รัสเซียสามารถถอนตัวออกจากสภาอาร์กติกหากกิจกรรมของสภาฯ ไม่เป็นไปตามผลประโยชน์ของรัสเซีย

        นาย Nikolay Korchunov เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Sputnik เมื่อ 6 ก.พ.67 ระบุว่ารัสเซียควรมีทางเลือกในการด้านนโยบายต่างประเทศ รวมถึงการถอนตัวจากสภาอาร์กติก  (Arctic Council) หากกิจกรรมไม่เป็นไปตามผลประโยชน์ของรัสเซีย  นอร์เวย์ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ประธานสภาฯ (เริ่ม พ.ค.66 ) กําลังพยายามเริ่มงานใหม่อย่างเต็มรูปแบบ แต่ไม่พบการสนับสนุนจากสมาชิกสภาชาติอื่น ๆ ทั้งนี้  สภาอาร์กติกมีสมาชิกได้แก่ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ แคนาดา นอร์เวย์ รัสเซีย สหรัฐฯ ฟินแลนด์ และสวีเดน  โดยเป็นเวทีส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคระหว่างรัฐบาล และมีการหมุนเวียนประธานทุกสองปี ซึ่งในห้วงที่รัสเซียรับหน้าที่ประธานสภาฯ (เริ่ม พ.ค.2564) เกิดสงครามในยูเครนทำให้ใน มี.ค.65 ประเทศสมาชิกตะวันตกของสภาประกาศระงับการเข้าร่วมในกิจกรรมเพื่อประท้วงปฏิบัติการทางทหารพิเศษของรัสเซียในยูเครน

รมช.กต.รัสเซียหารือ รมช.เกาหลีใต้ที่กรุงโซล แสดงความกังวลต่อความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)รัสเซีย เผยแพร่ข่าวสารนิเทศเมื่อ 4 ก.พ.67 ว่า นาย Andrey Rudenko รัฐมนตรีช่วยกต.รัสเซีย พบหารือกับนาย Chung Byung-won รัฐมนตรีช่วย กต.เกาหลีใต้ เมื่อ 2 ก.พ.67 ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ โดยทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี รัสเซียเห็นว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นมากในภูมิภาค เป็นผลมาจากสหรัฐฯ ดำเนินนโยบายยั่วยุและขาดความรับผิดชอบ อีกทั้งพยายามสนับสนุนพันธมิตรในภูมิภาคให้ดำเนินตามแผนเชิงรุกเพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองของตนเอง และรัสเซียพร้อมจะพัฒนาความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรโจมตีเป้าหมายกลุ่ม Houthi 36 แห่งในเยเมน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 4 ก.พ.67 ว่า กองทัพสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากออสเตรเลีย แคนาดา เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ และบาห์เรน โจมตีฐานที่ตั้งกลุ่ม Houthi 36 แห่งใน 13 พื้นที่ของเยเมน เมื่อ 3 ก.พ.67 อาทิ เมือง Al-Hudaydah เมือง Taiz เมืองท่า Hodieda และเมือง al-Bayda โดยมุ่งเป้าหมายโจมตีคลังเก็บอาวุธ ฐานยิงขีปนาวุธ และระบบอื่น ๆ ที่กลุ่ม Houthi ใช้ปฏิบัติการในทะเลแดง เพื่อลดขีดความสามารถของกองกำลังกลุ่ม Houthi การโจมตีดังกล่าวเป็นการโจมตีครั้งที่ 2 ของสหรัฐฯ ต่อเป้าหมายกลุ่มกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน หลังจากโจมตี 85 เป้าหมายในอิรักและซีเรีย เมื่อ 2 ก.พ.67 เพื่อตอบโต้กรณีนายทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นายจากเหตุโจมตีฐานที่ตั้งทางทหารสหรัฐฯ…

จีนแสดงความไม่พอใจต่อท่าทีนิวซีแลนด์ที่ใกล้ชิดกลุ่ม AUKUS

หนังสือพิมพ์ The Australian รายงานเมื่อ 2 ก.พ.67 ว่า นาย Wang Wenbin โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องให้นิวซีแลนด์หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกลุ่ม AUKUS ที่มีออสเตรเลีย สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร เพราะมีแนวคิดสงครามเย็นและจะทำให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย (ANZMIN 2+2)  เมื่อ 1 ก.พ.67 ที่นครเมลเบิร์น เกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือด้านนโยบายต่างประเทศ ความมั่นคง และการป้องกันประเทศ ซึ่งนิวซีแลนด์ให้ความสนใจเพิ่มขึ้นในประเด็นความร่วมมือของกลุ่ม AUKUS ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้งานนิวเคลียร์ โดยคณะผู้แทนออสเตรเลียจะเดินทางเยือนนิวซีแลนด์ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อบรรยายสรุปแก่ทางการนิวซีแลนด์ในรายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือในการแบ่งปันเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชนะการเลือกตั้งขั้นต้นภายในพรรคเดโมแครตครั้งแรกที่รัฐเซาท์แคโรไลนา

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 4 ก.พ. 67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ชนะการเลือกตั้งขั้นต้น (primary vote) ภายในพรรคเดโมแครตที่รัฐเซาท์แคโรไลนาเป็นรัฐแรกเมื่อ 3 ก.พ. 67 โดยได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดถึงร้อยละ 97 ขณะที่นาย Dean Phillips ส.ส.รัฐมินนิโซตา และนาง Marianne Williamson นักการเมืองและนักเขียน ได้รับคะแนนรวมกันเพียงร้อยละ 2 ผลการเลือกตั้งดังกล่าวทำให้ประธานาธิบดีไบเดนได้จำนวนคณะผู้แทนเลือกตั้งของพรรคเดโมแครตทั้งหมด 55 คน ซึ่งจะลงคะแนนเลือกผู้แทนพรรคที่จะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้งในการประชุมใหญ่ใน ส.ค.67 ทั้งนี้ การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นการเลือกตั้งขั้นต้นครั้งแรกของพรรคเดโมแครต หลังจากปรับกำหนดการจัดการเลือกตัวแทนพรรค ด้วยการจัดเลือกตั้งแบบ primary vote ที่รัฐเซาท์แคโรไลนาเป็นรัฐแรก จากปกติที่เริ่มการจัดเลือกตั้งขั้นต้นแบบ caucus ที่รัฐไอโอวาเป็นรัฐแรก ตามด้วยแบบ primary vote ที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ เนื่องจากต้องการดึงดูดฐานเสียงจากรัฐที่มีความหลากหลายด้านชาติพันธุ์ โดยพรรคเดโมแครตจะจัดการเลือกตั้งขั้นต้นครั้งต่อไปที่รัฐเนวาดาใน 6 ก.พ.67 รัฐมิชิแกนใน 27…

อิสราเอลจะนำเข้าแรงงานภาคการก่อสร้างจากต่างชาติ 65,000 คน ทดแทนแรงงานชาวปาเลสไตน์

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 5 ก.พ.67 อ้างโฆษกกระทรวงการเคหะอิสราเอล เปิดเผยเมื่อ 4 ก.พ.67 ว่า อิสราเอลจะนำเข้าแรงงานก่อสร้างต่างชาติจากอินเดีย ศรีลังกา และอุซเบกิสถาน รวม 65,000 คน เพื่อทดแทนแรงงานชาวปาเลสไตน์ ประมาณ 72,000 คนซึ่งถูกเลิกจ้างและรัฐบาลอิสราเอลมีคำสั่งส่งตัวกลับฉนวนกาซาด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังจากกลุ่มฮะมาสก่อเหตุโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ เมื่อ 7 ต.ค.66 เหตุโจมตีดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทั่วอิสราเอลเกือบร้อยละ 50 ต้องหยุดชะงัก เนื่องจากขาดแคลนแรงงาน แม้ว่ายังมีแรงงานต่างชาติในภาคการสร้างเหลืออยู่ ประมาณ 20,000 คน ทั้งนี้ อิสราเอลต้องเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแรงงานในภาคการก่อสร้าง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศอาจปรับตัวสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อประชาชน

เวียดนามเป็นคู่ค้าลำดับที่ 3 ของเกาหลีใต้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เมื่อปี 2566

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 5 ก.พ.67 ว่า เวียดนามกลายเป็นคู่ค้าสำคัญของเกาหลีใต้ โดยครองลำดับคู่ค้าที่ 3 ของเกาหลีใต้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เมื่อปี 2566 แทนที่ญี่ปุ่น มูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 79,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2566 แม้มูลค่าการส่งออกไปเวียดนามหดตัวร้อยละ 12.3 อยู่ที่ 53,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันเมื่อปี 2565 เป็นผลจากการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ หน้าจอสัมผัสและระบบเซนเซอร์ (Flat panels and sensors) ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม อุปกรณ์สื่อสารไร้สาย และเรซินสังเคราะห์ลดลง ส่วนมูลค่าการนำเข้าจากเวียดนามลดลงร้อยละ 2.9 อยู่ที่ 25,940 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับปี 2565 ทั้งนี้ เวียดนามเคยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 8 ของเกาหลีใต้เมื่อปี 2557 โดยในปีเดียวกันทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลงการค้าเสรีทวิภาคี หลังจากนั้นเวียดนามกลายเป็นคู่ค้าลำดับที่ 4 ของเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 ขณะที่จีนและสหรัฐฯ ยังคงครองลำดับที่ 1 และ 2 ตามลำดับ…

ประธานาธิบดีรัสเซียหารือกับประธานาธิบดี UAE ทางโทรศัพท์

ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียระบุเมื่อ 5 ก.พ.67 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียหารือกับประธานาธิบดี Mohammed bin Zayed Al Nahyan ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates – UAE) ทางโทรศัพท์ โดยทั้งสองฝ่ายพูดคุยกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีเพิ่มเติม หลังผู้นำรัสเซียเยือน UAE เมื่อ 6 ธ.ค.66 และร่วมพิจารณากระบวนการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในฉนวนกาซ่า ตามที่มีจุดยืนร่วมกัน คือ หยุดยิงและหันมาใช้กระบวนการทางการเมืองในการแก้ไขปัญหาปาเลสไตน์ในระยะยาวอย่างยุติธรรม สำหรับการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน ผู้นำรัสเซียกล่าวขอบคุณผู้นำ UAE ในบทบาทคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยเจรจาแลกเปลี่ยนเชลยสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน และพูดคุยรายละเอียดถึงเหตุการณ์เครื่องบิน Il-76 ของรัสเซียตก โดยเน้นย้ำถึงกระบวนการสอบสวนระหว่างประเทศ อีกทั้งผู้นำทั้งสองประเทศตกลงจะรักษาช่องทางประสานงานระหว่างกันในระดับต่าง ๆ ต่อไป

อินเดียเพิ่มปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัดในมหาสมุทรอินเดีย

          สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 1 ก.พ.67 ว่า กองทัพเรืออินเดียส่งเรือพิฆาตและเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลปฏิบัติภารกิจป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัดทางตะวันออกของทะเลแดง โดยมุ่งเน้นการเฝ้าตรวจพื้นที่ และเรือที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย ในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมากองทัพเรืออินเดียตรวจสอบเรือมากกว่า 250 ลำ และตรวจค้นเรือที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย 20 ลำ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือเรือสินค้าและเรือประมงจากการโจมตีของโจรสลัดโซมาเลีย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มโจรสลัดโซมาเลียฉวยโอกาสที่กลุ่ม Houthi โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง กระทำการปล้นเรือสินค้าและเรือประมงที่แล่นผ่านมหาสมุทรอินเดียบ่อยครั้งขึ้น ทั้งนี้กองทัพเรืออินเดียปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยทางทะเลในมหาสมุทรอินเดียเพียงลำพัง โดยไม่เข้าร่วมในกรอบความร่วมมือพหุภาคีใด ๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลแดง

สหรัฐฯ ออกคำสั่งผู้บริหารเพื่อคว่ำบาตรชาวอิสราเอล 4 รายที่ก่อความรุนแรงในเขตเวสต์แบงค์

        ทำเนียบประธานาธิบดีและกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)สหรัฐฯ แถลงเมื่อ 1 ก.พ.67 ว่า ในวันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ลงนามในคำสั่งผู้บริหารฉบับใหม่ เพื่อบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อชาวอิสราเอล 4 รายที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงต่อพลเรือนในเขตเวสต์แบงค์  ซึ่ง กต.สหรัฐฯ ย้ำว่า อิสราเอลจะต้องดำเนินการจริงจังมากกว่านี้ เพื่อยุติความรุนแรงต่อพลเรือนในเขตเวสต์แบงค์ และรับผิดชอบต่อผู้ก่อเหตุรุนแรงกับพลเรือน โดยสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามวัตถุประสงค์ของนโยบายต่างประเทศที่ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาสองรัฐ และมุ่งรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง และศักดิ์ศรีของชาวอิสราเอลเช่นเดียวกับชาวปาเลสไตน์