UN เรียกร้องให้อิสราเอลและอิหร่านใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุด

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) แถลงเมื่อ 13 เม.ย.67 ประณามการที่อิหร่านโจมตีอิสราเอล และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้านนาย Dennis Francis ประธานสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) แถลงในวันเดียวกัน โดยระบุว่าการโจมตีของอิหร่านทำให้สถานการณ์สันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเปราะบางอยู่แล้ว ทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น พร้อมกับย้ำว่าการใช้วิธีทางการทูตและการพูดคุยเป็นหนทางเดียวที่จะแก้ไขความขัดแย้ง ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) จะจัดประชุมฉุกเฉินตามการร้องขอของเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำ UN ที่สำนักงานใหญ่ UN นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ใน 14 เม.ย.67 เวลา 16.00 น. (ประมาณ 04.00 น. ของ 15 เม.ย.67 ตามเวลาประเทศไทย)

สหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนอิสราเอล แต่จะไม่ร่วมโจมตีตอบโต้อิหร่าน

สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อ 14 เม.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ระบุกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระหว่างการหารือทางโทรศัพท์ หลังอิหร่านปฏิบัติการทางอากาศโจมตีอิสราเอล ว่า สหรัฐฯ จะไม่ร่วมโจมตีตอบโต้อิหร่าน แต่ย้ำให้อิสราเอลยกสถานการณ์ดังกล่าวว่าเป็นชัยชนะ ที่สะท้อนถึงขีดความสามารถของกองทัพอิสราเอล หลังสหรัฐฯ ประเมินว่า สามารถป้องปรามการโจมตีทางอากาศจากอิหร่านได้เกือบทั้งหมด โดยกองทัพสหรัฐฯ สามารถจับสัญญาณการโจมตีจากโดรนมากกว่า 70 ลำ และขีปนาวุธนำวิถีอย่างน้อย 100 ลูก ขณะที่ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุในวันเดียวกันว่า กองทัพสหรัฐฯ พร้อมที่จะสนับสนุนกองทัพอิสราเอล ปกป้องกองทัพพันธมิตรอื่นในภูมิภาค ตลอดจนป้องปรามไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว

อิหร่านยิงขีปนาวุธและส่ง UAV โจมตีจุดยุทธศาสตร์สำคัญในดินแดนอิสราเอลทางตอนเหนือและตอนใต้หลายจุด

สำนักข่าว Press TV และ IRNA ของทางการอิหร่าน รายงานเมื่อ 14 เม.ย.67 ว่า กองกำลังการบินและอวกาศสังกัดกองกําลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC Aerospace Forces) ปฏิบัติการ True Promise เมื่อ 13 เม.ษ.67 ช่วงกลางดึกก่อนเข้าสู่เช้าวันใหม่ โดยยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยกลางและขีปนาวุธแบบครูซโจมตีภาคพื้นดิน รวมมากกว่า 300 ลูก พร้อมส่งอากาศยานไร้คนขับติดตั้งระเบิดมากกว่า 100 ลำ โจมตีจุดยุทธศาสตร์สำคัญในดินแดนอิสราเอลทางตอนเหนือและตอนใต้หลายจุด ที่สำคัญคือ ฐานทัพอากาศ Nevatim ทางตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อตอบโต้เหตุอิสราเอลโจมตีอาคารแผนกกงสุล สถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน ในกรุงดามัสกัส ซีเรีย เมื่อ 1 เม.ย.67 ซึ่งส่งผลให้ผู้บัญชาการระดับสูงและสมาชิกของ IRGC เสียชีวิต 7 คน พลจัตวา Mohammad Reza Ashtiani รัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน แถลงหลังปฏิบัติการโจมตีว่า อิหร่านจะตอบโต้อิสราเอลเป็นสองเท่า หากอิสราเอลปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อรุกรานอิหร่าน และจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดต่อประเทศใดก็ตามที่เปิดน่านฟ้าหรือดินแดนให้อิสราเอลใช้โจมตีอิหร่าน ทั้งนี้…

ประธานาธิบดีจีนย้ำว่าการแทรกแซงจากภายนอกไม่สามารถแยกจีนกับไต้หวันออกจากกันได้

สำนักข่าว Xinhua รายงานผลการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนกับนายหม่า อิงจิ่ว อดีตประธานาธิบดีไต้หวันซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนจีนเมื่อ 10 เม.ย.67 ที่ผู้นำจีนระบุว่า ประชาชนจีนและไต้หวันต่างเป็นชาวจีนด้วยกัน มีประวัติศาสตร์การร่วมกันต่อสู้เพื่อฟื้นฟูไต้หวันจากการรุกรานของต่างชาติ ความแตกต่างของระบบการปกครองไม่สามารถเปลี่ยนข้อเท็จจริงได้ว่าทั้งสองฝ่ายเป็นจีนเดียว การแทรกแซงจากภายนอกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์และการรวมชาติได้ โดยผู้นำจีนเรียกร้องให้เยาวชนของจีนและไต้หวันทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความรุ่งเรืองของชาติจีนในระยะยาว พร้อมกันนี้ผู้นำจีนยังเน้นย้ำถึงความสำคัญต่อการยึดมั่นในฉันมามติปี 1992 (1992 Consensus) ซึ่งสองฝ่ายตกลงและเข้าใจร่วมกันว่า จีนและไต้หวันเป็นประเทศเดียวกัน ทั้งยังย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชาติจีน (Chinese Dream) ด้านนายหม่า อิงจิ่วระบุว่า การยึดมั่นในฉันมามติปี 1992 เป็นรากฐานทางการเมืองเพื่อการพัฒนาอย่างสันติในความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน สองฝ่ายควรเพิ่มการแลกเปลี่ยนและร่วมมือให้ลึกซึ้ง และทำงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูชาติจีน

ราคาน้ำมันดิบของโลกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สำนักข่าว Reuters รายงานอ้างการประเมินของบริษัท Morgan Stanley ของสหรัฐฯ เมื่อ 9 เม.ย.67 ว่า ราคาน้ำมันดิบของโลกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ที่บาร์เรลละ 94 ดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจัยด้านความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน  และการที่ OPEC+ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (Organization of the Petroleum Exporting Countries-OPEC) และกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC เห็นพ้องไม่ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน นอกจากนี้ กรณียูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันของรัสเซียซึ่งเป็นสมาชิก OPEC+ ลดลงร้อยละ 15

Human Rights Watch เรียกร้องให้นานาชาติไม่สนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

เว็บไซต์ Human Rights Watch (HRW) รายงานเมื่อ 10 เม.ย.67 อ้างการแถลงของ นาง Elaine Pearson ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ  HRW ในวันเดียวกันว่า หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์สุดท้ายของ เม.ย.67 จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงของไทย เนื่องจากเป็นการลดการตรวจสอบถ่วงดุลจากฝ่ายค้าน รวมทั้งละเมิดสิทธิของสมาชิกพรรคการเมืองซึ่งมีเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม การชุมนุมโดยสงบ และการมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตยที่ได้รับการรับรองภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ซึ่งไทยให้สัตยาบันเมื่อปี 2539 ทั้งนี้ HRW เรียกร้องให้นานาชาติไม่สนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council-UNHRC) วาระปี 2568 – 2570 เพื่อแสดงจุดยืนว่าการยุบพรรคการเมืองได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดจากการเลือกตั้ง คือการไม่เคารพหลักสิทธิมนุษยชนและระบอบประชาธิปไตย

อิสราเอลโจมตีฐานทหารที่กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนเข้าไปจัดตั้งในซีเรีย

สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 10 เม.ย.67 อ้างกองทัพอิสราเอลเผยแพร่แถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า เครื่องบินรบของอิสราเอลทิ้งระเบิดโจมตีอาคารแห่งหนึ่งในซีเรีย เมื่อ 9 เม.ย.67 หลังจากมีข้อมูลข่าวกรองยืนยันว่าอาคารเป้าหมายเป็นฐานทหารที่กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนเข้าไปจัดตั้งในซีเรีย โดยอิสราเอลจะไม่ยอมให้กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนเข้ามาใช้ซีเรียเป็นแนวรบ พร้อมระบุให้รัฐบาลซีเรียรับผิดชอบต่อกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในดินแดนของตน นอกจากนี้รายงานยังอ้าง Syrian Observatory for Human Rights ระบุว่าอิสราเอลยิงปืนใหญ่และส่งเครื่องบินรบเข้าไปโจมตีฐานทหารซีเรียและคลังอาวุธแห่งหนึ่งใน จ. Daraa ทางตอนใต้ของซีเรีย เมื่อ 9 เม.ย.67 เพื่อตอบโต้กลุ่มติดอาวุธพันธมิตรของอิหร่านและกลุมฮิซบุลลอฮ์ ที่ยิงจรวด Katyusha จากพื้นที่ตอนใต้ของซีเรีย เข้าไปโจมตีราบสูงโกลาน เมื่อ 8 เม.ย.67 ทั้งนี้ ที่ราบสูงโกลานเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อิสราเอลยึดครองมาจากซีเรีย นับจากอิสราเอลชนะสงคราม 6 วัน เมื่อปี 2510

รัสเซียเปิดการสืบสวนก่อการร้ายหาความเชื่อมโยงการสนับสนุนเงินทุนจากสหรัฐฯ และ NATO

สำนักข่าว RT ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 9 เม.ย.67 อ้างแถลงของโฆษกของคณะกรรมการสืบสวน ว่า รัสเซียเริ่มกระบวนการสืบสวนหาความเชื่อมโยงไปยังเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ตามคำอุทธรณ์ของสมาชิกสภารัสเซีย ที่อาจเกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินทุนสนับสนุนการก่อการร้ายที่โจมตีศาลาว่าการครอคัสในกรุงมอสโก โดยคณะกรรมการสืบสวนร่วมกับหน่วยข่าวกรองกำลังตรวจสอบแหล่งที่มาของรายได้ การเคลื่อนย้ายเงินทุน และการมีส่วนร่วมของบุคคลโดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรสาธารณะ และองค์กรการค้าจากประเทศตะวันตก อาทิ บริษัทพลังงานยูเครน บูริสมา โฮลดิง ลิมิตเต็ด (Burisma Holdings Limited) ทื่คอยสนับสนุนเงินทุนให้กลุ่มการก่อการร้าย กำจัดบุคคลสำคัญทางการเมือง และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในรัสเซียห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ประธานวุฒิสภากัมพูชาย้ำว่าโครงการคลองฟูนัน-เตโช ไม่ได้เอื้อประโยชน์จีน

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 9 เม.ย.67 อ้างถ้อยแถลงของสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และรักษาการประมุขแห่งรัฐ ในวันเดียวกัน ปฏิเสธข่าวสารที่ว่าโครงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และสัญจรทางน้ำคลองฟูนัน-เตโช (Funan-Techo Canal) จะอำนวยความสะดวกให้แก่กองทัพเรือจีนเข้าใกล้เขตแดนเวียดนาม โดยสมเด็จฯ ฮุน เซน ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจ อำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทางน้ำและเกษตรกรรม พร้อมกับอ้างรัฐธรรมนูญกัมพูชาว่าด้วยความเป็นเอกราชและอธิปไตย และการไม่อนุญาตให้มีฐานทัพหรือกองกำลังต่างชาติในประเทศ รวมทั้งกัมพูชา เวียดนาม และจีน ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีและความร่วมมือรอบด้าน ทั้งนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน เรียกร้องให้ยุติการใช้กัมพูชาเป็นเครื่องมือในยุทธศาสตร์ต่อต้านจีน และว่ากัมพูชาดำเนินนโยบายโดยคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติ

AMRO ประเมินเศรษฐกิจอาเซียน+3 ในปี 2567 จะขยายตัวร้อยละ 4.5

เว็บไซต์ของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office-AMRO) เผยแพร่รายงานประเมินเศรษฐกิจประจำไตรมาส 1/2567 เมื่อ 8 เม.ย.67 ว่า เศรษฐกิจของอาเซียน+3 จะขยายตัวร้อยละ 4.5 ในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ขยายตัวร้อยละ 4.3 จากปัจจัยอุปสงค์ในประเทศที่เริ่มฟื้นตัว โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการฟื้นตัวของภาคการลงทุนและการส่งออก ทั้งยังคาดว่าอัตราเงินเฟ้อของอาเซียน+3 ในปี 2567 จะอยู่ในระดับปานกลางที่ร้อยละ 2.5 (จากร้อยละ 2.8 เมื่อปี 2566) และจะลดลงเหลือร้อยละ 2.3 ในปี 2568