ผู้นำรัฐบาล 18 ประเทศ รวมถึงไทย ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด

สำนักข่าว Al Arabiya รายงานเมื่อ 25 เม.ย.67 ว่า ผู้นำรัฐบาล 18 ประเทศ ได้แก่ ไทย อาร์เจนตินา ออสเตรีย บราซิล บัลแกเรีย แคนาดา โคลอมเบีย เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย เซอร์เบีย สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันเดียวกัน เรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่ถูกควบคุมตัวไปยังฉนวนกาซา ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 ในทันที และสนับสนุนให้กลุ่มฮะมาสใช้การเจรจายุติความขัดแย้ง เพื่อทำให้เกิดการหยุดยิง รวมถึงการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ทั้งนี้ ปัจจุบันมีตัวประกันแรงงานชาวไทยยังไม่ได้รับอิสระ จำนวน 8 คน

นรม.มาเลเซียย้ำสถาบันการศึกษาให้ระมัดระวังการเชิญนักวิชาการต่างชาติมาบรรยาย

สำนักข่าว New Straits Times รายงานเมื่อ 26 เม.ย.67 ว่า นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม และดาโต๊ะ ซรี ซัมบรี อับดุล กาดีร์ รัฐมนตรีอุดมศึกษาของมาเลเซีย ย้ำเตือนให้สถาบันการศึกษาทั่วประเทศระมัดระวังการเชิญนักวิชาการต่างชาติมาบรรยายเชิงวิชาการในมาเลเซีย โดยควรพิจารณาคุณสมบัติและจุดยืนทางการเมืองของบุคคลนั้น ๆ อย่างรอบคอบ การเตือนเกิดขึ้นหลังมีกรณีมหาวิทยาลัยมาลายา (UM) เชิญนาย Bruce Gilley นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน จากมหาวิทยาลัย Portland State รัฐโอเรกอน สหรัฐฯ มาบรรยายให้กับนักศึกษา เมื่อ 23 เม.ย.67 แต่นาย Gilley กลับวิจารณ์จุดยืนของมาเลเซียต่อความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ โดยกล่าวหาว่า มาเลเซียสนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวยิวครั้งที่ 2 ก่อนเดินทางออกจากมาเลเซียโดยให้ชี้แจงผ่านทางบัญชี X ว่า ได้รับข้อความข่มขู่จากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่รัฐบาลมาเลเซียหนุนหลัง และมาเลเซียไม่ปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยว ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/กัวลาลัมเปอร์ ออกแถลงการณ์เมื่อ 26 เม.ย.67 ยืนยันว่ามาเลเซียยังปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยว โดยสหรัฐฯ ยังคงคำแนะนำการเดินทางในมาเลเซียที่ระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดจากทั้งหมด…

หน่วยความมั่นคงออสเตรเลียประเมินว่าออสเตรเลียมีความเสี่ยงถูกโจมตีจากการก่อการร้าย

หนังสือพิมพ์ The Australian รายงานอ้างถ้อยแถลงของนาย Mike Burgess ผู้อำนวยการหน่วยต่อต้านข่าวกรองออสเตรเลีย (Australian Security Intelligence Organisation-ASIO) ต่อสโมสรผู้สื่อข่าวแห่งชาติ (National Press Club) ที่กรุงแคนเบอร์รา เมื่อ 24 เม.ย.67 ว่า ASIO ประเมินภัยคุกคามจากการก่อการร้ายต่อออสเตรเลียอยู่ในระดับ “เป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น” (Possible) ซึ่งเป็นระดับที่ 2 จากสูงสุดระดับที่ 5 หมายถึงมีโอกาสเผชิญการก่อการร้ายร้อยละ 50 ภายใน 12 เดือนข้างหน้า โดยจะเป็นการโจมตีของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลขนาดเล็กโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าหรือมีสัญญาณเตือนเพียงเล็กน้อย และเกิดจากกลุ่มนิยมความรุนแรงที่มีแรงจูงใจทางศาสนาทั้งมุสลิมซุนนีและผู้นับถือศาสนาคริสต์ และกลุ่มที่มีแรงจูงใจทางอุดมการณ์ ได้แก่ กลุ่มนีโอนาซี (neo-Nazi) และกลุ่มชาตินิยมและเหยียดเชื้อชาติ รวมถึงกลุ่มที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิด

เมียนมาปิดด่านเมียวดี-แม่สอด ส่งผลให้การข้ามแดนและการขนส่งสินค้าหยุดชะงัก

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 23 เม.ย.67 ว่า รัฐบาลเมียนมาประกาศปิดการข้ามแดนผ่านด่านแม่สอด-เมียวดี (สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1) ตั้งแต่ 21 เม.ย.67 และปิดการขนส่งสินค้าผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 เป็นการชั่วคราว  โดยยังไม่มีกำหนดการเปิดทำการอีกครั้งอย่างชัดเจน ส่งผลให้ชาวเมียนมาที่ประสงค์เข้าไทยติดค้างในฝั่งเมียวดีจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานเมียนมาในไทยที่เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์

กาตาร์จะให้ผู้นำกลุ่มฮะมาสฝ่ายการเมืองพำนักในประเทศต่อไปหากเป็นประโยชน์ต่อการเจรจายุติสงครามในกาซา

สำนักข่าว AFP และเว็บไซต์ The Times of Israel รายงานเมื่อ 23 เม.ย.67 อ้างนาย Majed al-Ansari โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)กาตาร์ แถลงเมื่อวันเดียวกันว่า กาตาร์จะให้ผู้นำกลุ่มฮะมาสฝ่ายการเมือง พำนักในประเทศต่อไป หากเป็นประโยชน์และส่งผลเชิงบวกต่อการเจรจายุติสงครามในฉนวนกาซา และไม่มีเหตุผลที่กาตาร์จะยุติการตั้งสำนักงานฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาสในกรุงโดฮา ซึ่งกาตาร์อนุญาตให้เข้ามาจัดตั้งตั้งแต่ปี 2555 นอกจากนี้กาตาร์จะมุ่งดำเนินบทบาทคนกลางเจรจาข้อตกลงหยุดยิงและช่วยเหลือตัวประกัน ระหว่างอิสราเอลกับกุล่มฮะมาสต่อไป แม้ว่าจะไม่พอใจนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิสราเอล ที่วิจารณ์การทำหน้าที่ดังกล่าวของกาตาร์ในเชิงลบ ทั้งนี้ การแถลงของโฆษก กต.กาตาร์ มีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ระบุเมื่อ 17 เม.ย.67 ว่ากาตาร์ต้องพิจารณาทบทวนบทบาทของตนต่อความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกุล่มฮะมาส เพราะมีผู้ฉวยโอกาสใช้การเป็นคนกลางของกาตาร์เพื่อหวังผลทางการเมือง ทำให้มีการคาดการณ์ว่ากาตาร์อาจถอนตัวจากการเป็นคนกลางเจรจายุติสงครามในฉนวนกาซา ประกอบกับปรากฏรายงานอ้างผู้นำกลุ่มฮะมาสฝ่ายการเมือง เริ่มพิจารณาการย้ายสำนักงานฝ่ายการเมืองจากกาตาร์ไปยังประเทศอื่น หลังจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตก แสดงท่าทีให้กาตาร์ใช้อิทธิพลกดดันให้กลุ่มฮะมาสยอมบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอล และปล่อยตัวประกันที่เหลือ

พณ.เมียนมาให้ภาคเอกชนเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสินค้าจากที่ผ่านรัฐคะฉิ่นชายแดนจีนเป็นผ่านชายแดนไทย

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 22 เม.ย.67 อ้างประกาศของกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เมียนมา เมื่อ 12 เม.ย.67 ให้ภาคเอกชนเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสินค้า จากที่ผ่านด่านชายแดนลเวเจ (Lweje) รัฐคะฉิ่น กับเมืองชางฟง (Zhangfeng) มณฑลยูนนานของจีน ไปใช้เส้นทางขนส่งผ่านชายแดนไทย เช่น ด่านชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก รัฐฉานตอนใต้ และด่านชายแดนระนอง-เกาะสอง ภาคตะนาวศรี เนื่องจากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพคะฉิ่นอิสระ (KIA) รุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้น มี.ค.67 จนกระทั่ง KIA ยึดพื้นที่เมืองลเวเจได้อย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อ 4 เม.ย.67 และส่งผลให้การขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนลเวเจหยุดชะงัก

โฆษก กต.จีนระบุว่าข้อกล่าวหาเรื่องสายลับจีนในอังกฤษและเยอรมนีมีเป้าหมายทำลายบรรยากาศความร่วมมือ

นายหวัง เหวินบิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเมื่อ 23 เม.ย.67 กรณีตำรวจสหราชอาณาจักรและเยอรมนีจับกุมบุคคลต้องสงสัยเป็นสายลับให้แก่หน่วยข่าวกรองจีนเมื่อ 22 และ 23 เม.ย.67 ว่า ทฤษฎีภัยคุกคามจากสายลับจีน (Chinese spy threat theory) ไม่ใช่ประเด็นใหม่ในยุโรป และว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อใส่ร้ายจีนและทำลายบรรยากาศความร่วมมือระหว่างจีนกับยุโรป พร้อมกับยืนยันว่าจีนดำเนินความร่วมมือกับทุกประเทศบนพื้นฐานของการเคารพและไม่แทรกแซงกิจการภายในกันภายใต้กรอบกฎหมาย ทั้งนี้ เมื่อ 22 เม.ย.67 ตำรวจอังกฤษจับกุมชาย 2 คนโดยตั้งข้อหาเป็นสายลับให้จีน โดยผู้ต้องหารายหนึ่งเป็นนักวิจัยของ สมาชิกสภาพรรคอนุรักษ์นิยม และเมื่อ 23 เม.ย.67 เยอรมนีจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 ราย โดยรายหนึ่งเป็นผู้ช่วยของสมาชิกรัฐสภายุโรปถูกตั้งข้อหาในความผิดฐานจารกรรมจากการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่อาจใช้ในกิจการทางทหารให้แก่หน่วยข่าวกรองจีน

จนท.ระดับสูงด้านเศรษฐกิจของเกาหลีเหนืออยู่ระหว่างเยือนอิหร่าน

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ และเว็บไซต์ NK News รายงานเมื่อ 24 เม.ย.67 อ้างการรายงานของ สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือว่า นายยุน จ็อง-โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศของเกาหลีเหนือพร้อมคณะเดินทางออกจากเกาหลีเหนือเมื่อ 23 เม.ย.67 เพื่อเยือนอิหร่าน (ไม่ระบุห้วงเยือนที่ชัดเจน) ซึ่งเป็นการเยือนอิหร่านของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 5 ปี ทั้งนี้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เกาหลีเหนือต้องการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารที่ใกล้ชิดกับอิหร่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือวิเคราะห์ว่า เกาหลีเหนืออาจขอรับความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธจากอิหร่าน เฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาขีปนาวุธขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงแข็งและติดตั้งหัวรบความเร็วเหนือเสียง ขณะที่ประเทศตะวันตกอ้างว่า เกาหลีเหนือและอิหร่านมีความร่วมมือด้านการพัฒนาอาวุธในอดีต แต่ไม่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับความร่วมมือดังกล่าวในปัจจุบัน นอกจากทั้งสองประเทศสนับสนุนอาวุธให้รัสเซียทำสงครามในยูเครน

รัสเซียยิงขีปนาวุธร่อนทำลายเสาสัญญานโทรทัศน์ขนาดใหญ่ในเมืองคาร์คีฟ ฝั่งตะวันออกของยูเครน

สำนักข่าว RT และ Al Jazeera รายงานเมื่อ 22 เม.ย.67 ว่า กองทัพรัสเซียใช้ขีปนาวุธร่อน Kh-59 ยิงถล่มเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ขนาดใหญ่ สูง 240 เมตร ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ป่าในเมืองคาร์คีฟ ฝั่งตะวันออกของยูเครน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่สร้างความเสียหายแก่โครงสร้างหนึ่งในสามของเสาสัญญาณ และส่งผลกระทบต่อการส่งสัญญาณโทรทัศน์ดิจิทัลภายในเมือง รัสเซียอ้างว่ากองทัพยูเครนใช้เสาส่งสัญญาณดังกล่าวติดตั้งอุปกรณ์ทางเทคนิคต่างๆ รวมถึงอากาศสื่อสารกับระบบป้องกันภัยทางอากาศ ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่าการโจมตีเสาสัญญาณเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรัสเซียที่จะพลักดันพลเมืองยูเครนให้อพยพออกจากเมืองคาร์คีฟ

UN ยังคงให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบการทำงานของ UNRWA

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อ 22 เม.ย.67 อ้างแถลงของนาย Stéphane Dujarric โฆษกเลขาธิการ UN ในวันเดียวกันว่า นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN ยังคงให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบการทำงานของสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (United Nations Relief and Works Agency for Palestine Refugees in the Near East-UNRWA) ภายหลังที่อิสราเอลอ้างว่าเจ้าหน้าที่ UNRWA มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 โดยตั้งกลุ่มตรวจสอบอิสระ (Independent Review Group) มี นางCatherine Colonna อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส เป็นประธาน เพื่อตรวจสอบปัญหาความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ด้านมนุษยธรรมของ UNRWA ซึ่งกลุ่มตรวจสอบอิสระจัดทำรายงานขั้นสุดท้าย (final report) เสนอเลขาธิการ UN แล้ว เมื่อ 20 เม.ย.67 นอกจากนี้…