เหตุพายุฝนและน้ำท่วมใน UAE ส่งผลให้เที่ยวบินที่สนามบินดูไบล่าช้าและหยุดชะงัก

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 18 เม.ย.67 ว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประสบพายุฝนรุนแรง มีปริมาณน้ำฝนตกหนักมากเป็นประวัติการณ์ในรอบ 75 ปี ทำให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จนส่งผลกระทบต่อการให้บริการของท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (Dubai International Airport) เนื่องจากพื้นที่ท่าอากาศยานบางส่วน โดยเฉพาะทางวิ่งถูกน้ำท่วมขัง เป็นอุปสรรคต่อการลงจอดของเที่ยวบินพาณิชย์ แม้ว่าท่าอากาศยานดูไบกลับมาเปิดใช้อาคารผู้โดยสาร 1 ในเช้าวันเดียวกันนี้ เพื่อรองรับเที่ยวบินโดยสารขาเข้าประเทศของสายการบินต่างประเทศ แต่การให้บริการยังคงล่าช้าและหยุดชะงัก ในวันเดียวกันนี้ สายการบิน Emirates ประกาศเลื่อนเปิดให้บริการเช็คอินผู้โดยสาร ในเวลา 09.00 น. จากเดิม 0.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ด้าน เชค มุฮัมมัด บิน ซายิด อาลนะห์ยาน เจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบีและประธานาธิบดี UAE ออกคำสั่งให้ทางการประเมินความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุพายุฝนดังกล่าว ทั้งนี้ พายุลูกนี้เคลื่อนเข้าโอมานเมื่อ 14 เม.ย.67 ก่อนเข้า UAE เมื่อ 16 เม.ย.67 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนและถนน…

นรม.อิรักยืนยันว่าไม่มีการยิงขีปนาวุธหรืออากาศยานไร้คนขับจากดินแดนอิรักเข้าไปโจมตีอิสราเอล

สำนักข่าว Reuters และ CNN รายงานเมื่อ 16 เม.ย.67 อ้างนาย Mohammed Shia al-Sudani นายกรัฐมนตรีอิรัก ระบุในวันเดียวกันว่า ไม่ได้รับรายงานทางทหารหรือข้อบ่งชี้ใด ๆ ที่แสดงว่ามีการยิงขีปนาวุธหรืออากาศยานไร้คนขับจากดินแดนอิรักเข้าไปโจมตีอิสราเอล ในห้วงที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลเอลเมื่อ 13 เม.ย.67 และยืนยันว่าอิรักมีจุดยืนไม่ยอมให้องค์กรใดก็ตามนำพาอิรักเข้าสู่ความขัดแย้ง ทั้งนี้ การปฏิเสธความเกี่ยวข้องการโจมตีอิสราเอลดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก พล.ท. Herzi Halevi เสนาธิการกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า การโจมตีอิสราเอลของอิหร่านเมื่อ 13 เม.ย.67 มีการยิงขีปนาวุธนำวิถี (ballistic missiles) ขีปนาวุธร่อน (cruise missiles) อากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ และจรวดกว่า 350 ลูก จากดินแดนอิหร่าน อิรัก เยเมน และเลบานอน

ผู้นำฟิลิปปินส์ติดหนึ่งในร้อยบุคคลทรงอิทธิพลของโลก

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้รับการจัดจากนิตยสาร TIME ที่เผยแพร่เมื่อ 17 เม.ย.67 ให้เป็นหนึ่งในร้อยบุคคลที่ทรงอิทธิพลของโลกประจำปี  2567  โดยระบุว่า ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ สร้างประวัติศาสตร์ของตนเอง  จากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของครอบครัวที่เป็นเผด็จการ จนชนะการเลือกตั้ง อีกทั้งทำให้ฟิลิปปินส์กลับมามีบทบาทในเวทีโลก จากการกล้าท้าทายจีนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวในทะเลจีนใต้ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐฯ ด้านบุคคลสำคัญด้านการเมืองอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับการจัดให้เป็นผู้ทรงอิทธิพลบัญชีเดียวกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้แก่  นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน  และว่าที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน

ผู้นำออสเตรเลียเรียกประชุมคณะทำงานด้านความมั่นคงหลังเกิดเหตุแทงบิชอปที่โบสถ์คริสต์ในนครซิดนีย์

สำนักข่าว ABC News รายงานเมื่อ 16 เม.ย.67 ว่า นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เรียกประชุมคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งชาติ ประกอบด้วย นายริชาร์ด มาร์ลส์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม นางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศ คณะรัฐมนตรีอาวุโส  ผู้บัญชาการกองทัพบก และผู้อำนวยการหน่วยต่อต้านข่าวกรอง(ผอ.ตข.)ออสเตรเลีย (Australian Security Intelligence Organisation-ASIO) หลังเกิดเหตุเยาวชนอายุ 16 ปี ก่อเหตุแทงบิชอป Mar Mari Emmanuel ระหว่างประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งถ่ายทอดสดผ่านช่องทางอออนไลน์ ที่โบสถ์ Christ The Good Shepherd นิกาย Assyrian Orthodox เมือง Wakeley ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมื่อ 15 เม.ย.67 ช่วงค่ำ โดยผู้ก่อเหตุถูกตำรวจจับกุมแล้ว ด้านนาง Karen Webb ผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์…

รมว.กห.สหรัฐฯ และจีนหารือกันครั้งแรกผ่านทางระบบประชุมทางไกล

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ  รายงานเมื่อ 16 เม.ย.67 ว่า พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ และ พล.ร.อ.ตง จุน รัฐมนตรีกลาโหมจีน ได้หารือกันครั้งแรกผ่านระบบประชุมทางไกลในวันเดียวกันนี้ เกี่ยวกับประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ ตลอดจนประเด็นความมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาคและโลก  ซึ่งสหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการเคารพต่อเสรีภาพในการเดินเรือภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ  โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้  และย้ำว่าสหรัฐฯ จะยังคงทำการบิน เดินเรือ และปฏิบัติการต่างๆ ด้วยความปลอดภัยและรับผิดชอบตามระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศ  กับทั้งยึดมั่นในนโยบายจีนเดียว ภายใต้แนวทางแถลงการณ์ร่วมสหรัฐฯ – จีน 3 ฉบับ และรัฐบัญญัติความสัมพันธ์กับไต้หวัน  นอกจากนี้ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้หารือถึงกรณีรัสเซียรุกรานยูเครน และข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับการยั่วยุของเกาหลีเหนือ

KNLA พล.น.4 ประกาศยึดฐานของกองทัพเมียนมาแห่งแรกในภาคตะนาวศรี

สำนักข่าว RFA รายงานเมื่อ 16 เม.ย.67 ว่า กองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNLA) พล.น.4 ภายใต้สหภาพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNU) ประกาศยึดฐาน พัน ร. 103 ของกองทัพเมียนมาใน จ.มะริด ได้เป็นแห่งแรกของภาคตะนาวศรี เมื่อ 15 เม.ย.67 พร้อมควบคุมตัวทหาร 48 นาย รวมถึง พ.ท.อ่องเฮน (Aung Hein) ผบ.พัน ร.103 หลังจาก KNLA พล.น.4 สนธิกำลังกับ PDF กลุ่ม Myeik District Revolutionary Force บุกโจมตีฐานดังกล่าวมาตั้งแต่ พ.ย.66

ที่ประชุม UNSC ไม่มีการออกข้อมติหรือแถลงการณ์ต่อกรณีอิหร่านโจมตีอิสราเอล

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ(United Nations-UN) และสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 15 เม.ย.67 เกี่ยวกับการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) ในประเด็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ระหว่าง 14-15 เม.ย.67 ว่าที่ประชุม UNSC ไม่มีการออกข้อมติหรือแถลงการณ์ต่อกรณีอิหร่านโจมตีอิสราเอล เมื่อ 13 เม.ย.67 โดยสมาชิกไม่ถาวร UNSC 10 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ โมซัมบิก เซียร์ราลีโอน แอลจีเรีย เอกวาดอร์ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และมอลตา เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างที่สุด ส่วนสโลวีเนียประณามทั้งการโจมตีสถานกงสุลอิหร่านของอิสราเอลและการโจมตีอิสราเอลของอิหร่าน ขณะที่กายอานาระบุว่าการใช้ความรุนแรงจะยิ่งก่อให้เกิดความรุนแรงและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเลือกหนทางแห่งสันติภาพและการเจรจา ด้านสมาชิกถาวร UNSC 5 ประเทศ มีความเห็นแตกต่างกัน โดย สหรัฐฯ  ประณามการโจมตีของอิหร่านว่าก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อประชาชนอิสราเอลและประเทศสมาชิก UN ในภูมิภาค และสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง  ฝรั่งเศส ระบุว่าการโจมตีของอิหร่านเป็นการกระทำที่สั่นคลอนเสถียรภาพและเสี่ยงเกิดการลุกลาม และชื่นชมอิสราเอลที่สามารถป้องกันการโจมตีสำเร็จ ด้านสหราชอาณาจักร ระบุว่าอิหร่านมีเจตนาให้เกิดความวุ่นวายในภูมิภาค และสหราชอาณาจักรจะยืนหยัดเพื่อความมั่นคงของอิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาค…

ผู้นำประเทศกลุ่ม G7 ประณามการโจมตีอิสราเอลของอิหร่าน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 15 เม.ย.67 ว่า ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี แคนาดา และญี่ปุ่น พร้อมด้วย สหภาพยุโรป (EU) ประชุมผ่านทาง Video Conference เมื่อ 14 เม.ย.67 ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีอิสราเอลของอิหร่านเมื่อ 13 เม.ย.67 เพื่อตอบโต้การโจมตีสถานกงสุลอิหร่านในซีเรียของอิสราเอล เมื่อ 1 เม.ย.67 โดย G7 ขอแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับอิสราเอลและประชาชนอิสราเอล พร้อมกับเรียกร้องให้อิหร่านและตัวแทน (proxy)ของอิหร่านยุติการโจมตี และ G7 จะใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อตอบโต้หากพบการกระทำที่เสี่ยงจะก่อให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพ นอกจากนี้  G7 ยังให้คำมั่นว่าจะร่วมมือเพื่อให้เกิดการหยุดยิงในฉนวนกาซาโดยทันทีและยั่งยืน รวมถึงการปล่อยตัวประกันจากกลุ่มฮะมาส และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์  ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศ G7 และ EU มีกำหนดการประชุมร่วมกันระหว่าง 17-19 เม.ย.67 ณ เกาะ…

จีนยังคงความร่วมมือกับอิหร่านหลังดำเนินปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิสราเอล

สำนักข่าว Xinhua รายงานเมื่อ 16 เม.ย.67 ว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้หารือทางโทรศัพท์กับนาย Hossein Amirabdollahian รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเมื่อ 15 เม.ย.67 เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล โดยระบุว่า ในฐานะที่จีนและอิหร่านเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน จีนจึงพร้อมร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องกับอิหร่านในหลากหลายด้าน และพร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น แต่ไม่ได้ระบุว่าจะเป็นความร่วมมือในรูปแบบใด นอกจากนี้ จีนยังแสดงความเข้าใจต่อปฏิบัติการทางทหารของอิหร่านต่ออิสราเอลว่าเป็นไปอย่างจำกัด และเป็นการใช้สิทธิในการปกป้องตนเอง โดยเชื่อว่าอิหร่านสามารถจัดการกับสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่จะตามมาได้ ทั้งนี้ จีนจะคงการติดต่อสื่อสารกับอิหร่านและร่วมมือผลักดันการยุติปัญหาปาเลสไตน์อย่างรอบด้าน ยุติธรรมและยั่งยืน

อิหร่านอ้างใช้สิทธิป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติในการโจมตีดินแดนอิสราเอล

กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกแถลงการณ์เมื่อ 14 เม.ย.67 ว่า กองทัพอิหร่านได้ใช้สิทธิตามบรรทัดฐานในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ (United Nations – UN) โดยปฏิบัติการโจมตีฐานทัพทหารในดินแดนอิสราเอลหลายครั้ง ด้วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับติดตั้งระเบิด เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. (ตรงกับไทยเวลา 06.00 น.) เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่รุกรานอิหร่านซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเฉพาะการโจมตีอาคารแผนกกงสุล สถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน ในกรุงดามัสกัส ซีเรีย เมื่อ 1 เม.ย.67 ส่งผลให้ที่ปรึกษาทางทหารอิหร่านที่พำนักในอาคารดังกล่าว ตามคำเชิญของรัฐบาลซีเรียเสียชีวิต ทั้งนี้ อิหร่านยืนยันการเคารพพันธกรณีตามกฎบัตร UN และกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็ย้ำความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และผลประโยชน์ของชาติ จากการใช้กำลังและการรุกรานที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และอิหร่านไม่ลังเลที่จะใช้มาตรการป้องกันที่จำเป็นเพิ่มเติมเพื่อปกป้องผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของตน จากการกระทำที่เป็นการรุกรานหรือใช้กำลังโดยมิชอบของอิสราเอล