ที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเยือนซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลระหว่าง 18-19 พ.ค.67

  สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 18 พ.ค.67 ว่า นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเยือนซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลระหว่าง 18-19 พ.ค.67 โดยจะพบหารือกับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารของซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี และสถานการณ์สำคัญในภูมิภาค โดยเฉพาะสงครามในฉนวนกาซาและมาตรการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืน ส่วนการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจานิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล นายซัลลิแวนจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ปฏิบัติการทางทหารในเมืองราฟาห์เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮะมาส ต้องมุ่งเฉพาะเป้าหมาย ไม่ใช่การโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งการเจรจาให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันที่ป่วย ได้รับบาดเจ็บ และสูงอายุ ออกมาก่อน

เกาหลีเหนือทดสอบระบบนำวิถีรุ่นใหม่สำหรับขีปนาวุธนำวิถีทางยุทธวิธี

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 18 พ.ค.67 อ้างการรายงานของ สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นประธานการยิงทดสอบขีปนาวุธนำวิถีทางยุทธวิธีเมื่อ 17 พ.ค.67 โดยการยิงทดสอบมีวัตถุประสงค์ประเมินขีดความสามารถของระบบนำวิถีรุ่นใหม่ และไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ตรวจจับเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้หลายลูกเมื่อ 17 พ.ค.67 จากชายฝั่งตะวันออกในเมืองว็อนซัน ขีปนาวุธเคลื่อนที่ระยะทาง 300 กิโลเมตร ก่อนตกในทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น) ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือมีขึ้นหลังจากผู้นำจีนกับรัสเซียยืนยันสนับสนุนเกาหลีเหนือ และไม่เห็นด้วยที่สหรัฐฯ และพันธมิตรจะใช้กำลังทหารข่มขู่เกาหลีเหนือ ขณะที่ กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ จัดฝึกร่วมทางอากาศเมื่อ 16 พ.ค.67

APHR เรียกร้องให้อาเซียนและนานาชาติ ปกป้องชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่

เว็บไซต์ของกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (ASEAN Parliamentarians for Human Rights-APHR) ออกแถลงการณ์เมื่อ 18 พ.ค.67 เรียกร้องให้อาเซียน สหประชาชาติ และประชาคมระหว่างประเทศ ปกป้องชาวโรฮีนจา และคาดหวังให้ยุติความรุนแรงโดยทันที จากกรณีการโจมตีของกองทัพอาระกัน (Arakan Army- AA) ต่อชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ตั้งแต่ 17 พ.ค.67 ทั้งนี้ APHR ระบุว่าได้รับรายงานว่ากลุ่ม AA อยู่ระหว่างการสังหารหมู่ชาวโรฮีนจาในหลายเมืองของรัฐยะไข่

นรม.คนใหม่ของสิงคโปร์ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง

นายลอเรนซ์ หว่อง เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของสิงคโปร์ เมื่อ 15 พ.ค.67 เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย นับเป็นการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี หลังยุคของ อดีตนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการบริหารประเทศของพรรครัฐบาล โอกาสนี้ นายหว่องกล่าวให้คำมั่นว่าจะปกครองประเทศด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนและรู้สำนึกถึงบทบาทหน้าที่ที่ได้รับ และจะอุทิศพลังงานที่มีทั้งหมดเพื่อชาวสิงคโปร์ นอกจากนี้ เนื้อหาบางตอนยังพูดถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดของภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสิงคโปร์จะยังคงเป็นมิตรกับทุกประเทศ โดยเฉพาะการดำเนินความสัมพันธ์กับทั้งสหรัฐฯ และจีน เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ

ชาวปาเลสไตน์ในญี่ปุ่นและผู้สนับสนุนชุมนุมที่กรุงโตเกียวเพื่อรำลึกถึงการพลัดถิ่น

  สำนักข่าว Japan Today รายงานเมื่อ 16 พ.ค.67 ว่า ชาวปาเลสไตน์ในญี่ปุ่นและผู้สนับสนุนประมาณ 1,000 คน จัดการชุมนุมเมื่อ 15 พ.ค.67 ที่เขตชินจูกุ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เนื่องในวันนักบะห์ (Nakba) เพื่อรำลึกถึงโศกนาฏกรรมที่ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 700,000 คน ถูกบังคับให้ต้องพลัดถิ่นเมื่อปี 2491 เพื่อให้อิสราเอลก่อตั้งประเทศสำเร็จเมื่อ 14 พ.ค.2491 โดยผู้ชุมนุมชูป้ายข้อความเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษเรียกร้องให้ปลดปล่อยปาเลสไตน์ให้เป็นอิสระ และให้หยุดยิงในฉนวนกาซา ทั้งนี้ Nakba แปลว่าหายนะในภาษาอารบิก และวัน Nakba กำหนดให้ตรงกับ 15 พ.ค. ของทุกปี ซึ่งเป็นวันหลังจากอิสราเอลก่อตั้งประเทศ 1 วัน (14 พ.ค.) โดยในปีนี้เป็นการรำลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 76 ปี

รัสเซียสั่งขับผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของสหราชอาณาจักร เพื่อตอบโต้การกระทำที่ไม่เป็นมิตร

  สำนักข่าว TASS และ BBC รายงานเมื่อ 16 พ.ค.67 อ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียแถลงว่า รัสเซียสั่งขับ น.อ. Adrian Coghill ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของสหราชอาณาจักร เพื่อตอบโต้การกระทำที่ไม่เป็นมิตรของสหราชอาณาจักร ภายหลังกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร เรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบเพื่อประท้วงที่รัสเซียทำการรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง และสั่งขับผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของรัสเซีย/ลอนดอน ซึ่งไม่เปิดเผยสถานะเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหาร เมื่อ 8 พ.ค.67 ทั้งนี้ รัสเซียประกาศให้ น.อ. Coghill เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) และต้องเดินทางออกจากรัสเซียภายในหนึ่งสัปดาห์

สหรัฐฯ คัดค้านแผนปฏิบัติการของยูเครนที่จะใช้ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ โจมตีเขตอธิปไตยของรัสเซีย

สำนักข่าววอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อ 15 พ.ค.67 ว่า สหรัฐฯ คัดค้านแผนปฏิบัติการของยูเครนที่จะใช้ยุทโธปกรณ์ที่สนับสนุนโดยสหรัฐฯ โจมตีเขตอธิปไตยของรัสเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนพยายามผลักดัน โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นย้ำหลักการดังกล่าวในห้วงการเยือนกรุงเคียฟ ระหว่าง 14-15 พ.ค.67 เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่ต้องการยกระดับความขัดแย้งและเพิ่มความเสี่ยงเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงกับรัสเซีย อีกทั้งระบุจะส่งมอบความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนเพิ่มเติม 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแสดงจุดยืนที่จะยังคงการสนับสนุนยูเครน หลังจากสหรัฐฯ อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือยูเครนล่าช้าไปกว่า 7 เดือน

อาเซียนและจีนยืนยันความมุ่งมั่นจะปฏิบัติตาม DOC

  สำนักข่าว PNA รายงานเมื่อ 16 พ.ค.67 อ้างการเปิดเผยของนาย Huang Xilian เอกอัครราชทูตจีน ประจำกรุงมะนิลา ในวันเดียวกันว่า ที่ประชุมคณะทำงานร่วมอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (ASEAN-China Joint Working Group on the Implementation of the DOC – JWG on DOC) ครั้งที่ 43 จัดขึ้นระหว่าง 13-15 พ.ค.67 ที่ไทย ยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ โดยย้ำจะปฏิบัติตาม DOC อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ความยับยั้งชั่งใจ ส่งเสริมการเจรจาและการปรึกษาหารือ และเร่งสรุปการเจรจาเกี่ยวกับประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct on South China Sea-COC)

ชาวศรีลังกาหลายร้อยคนถูกหลอกเข้าร่วมรบในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

นาย Pramitha Tennakoon ผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมศรีลังกา ยืนยันเมื่อ 15 พ.ค.67 ว่า มีทหารรับจ้างชาวศรีลังกาเสียชีวิตในสงครามรัสเซีย-ยูเครน จำนวน 16 คน และคาดว่า ยังมีทหารรับจ้างชาวศรีลังกาอีก 288 คนที่ถูกขบวนการค้ามนุษย์ล่อลวงให้เข้าร่วมรบในสงครามดังกล่าว โดยอ้างว่า จะได้รับเงินเดือนในอัตราสูง นอกจากนี้ นาย Pramitha Tennakoon ยังเตือนทหารเกษียณอายุราชการไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ รัฐบาลศรีลังกาอยู่ระหว่างการเจรจากับกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียและยูเครน เพื่อขอให้ส่งศพผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บชาวศรีลังกากลับประเทศ ตลอดจนติดตามชาวศรีลังกาที่เข้าร่วมรบในสงครามกลับประเทศอย่างปลอดภัย

อินเดียและอิหร่านบรรลุข้อตกลงการบริหารจัดการท่าเรือ Chabahar ระยะเวลา 10 ปี

  สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 14 พ.ค.67 ว่า อินเดียและอิหร่านบรรลุข้อตกลงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือ Shahid Beheshti ในท่าเรือ Chabahar ของอิหร่าน ซึ่งเป็นการลงนามระหว่าง บริษัท Indian Ports Global Limited (IPGL) ของอินเดีย กับหน่วยงาน Ports and Maritime Organization (PMO) ของอิหร่าน เมื่อ 13 พ.ค.67 ระยะเวลา 10 ปี มูลค่าของสัญญารวม 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งออกเป็น IPGL สนับสนุนการจัดการในท่าเรือมูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และรัฐบาลอินเดียสนับสนุนงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังว่าการลงนามครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีและขยายความร่วมมือด้านการค้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ เมื่อ 13 พ.ค.67 เตือนว่า การดำเนินการทางธุรกิจใดก็ตามกับอิหร่าน…