UAE กับตุรกีลงนามข้อตกลงด้านเศรษฐกิจ มูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The National News ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates-UAE) รายงานเมื่อ 19 ก.ค.66 ว่าในวันเดียวกันนี้ UAE กับตุรกี ลงนามความตกลงและข้อตกลงหลายฉบับ มูลค่ารวม 50,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมภาคส่วนต่าง ๆ เช่น พลังงาน กลาโหม โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี การเงิน และอวกาศ ในห้วงการเดินทางเยือน UAE อย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan ของตุรกี นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังลงนามข้อตกลงจัดตั้งสภายุทธศาสตร์ระดับสูง (High-level Strategic Council) ระหว่าง UAE กับตุรกี เพื่อผลักดันการดำเนินการตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (Comprehensive Economic Partnership Agreement-CEPA) ที่ทั้งสองประเทศลงนามเมื่อ มี.ค.66 และให้สัตยาบันอย่างทางการเมื่อ พ.ค.66 ทั้งนี้ UAE กับตุรกี ตั้งเป้าหมายว่า CEPA…

จีนกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับยูเครน

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 20 ก.ค.66 ว่า นายหลิง จี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน ประชุมร่วมกับนาย Taras Kachka รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการเกษตรของยูเครน ที่กรุงปักกิ่ง ในวันเดียวกัน โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ-การค้าระดับทวิภาคีที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ตามแนวทางที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้หารือกันทางโทรศัพท์เมื่อ เม.ย.66 ทั้งนี้จีนระบุยินดีจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าคุณภาพสูงจากยูเครน ศึกษาความเป็นไปได้สำหรับเขตการค้าเสรีจีน-ยูเครน และกระชับความร่วมมือกันในกรอบองค์การการค้าโลก (World Trade Organization-WTO) ขณะที่ผู้แทนยูเครนย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ-การค้ากับจีน และหวังจะขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับบริษัทจีนในยูเครน

ซาอุดีอาระเบียจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและเงินช่วยเหลือรอบใหม่แก่ตูนีเซีย

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Saudi Gazette ของซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 20 ก.ค.66 ว่า ในวันเดียวกันนี้ นาย Mohammed Al-Jadaan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย และ น.ส. Sihem Boughdiri รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการเงินของตูนีเซีย ลงนามความตกลงเกี่ยวกับจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแบบมีเงื่อนไข มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding-MoU) เกี่ยวกับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือ มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่ตูนีเซีย โดยเป็นการดำเนินการตามคำสั่งของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย และมกุฎราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน นายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย แสดงถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างผู้นำซาอุดีอาระเบียกับตูนีเซีย อีกทั้งเป็นการสานต่อความพยายามและบทบาทของซาอุดีอาระเบียในการสนับสนุนเสถียรภาพและการพัฒนาประเทศของประเทศอาหรับและมุสลิม ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ตูนีเซีย ครั้งหลังสุดเมื่อปี 2562 โดยสนับสนุนเงินกู้แบบ Cash loan มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือตูนีเซียจากวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศ

ไต้หวันส่งออกสินค้าไปไทยและอินเดียเพิ่มขึ้นในห้วงครึ่งแรกของปี 2566

กระทรวงการคลังไต้หวัน แถลงเมื่อ 20 ก.ค.66 ว่า ในห้วงครึ่งแรกของปี 2566 การส่งออกสินค้าโดยรวมของไต้หวันลดลงร้อยละ 18.1 และการส่งออกไป 18 ประเทศในกรอบนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southbound Policy) ซึ่งรวมถึงไทยและอินเดีย ลดลงร้อยละ 17.1 แต่การส่งออกไปไทยและอินเดียกลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และร้อยละ 12.4 ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการปรับห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกสินค้า IT และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยการส่งออกไปไทยมีมูลค่า 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการส่งออกไปอินเดียมีมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

UAE ต้องการเพิ่ม GDP ให้มีมูลค่ามากกว่า 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573

สำนักข่าว Al Arabiya รายงานเมื่อ 20 ก.ค.66 อ้างนาย Abdulla bin Touq Al Marri รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates – UAE) เปิดเผยเมื่อวันเดียวกันว่า UAE ต้องการเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านล้านดิรฮัม (Dirham-AED) หรือ 817,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 โดย UAE มุ่งเพิ่มการจัดทำข้อตกลงและความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ กับนานาประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว แม้ว่ามีความเสี่ยงเผชิญผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัวและการหยุดชะงักของระบบการเงินโลก ทั้งนี้ UAE ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (Organization of the Petroleum Exporting Countries-OPEC) ยังต้องการส่งเสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจและการเงินระดับโลกของประเทศ โดยห้วงปี 2564-2565 UAE ลงนามข้อตกลงการค้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ…

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว-รัสเซียหารือการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี

หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 21 ก.ค.66 ว่านายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว กับนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย หารือนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งที่ 13 (13th East Asia Summit Foreign Ministers’ Meeting) ที่อินโดนีเซีย เมื่อ 12 ก.ค.66 ทั้งสองฝ่ายหารือประเด็นสำคัญของการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างลาว-รัสเซีย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาการเจรจาทางการเมือง การส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน รวมถึงการแลกเปลี่ยนการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างกัน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนการเจรจาระหว่างรัสเซียและอาเซียน ในห้วงก่อนที่ลาวจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2567

กัมพูชาประกาศการจัดเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสมัยที่ 5 ใน 25 ก.พ.67

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 20 ก.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกวุฒิสภา ว่า รัฐบาลกัมพูชามีมติกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สมัยที่ 5 ใน 25 ก.พ.67 ทั้งนี้ กัมพูชาจัดการเลือกตั้ง สว. สมัยที่ 4 (สมัยล่าสุด) ขึ้นเมื่อ ก.พ.61 และมี สว.ทั้งสิ้น 62 คน (วาระ 6 ปี) ในจำนวนนี้มาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกสภาตำบล 58 คน (พรรคCambodian People’s Party-CPP ฝ่ายรัฐบาล ชนะทั้งหมด) การเลือกตั้งโดยสภาแห่งชาติ 2 คน และการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ 2 คน ปัจจุบันมีนายซาย ชุม เป็นประธานวุฒิสภา

ADB ปรับลดดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามปี 2566 เหลือร้อยละ 5.8

สำนักข่าว VNexpress International ของเวียดนาม รายงานเมื่อ 19 ก.ค.66 อ้างรายงานการประเมินเศรษฐกิจโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) คาดว่า เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2566 จะเติบโตที่ร้อยละ 5.8 ลดลงจากการคาดการณ์เดิมเมื่อต้นปี 2566 ที่ร้อยละ 6.5 ส่วนในปี 2567 คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 6.2 ลดลงจากการคาดการณ์เดิมที่ร้อยละ 6.8 การปรับลดดัชนีดังกล่าวเป็นผลมาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจจากหลายปัจจัย ทั้งนี้ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจของเวียดนามคาดหวังว่า อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2566 จะอยู่ที่ร้อยละ 3.6 น้อยกว่าที่ ADB ประเมินไว้ที่ร้อยละ 4.2 เนื่องจากเศรษฐกิจของภูมิภาคน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากจีนเปิดประเทศแล้ว

รัสเซียเน้นย้ำเหตุผลในการยุติการขยายอายุข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 20 ก.ค.66 ว่า นาย Sergey Vershinin รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งพบหารือกับนาย Mehmet Samsar เอกอัครราชทูตตุรกี ณ กรุงมอสโก รัสเซีย เน้นย้ำถึงเหตุผลของรัสเซียที่ยุติการขยายอายุข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative (หมดอายุเมื่อ 17 ก.ค.66) เนื่องจากการขาดความคืบหน้าในการดําเนินการตามข้อตกลงดังกล่าวซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสําคัญ และยังคงระบุถึงความมุ่งมั่นของรัสเซียและตุรกีที่จะสานต่อความพยายามในการประสานงานเพื่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงด้านอาหารทั่วโลก โดยรัสเซียให้ความสำคัญต่อการจัดสรรความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปแอฟริกา ทั้งนี้ ข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative มีเป้าหมายแก้ไขปัญหาการจัดหาอาหารและปุ๋ยในตลาดโลก มีการต่ออายุแล้ว 3 ครั้ง นับตั้งแต่รัสเซีย ยูเครน ตุรกี และสหประชาชาติ (United Nations-UN) ลงนามเมื่อ 22 ก.ค.65 แต่ล่าสุดรัสเซียไม่ขยายเวลา เพราะเห็นว่ามีอุปสรรคในการส่งออกทางการเกษตรของรัสเซีย อีกทั้งธัญพืชจํานวนมากถูกส่งไปยังประเทศตะวันตก

ญี่ปุ่นชี้แจงประชาคมระหว่างประเทศเกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ 1

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 19 ก.ค.66 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจัดการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียขั้นสูง (Advanced Liquid Processing System-ALPS) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) ของบริษัท Tokyo Electric Power Company Holdings (TEPCO) เป็นครั้งที่ 122 หลังเหตุการณ์อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ที่ FDNPS เมื่อปี 2554 โดยมีคณะผู้แทนทางการทูต 56 คนจาก 46 ประเทศ ที่ประจำการ ณ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เช่น ผู้แทนจากเกาหลีใต้ คิวบา จีน ซีเรีย ไทย นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส ลาว สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ เข้าร่วมผ่านระบบประชุมทางไกล ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นชี้แจงรายละเอียดกรณีนาย Rafael Mariano Grossi…