อิสราเอลตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเพื่อติดตามและสังหารสมาชิกแกนนำและ ผบ.กลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel รายงานอ้างสำนักข่าว Ynet ของอิสราเอล เมื่อ 22 ต.ค.66 ว่า หน่วยข่าวกรองอิสราเอล Mossad และ Shin Bet จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ Nili เพื่อติดตามและสังหารสมาชิกแกนนำ สมาชิกปฏิบัติการ และ ผู้บังคับบัญชากองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์ (Nukbha fighters) ที่เป็นผู้นำการโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 โดยเฉพาะ นาย Muhammad Deif ผู้นำกองกำลังติดอาวุธ และนาย Yahya Sinwar ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาส ทั้งนี้ การโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาของอิสราเอล ตั้งแต่ 8 ต.ค.66 สังหารสมาชิกระดับแกนนำของกลุ่มฮะมาสได้แล้วมากกว่า 10 คน

สหรัฐฯ แจ้งเตือนพลเมืองกรณีด่าน Rafah อาจเปิดให้ข้ามแดนใน 21 ต.ค.66

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/กรุงเทลอาวีฟ ประกาศว่า จุดข้ามแดนฉนวนกาซา-ด่าน Rafah อียิปต์ อาจเปิดให้ข้ามแดนใน 21 ต.ค.66 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาอิสราเอล และไม่ระบุระยะเวลาในการเปิดให้ชาวต่างชาติข้ามแดน) พร้อมทั้งเตือนพลเมืองสหรัฐฯ ให้ระมัดระวังเหตุวุ่นวาย เนื่องจากสหรัฐฯ ประเมินว่า จะมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการข้ามแดน

ผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ชุมนุมในหลายเมืองของสหรัฐฯ โดยไม่มีเหตุปะทะรุนแรง

สำนักข่าว Foxnews รายงานการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ในหลายเมืองของสหรัฐฯ เมื่อ 21 ต.ค.66 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยไม่มีเหตุปะทะรุนแรง อาทิ ถือธงปาเลสไตน์ ปราศรัยเรียกร้องอิสราเอลให้ยุติการโจมตีในฉนวนกาซา และโจมตีนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลว่าเป็นอาชญากรสงคราม พื้นที่ชุมนุมต่อต้านอิสราเอลในสหรัฐฯ ที่สำคัญได้แก่ บริเวณ Pershing Square เมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน และการชุมนุมกดดันให้วุฒิสภาสนับสนุนการหยุดยิงในฉนวนกาซา บริเวณหน้าอาคารสำนักงานของนางแนนซี เพโลซี ในเมืองซานฟรานซิสโก และสำนักงานของนาง Kirsten Gillibrand ในนครนิวยอร์ก ขณะเดียวกัน ผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ยังรวมตัวบริเวณสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในประเทศมุสลิมหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และอิรัก เพื่อต่อต้านกรณีสหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอล

สหรัฐฯ เตรียมเพิ่มปริมาณคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ 6 ล้านบาร์เรลภายใน ม.ค.67

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 20 ต.ค.66 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงพลังงาน สหรัฐฯ เมื่อ 19 ต.ค.66 ว่า สหรัฐฯ เตรียมจัดซื้อน้ำมันดิบปริมาณ 6 ล้านบาร์เรล เพื่อเพิ่มเติมคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (Strategic Petroleum Reserve-SPR) ในห้วง ธ.ค.66 – ม.ค.67 เพื่อสำรองน้ำมันในภาวะฉุกเฉิน โดยจะจัดซื้อน้ำมันดิบในระดับราคา 79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือต่ำกว่านั้น ซึ่งสูงกว่าระดับราคาซื้อเดิมที่เคยกำหนดไว้ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ยังต่ำกว่าระดับราคาซื้อขายล่วงหน้าที่ประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีแผนจะเพิ่มการสำรองน้ำมันอย่างต่อเนื่องจนถึง พ.ค.67 ทั้งนี้ ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจหยุดชะงักจากการลุกลามของความขัดแย้งอิสราเอล-ฮะมาส ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

หลายประเทศเตือนประชาชนของตนให้ออกจากเลบานอน

สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และออสเตรเลียเตือนเมื่อ 19 ต.ค.66 ให้ประชาชนของตนออกจากเลบานอน เนื่องจากอาจเกิดความไม่ปลอดภัยจากการที่อิสราเอล และกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ทางตอนใต้ของเลบานอนจะตอบโต้กันมากขึ้น ก่อนหน้านี้ก็มีบางประเทศเตือนอาทิ สเปน ฝรั่งเศส และแคนาดา เป็นต้น นอกจากนี้ คำประกาศการเตือนภัยไปยังเลบานอนต่อชาวอเมริกันของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ 17 ต.ค.66 ยังอยู่ในระดับสูงสุด

CIA ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซา 100-300 คน

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อ 19 ต.ค.66 อ้างรายงานของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency -CIA) ซึ่งระบุว่า อิสราเอลไม่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซาเมื่อ 17 ต.ค.66 และประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีดังกล่าวประมาณ 100-300 คน โดยพบว่าอาคารบริเวณโรงพยาบาลได้รับความเสียหายเล็กน้อยบริเวณหลังคา แต่โครงสร้างยังคงแข็งแรง อย่างไรก็ดี CIA จะติดตามสถานการณ์ต่อไป

จีนจะควบคุมการส่งออกแร่กราไฟต์และผลิตภัณฑ์เข้มงวดมากขึ้นตั้งแต่ 1 ธ.ค.66

สำนักข่าว Xinhua รายงานอ้างแถลงการณ์กระทรวงพาณิชย์และศุลกากรของจีน เมื่อ 20 ต.ค.66 ประกาศควบคุมการส่งออกแร่กราไฟต์สังเคราะห์ (artificial graphite) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องรวม 9 รายการ โดยเฉพาะแร่กราไฟต์ที่มีความบริสุทธ์ตั้งแต่ร้อยละ 99.9 มีความแข็งมากกว่า 30 เมกะปาสคาล และมีความหนาแน่นอย่างน้อย 1.73 กรัม/คิวบิกเซนติเมตร  รวมทั้งผงกราไฟต์ธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ส่งออกต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ธ.ค.66 โดยแร่กราไฟต์สังเคราะห์เป็นวัสดุสำคัญในอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์เบรกรถยนต์  และประเทศผู้นำเข้าแร่กราไฟต์สำคัญของจีน ได้แก่ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น โปแลนด์ และอินเดีย

รัฐบาลตอลิบันมีแผนจะเข้าร่วม BRI อย่างเป็นทางการ

เว็บไซต์สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 19 ต.ค.66 อ้างคำกล่าวของนาย Haji Nooruddin Azizi รักษาการรัฐมนตรีพาณิชย์ของอัฟกานิสถาน ว่า รัฐบาลตอลิบันต้องการเข้าร่วมโครงการแถบและเส้นทางของจีน (Belt and Road Initiative – BRI) อย่างเป็นทางการ และจะส่งฝ่ายเทคนิคไปยังจีน เพื่อหารือรายละเอียด นอกจากนี้ ยังได้ขอจีนให้อัฟกานิสถานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor-CPEC) โดยเสนอทรัพยากรแร่ธาตุจำนวนมากที่ตอบสนองประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมจีน อาทิ ลิเทียม ทองแดง และเหล็ก อย่างไรก็ดี ประเด็นความมั่นคงยังเป็นข้อห่วงกังวลของนักลงทุน เนื่องจากกลุ่มติดอาวุธ Islamic State (IS) ยังคงพุ่งเป้าโจมตีสถานเอกอัครราชทูตของประเทศต่าง ๆ รวมถึงโรงแรมของชาวจีนในกรุงคาบูล

อียิปต์ไม่รับผู้พลัดถิ่นชาวปาเลสไตน์

สื่อต่างประเทศอ้างท่าทีของประธานาธิบดี Abdel Fattah al-Sisi ของอียิปต์เมื่อ 19 ต.ค.66 ว่า ชาวอียิปต์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะรับผู้พลัดถิ่นชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากจะอันตรายจากการเป็นเป้าหมายการถูกโจมตี อย่างไรก็ดีมีรายงานในวันเดียวกันว่า การหารือระหว่างประธานาธิบดีอียิปต์กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทางโทรศัพท์เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม มีความคืบหน้าในการใช้อียิปต์เป็นช่องทางขนส่งความช่วยเหลือไปยังฉนวนกาซา ด้านอิสราเอลก็ยินยอมให้ผ่านช่องทางอียิปต์เช่นกัน

เกิดเหตุคนร้ายขู่วางระเบิดสอท.อิสราเอล และสอท.สหรัฐฯ ณ กรุงบัวโนสไอเรส

สำนักข่าวรอยเตอร์สและเว็บไซต์  La nacion ของอาร์เจนตินารายงานเมื่อ 18 ต.ค.66 ว่าตำรวจอาร์เจนตินาเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานที่สำคัญและศาสนสถานของชาวยิว หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูต(สอท.)อิสราเอล และสอท.สหรัฐฯ ณ  กรุงบัวโนสไอเรส ได้รับข้อความขู่วางระเบิดจากอีเมลของบุคคลไม่ทราบชื่อ  โดยตำรวจอาร์เจนตินาตรวจสอบอาคารที่ทำการของสอท.อิสราเอล และสอท.สหรัฐฯ ขณะที่จนท.ของสถานทูตอพยพออกจากอาคารทั้งสองแห่ง อย่างไรก็ดี  สอท.สหรัฐฯ ณ  กรุงบัวโนสไอเรสได้เปิดดำเนินการตามปกติในเวลาต่อมา  ทั้งนี้  อาร์เจนตินามีชาวยิวจำนวนมากกว่า 250,000 คน ทำให้มีชุมชนชาวยิวที่มากที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา