นรม.กัมพูชาประกาศจะลาออกจากตำแหน่ง และถ่ายโอนอำนาจให้บุตรชาย

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 26 ก.ค.66 ว่า นายกรัฐมนตรี(นรม.)ฮุน เซน ของกัมพูชาประกาศจะลาออกจากตำแหน่ง นรม.กัมพูชา และ พล.อ.ฮุน มาเนต บุตรชาย จะเข้ารับตำแหน่ง นรม. ใน 22 ส.ค.66 โดย นรม.ฮุน เซน จะยังเป็นประธานพรรคประชาชนกัมพูชา  ฝ่ายรัฐบาล และจะดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี ก่อนเป็นประธานวุฒิสภา ภายหลังจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ใน 25 ก.พ.67 เพื่อสนับสนุนรัฐบาลในการรักษาสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาประเทศ แต่จะไม่ก้าวก่ายงานของรัฐบาล สำหรับบุคคลสำคัญในพรรคอื่นๆ อาทิ นายเฮง สัมริน ประธานสภาแห่งชาติ นายซอ เค็ง รอง นรม./รัฐมนตรีมหาดไทย พล.อ.เตีย บัญ รอง นรม./รัฐมนตรีกลาโหม คุณหญิงแมน ซอมออน รอง นรม./รัฐมนตรีกระทรวงประสานงานรัฐสภา วุฒิสภาและผู้ตรวจการแผ่นดิน กษัตริย์กัมพูชาจะโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี

รมว.กต.สหรัฐฯ เยือนตองกา เพื่อร่วมพิธีเปิด สอท.แห่งใหม่

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 26 ก.ค.66 ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนตองการะหว่าง 24-26 ก.ค.66 เพื่อร่วมพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/กรุงนูกูอาโลฟา อย่างเป็นทางการ และได้พบหารือกับนาย Siaosi Sovaleni นายกรัฐมนตรีตองกา ในประเด็นความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคแปซิฟิกใต้ ซึ่งนายบลิงเคนแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทบาทของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พร้อมแสดงความกังวลต่อพฤติกรรมที่เป็นปัญหาบางอย่างของจีน เช่น ความโปร่งใสของการลงทุน การใช้กำลังทางทหารในทะเลจีนใต้ และการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ นายบลิงเคนจะเดินทางต่อไปยังนิวซีแลนด์ใน 27 ก.ค.66 ขณะที่พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ และคณะอยู่ระหว่างเยือนปาปัวนิวกินี ระหว่าง 25-27 ก.ค.66 หลังจากนั้นรัฐมนตรีทั้งสองของสหรัฐฯ จะเดินทางไปยังนครบริสเบนของออสเตรเลียใน 28-29 ก.ค.66

อินโดนีเซียเปิดเผยว่าผู้แทนรัฐบาลตอลิบันเยือนอินโดนีเซียเมื่อห้วงต้น ก.ค.66

สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 25 ก.ค.66 อ้างการเปิดเผยของกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ว่า รัฐบาลตอลิบันของอัฟกานิสถานได้ส่งคณะทำงานเดินทางเยือนอินโดนีเซีย เมื่อต้น ก.ค.66 แต่เป็นการเยือนอย่างไม่เป็นทางการ เนื่องจากเป็นการเยือนเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านภารกิจการทูตของสถานเอกอัครราชทูตอัฟกานิสถานเท่านั้น ไม่มีการประชุมอย่างเป็นทางการระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐบาลตอลิบันและอินโดนีเซีย ขณะที่นาย Hafiz Zia Ahmad รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัฐบาลตอลิบันอ้างว่า ระหว่างการเยือนอินโดนีเซีย ได้พบหารือกับนักวิชาการ นักการเมือง และนักธุรกิจในอินโดนีเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีทางการเมืองและเศรษฐกิจ และยังได้พบหารือกับนักการทูตจากศรีลังกา บังกลาเทศ และสิงคโปร์ด้วย ปัจจุบัน ยังไม่มีประเทศใดรับรองรัฐบาลตอลิบันอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดีอินโดนีเซียกลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำอัฟกานิสถานเมื่อปี 2565

จีนแต่งตั้งนายหวัง อี้ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.กต.แทนนายฉิน กัง

สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน รายงานเมื่อ 25 ก.ค.66 ว่า นายฉิน กัง ถูกถอดจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน และนายหวัง อี้ ผู้อำนวยการคณะกรรมการกิจการต่างประเทศ พรรคคอมมิวนิสต์จีน จะดำรงตำแหน่งแทน ทั้งนี้ นายฉิน กัง ไม่ได้ปรากฏตัวหรือปฏิบัติภารกิจด้านต่างประเทศนานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว โดยทางการจีนระบุเพียงว่านายฉิน กัง มีปัญหาด้านสุขภาพ

อิรักขับ ออท.สวีเดน/กรุงแบกแดด ออกจากประเทศ ตอบโต้กรณีหมิ่นคัมภีร์อัลกุรอานในสวีเดน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 20 ก.ค.66 อ้าง สนข. INA ของทางการอิรัก และถ้อยแถลงสำนักนายกรัฐมนตรีของอิรัก ว่า ในวันเดียวกันนี้ นายมุฮัมมัด ชีอะห์ อัลซูดานี นรม.อิรัก มีคำสั่งเรียกอุปทูตอิรัก ประจำ สอท.อิรัก/กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน กลับประเทศ และขับ ออท.สวีเดน/กรุงแบกแดด ออกจากอิรัก รวมถึงระงับใบอนุญาตทำงานในอิรักของบริษัท Ericsson ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของสวีเดน เพื่อตอบโต้กรณีทางการสวีเดนอนุญาตให้กลุ่มต่อต้านศาสนาอิสลาม ชุมนุมประท้วงหน้า สอท.อิรัก/กรุงสตอกโฮล์ม ในวันเดียวกัน โดยกลุ่มผู้ประท้วงแสดงพฤติกรรมดูหมิ่นด้วยการกระทืบและเตะคัมภีร์อัลกุรอาน แต่ไม่ได้จุดไฟเผาตามที่กลุ่มประกาศว่าจะก่อเหตุเช่นเดียวกับนาย Salwan Momika ผู้ลี้ภัยชาวอิรักในสวีเดนซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มดังกล่าว ก่อเหตุจุดไฟเผาคัมภีร์อัลกุรอาน หน้า สอท.อิรัก/กรุงสตอกโฮล์ม เมื่อ 28 มิ.ย.66 ขณะเดียวกัน นรม.อิรัก ยังประณามเหตุชาวอิรักหลายร้อยคนซึ่งสนับสนุนนาย Muqtada al-Sadr นักการศาสนาและนักการเมืองชาวอิรักนิกายชีอะฮ์ บุกเผา สอท.สวีเดน/กรุงแบกแดด เพื่อแสดงความไม่พอใจและประท้วงต่อต้านการเผาคัมภีร์อัลกุรอานในสวีเดน พร้อมระบุว่า รัฐบาลอิรักได้แจ้งรัฐบาลสวีเดนอย่างเป็นทางการถึงความจำเป็นที่อิรักอาจจะตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับสวีเดน หากรัฐบาลสวีเดนยังอนุญาตให้เกิดการประท้วงต่อต้านศาสนาอิสลามด้วยการเผาคัมภีร์อัลกุรอานอีก

เกิดเหตุวางระเบิดในเขตเมืองของพื้นที่ทั่วประเทศเมียนมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สนข. RFA รายงานเมื่อ 20 ก.ค.66 ว่า เกิดเหตุวางระเบิดในเขตเมืองของพื้นที่ทั่วประเทศเมียนมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ ภาคย่างกุ้ง ภาคมัณฑะเลย์ ภาคสะไกง์ และรัฐฉาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบประดิษฐ์เอง เช่น เหตุระเบิดเมื่อ 15 ก.ค.66 ที่ร้านเครื่องประดับ Zwe Htet ใน จ.ล่าเสี้ยว รัฐฉาน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน และต่อมาเมื่อ 16 ก.ค.66 เกิดเหตุระเบิดที่ตลาด Shwebo Myoma ในภาคสะไกง์ ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน รวมถึงพระสงฆ์ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธใดอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าว

หน่วยข่าวกรองต่างประเทศรัสเซียเผยแพร่แถลงการณ์วิจารณ์การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

สนข.TASS รายงานเมื่อ 24 ก.ค.66 ว่า หน่วยข่าวกรองต่างประเทศรัสเซีย ( Foreign Intelligence Service -FIS หรือ SVR) เผยแพร่แถลงการณ์วิจารณ์สหรัฐฯ ที่ดำเนินมาตการคว่ำบาตรต่อนาย Aleksandar Vulin ผอ.สํานักข่าวกรองความมั่นคงเซอร์เบีย โดย FIS เห็นว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แสดงออกถึงความอ่อนแอและความสับสนในการพยายามแทรกแซงภูมิรัฐศาสตร์ของฝ่ายตรงข้าม

อินเดียกับญี่ปุ่นร่วมลงนาม MOU ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

เว็บไซต์ The Economic Times รายงานเมื่อ 20 ก.ค.66 ว่านาย Ashwini Vaishnaw รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดีย กับนายนิชิมูระ ยาซูโตชิ รมว.กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการออกแบบ ผลิต วิจัย และพัฒนาบุคคลากร ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และก่อตั้งหน่วยงานส่งเสริมความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ทั้งในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) และอุตสาหกรรมต่ออุตสาหกรรม (I2I) โดยความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของทั้งอินเดียและญี่ปุ่นขยายตัว ยกระดับฝีมือแรงงาน สร้างความยืดหยุ่นให้แก่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ทั้งนี้ อินเดียมี MoU ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับประเทศสมาชิกกลุ่ม QUAD แล้ว 2 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ตามลำดับ

ฟิลิปปินส์กำลังศึกษาแนวทางขอคืนเงินมัดจำ กรณียกเลิกคำสั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์จากรัสเซีย

สนข. ABS-CBN รายงานเมื่อ 24 ก.ค.66 อ้างการเปิดเผยของ พล.อ. Gilberto Teodoro รมว.กห.ฟิลิปปินส์ ระหว่างให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ ว่า รัฐบาลและหน่วยงานด้านกฎหมายกำลังศึกษาแนวทางการขอคืนเงินมัดจำจำนวน 2,000 ล้านเปโซ (ประมาณ 1,259 ล้านบาท) หลังจากที่นายโรดริโก ดูเตอร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ยกเลิกสัญญาสั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์รุ่น Mi-17 ของรัสเซีย จำนวน 16 ลำ เมื่อ ก.ค.65 เนื่องจากกังวลต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ทั้งนี้ คาดว่าการศึกษาจะสามารถหาข้อสรุปได้ภายในปี 2566 นอกจากนี้ พล.อ. Teodoro ระบุว่า ฟิลิปปินส์กำลังดำเนินการปฏิรูป กห. เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อรูปแบบภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลง โดย กห. มีแผนเพิ่มกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความสอดคล้องกับภารกิจที่รับผิดชอบ

EU เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรแบบเฉพาะเจาะจงต่อเมียนมา

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 20 ก.ค.66 ว่า สหภาพยุโรป (EU) ประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรอบที่ 7 ต่อเมียนมา โดยเป็นบุคคล 6 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นสมาชิกสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) 2 คน ได้แก่ นาย Aung Kyaw Min และนาย Porel Aung Thein พล.ท.Kyaw Swar Lin และบุคคลระดับรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นาย Pwint San รมว.กระทรวงแรงงาน นาย Myint Kyaing รมว.กระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและประชากร และนาย Thet Khaing Win รมว.กระทรวงสาธารณสุขและการกีฬา และองค์กร 1 แห่ง คือ วิสาหกิจเหมืองแร่ หมายเลข 2 (ME…