จะจัดส่งยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือยูเครนต่อเนื่อง

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กำหนดเยือนบรูไนและสิงคโปร์

  กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ แถลงเมื่อ 24 พ.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ พร้อมภริยา จะเดินทางเยือนบรูไนอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่าง 28-29 พ.ค.67 ตามคำเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัล โบลเกียห์ นอกจากนี้ ยังมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมทวิภาคี การประชุมทางธุรกิจ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับบรูไน และพบปะชุมชนชาวฟิลิปปินส์ หลังจากนั้น ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์จะเดินทางต่อไปสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุม IISS Shangri-La Dialogue ที่จะจัดขึ้นระหว่าง 31 พ.ค.-2 มิ.ย.67 และกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดการประชุม นับเป็นประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนแรก ที่ได้รับเชิญเป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์หลักของ IISS Shangri-La Dialogue ซึ่งที่สิงคโปร์ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์จะพบหารือนอกรอบกับ นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง และประธานาธิบดีธาร์มาน ชันมุการัตนัม ของสิงคโปร์

ผู้นำรัสเซียหารือกับกษัตริย์แห่งบาห์เรนในโอกาสเสด็จเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียมีกำหนดเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีฮะมัด บิน อีซา อาลเคาะลีฟะฮ์ แห่งบาห์เรน ใน 23 พ.ค.67 ที่กรุงมอสโก ขณะพระองค์เสด็จเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ โดยสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับสถานะและแนวโน้มความร่วมมือระหว่างรัสเซีย-บาห์เรน ด้านการค้า เศรษฐกิจ พลังงาน และวัฒนธรรม ตลอดจนประเด็นระหว่างประเทศและพัฒนาการในภูมิภาคตะวันออกกลางในปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งมุมมองของบาห์เรนในฐานะประเทศประธานหมุนเวียนของประชุมสุดยอดสันนิบาตอาหรับ และจะมีการลงนามในความตกลงทวิภาคี ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียและกษัตริย์แห่งบาห์เรนรักษาช่องทางเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยการหารือทางโทรศัพท์ครั้งล่าสุดเมื่อ มี.ค.67 กษัตริย์แห่งบาห์เรนแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีปูตินที่ชนะการเลือกตั้งอีกสมัย

ผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐรอบอ่าวอาหรับร่วมพิธีศพประธานาธิบดีอิหร่าน

เชค ตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อาลษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ นำคณะผู้แทนระดับสูง ได้แก่ เชค มุฮัมมัด บินอับดุรเราะห์มาน อาลษานี นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ เยือนกรุงเตหะราน อิหร่าน เมื่อ 22 พ.ค.67 เพื่อเข้าร่วมพิธีศพและไว้อาลัยประธานาธิบดีอิบรอฮีม เราะอีซี ของอิหร่าน และนายฮอเซน อะมีร อับดอลลอฮ์ยาน รัฐมนตรีต่างประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อ 19 พ.ค.67 ทั้งนี้ นอกจากกาตาร์แล้วยังมีผู้แทนระดับสูงจากรัฐรอบอ่าวอาหรับเข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย ได้แก่ เจ้าชายฟัยศ็อล บินฟัรฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เชค อับดุลลเลาะฮ์ บิน ซายิด อาลนะฮ์ยาน รมว.กต.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  และนาย Abdullah Ali al-Yahya รัฐมนตรีต่างประเทศคูเวต ขณะที่ร่างของประธานาธิบดีเราะอีซีจะเคลื่อนย้ายและนำไปฝังที่เมือง Mashhad จ. Razavi Khorasan ซึ่งเป็นเมืองเกิด