หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น จะฝึกซ้อมทางทะเลร่วมกันเป็นครั้งแรก

สำนักข่าว PNA รายงานเมื่อ 29 พ.ค.66 ว่า หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์  จะฝึกซ้อมทางทะเลแบบไตรภาคีกับหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ และกองกำลังรักษาการชายฝั่งญี่ปุ่น  เป็นครั้งแรก ระหว่าง 1-7 มิ.ย.66 บริเวณน่านน้ำ Mariveles จ.Bataan เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันชายฝั่งร่วมกัน ทั้งด้านการสื่อสาร การหลบหลีก การถ่ายภาพ การบังคับใช้กฎหมายทางทะเล การค้นหาและกู้ภัย  และการฝึก passing exercises รวมถึงการสาธิตวิธีการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ต้องสงสัยว่ากระทำการละเมิดน่านน้ำ โดยจะมีกำลังพลจากหน่วยยามฝั่งประมาณเข้าร่วม 400 นาย จาก 3 ประเทศ นอกจากนี้ ในห้วงการฝึกร่วมจะมีการแข่งขันกีฬาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกำลังพล การแลกเปลี่ยนความสนใจพิเศษสำหรับผู้หญิงในการบังคับใช้กฎหมายทางทะเล และการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อพัฒนาศักยภาพของกำลังพล ด้าน พล.ร.ท. Rolando Punzalan Jr. รองผู้บัญชาการหน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์ ระบุว่าฝ่ายสหรัฐฯและญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือในโครงการพัฒนาบุคลากร เฉพาะอย่างยิ่งการฝึกอบรมการบังคับใช้กฎหมายมาโดยตลอด การฝึกร่วมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการขอบคุณและแสดงผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากการฝึกอบรม

AICHR และ EU หารือประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค

สำนักงานกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (European External Action Service-EEAS) รายงานเมื่อ 29 พ.ค.66 ว่า การประชุม AICHR Regional Consultation ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ระหว่าง 29-30 พ.ค.66 จัดโดยคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights-AICHR) รวมกับสหภาพยุโรป (European Union- EU) หารือประเด็นด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค ทั้งนี้การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนนโยบาย ความร่วมมือ และการปกป้องสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค ภายใต้แผนปฏิบัติการการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียน-สหภาพยุโรป ห้วงปี 2566-2570 รวมถึงการยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน ภายใต้กรอบ ASEAN-EU Policy Dialogue on Human Rights

มาเลเซียเชื่อว่านาย Jho Low หลบอาศัยอยู่ในมาเก๊า

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 30 พ.ค.66 อ้างการให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งมาเลเซียว่า นาย Jho Low นักธุรกิจชาวมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตกองทุน 1MDB น่าจะหลบหนีอยู่ในมาเก๊า ร่วมกับผู้ต้องสงสัยคดีดังกล่าวคนอื่น ๆ โดยนาย Kee Kok Thiam ชาวมาเลเซียซึ่งถูกส่งตัวกลับจากมาเก๊าข้อหาพำนักเกินกำหนด ให้ข้อมูลว่า นาย Jho Low อยู่ในมาเก๊า ขณะที่ก่อนหน้านี้ ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระบุเมื่อ 5 พ.ค.66 ว่า มาเลเซียอยู่ระหว่างเจรจากับประเทศอื่น ๆ (ไม่ระบุ) เพื่อนำตัวนาย Jho Low กลับมาเลเซีย ซึ่งขั้นตอนซับซ้อนเพราะเกี่ยวข้องกับหลายประเทศ หลายหน่วยข่าว รวมถึง Interpol

กัมพูชาปฏิเสธข้อเรียกร้องของผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 31 พ.ค.66 อ้างแถลงการณ์ของคณะผู้แทนถาวรกัมพูชา/เจนีวา เมื่อ 30 พ.ค.66 ปฏิเสธกรณีผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในกัมพูชาแห่งสหประชาชาติเรียกร้องให้กัมพูชาจัดการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออก โดยระบุว่ากัมพูชามีมาตรฐานเดียวและยึดมั่นประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมือง การที่พรรคแสงเทียน (Candlelight Party – CP) และพรรค Khmer National United Party (KNUP) ไม่ได้เข้าร่วมการเลือกตั้งทั่วไปจึงไม่กระทบต่อสิ่งนี้ ส่วนคำร้องขอให้ปล่อยตัวนายกึม สุขา แกนนำฝ่ายค้าน และผู้ที่ละเมิดกฎหมาย นั้นยอมรับไม่ได้ และว่ากัมพูชาเพิกถอนใบอนุญาตสำนักข่าว VOD เพราะเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน แถลงการณ์ดังกล่าวระบุด้วยว่า ผู้รายงานพิเศษฯ ต้องปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงและไม่เลือกปฏิบัติ

นรม.กัมพูชาหารือกับประธานาธิบดียูเครนทางโทรศัพท์ เมื่อ 29 พ.ค.66

สำนักข่าว AKP รายงานเมื่อ 29 พ.ค.66 อ้างกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เกี่ยวกับผลการหารือทางโทรศัพท์ระหว่าง นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ในวันเดียวกัน ว่ากัมพูชาเคารพและปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด มีจุดยืนต่อต้านสงครามในยูเครน และย้ำถึงความสำคัญในการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน ด้านประธานาธิบดียูเครนกล่าวขอบคุณกัมพูชาที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การฝึกอบรมการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตกค้างให้เจ้าหน้าที่ยูเครน เมื่อ ม.ค.66 รวมถึงการสนับสนุนมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติประณามรัสเซียที่รุกรานยูเครน และให้ยูเครนลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กัมพูชาเมื่อปี 2565 ซึ่งกัมพูชารับจะคงการสนับสนุนยูเครนเป็นคู่เจรจาเฉพาะสาขาของอาเซียน (Sectoral Dialogue Partner)

ผู้อพยพชาวอัฟกันเดินทางกลับประเทศ 1.3 ล้านคน นับตั้งแต่ ส.ค.64

เว็บไซต์สำนักข่าว Khaama Press รายงานเมื่อ 29 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Khalil-ur-Rahman Haqqani รัฐมนตรีกระทรวงผู้อพยพและการส่งกลับถิ่นฐานอัฟกานิสถานว่า มีผู้อพยพชาวอัฟกันประมาณ 1.3 ล้านคน เดินทางกลับจากประเทศต่าง ๆ อาทิ ปากีสถาน อิหร่าน และสหภาพยุโรปในห้วง 20 เดือนที่ผ่านมา (นับตั้งแต่ ส.ค.64) โดยได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานสากลที่เกี่ยวข้อง โดยเหตุผลที่ผู้อพยพเดินทางกลับประเทศ โดยเฉพาะกลับจากปากีสถานและอิหร่าน เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงในอัฟกานิสถานปลอดภัยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้อพยพส่วนใหญ่ต้องประสบปัญหาเศรษฐกิจ ไม่มีงานทำ หลังกลับประเทศ แต่มีผู้อพยพบางส่วนได้ทำงานในหน่วยงานสากลที่ปฏิบัติภารกิจในอัฟกานิสถาน อาทิ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration – IOM)

ญี่ปุ่นส่งเรือพิฆาตเข้าร่วมการฝึกทางทะเลนานาชาติ Eastern Endeavor 23 ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 29 พ.ค.66 ว่า ญี่ปุ่นส่งเรือพิฆาตเข้าร่วมการฝึกทางทะเลนานาชาติที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพใน 31 พ.ค.66 โดยญี่ปุ่นส่งเรือพิฆาต JS Hamagiri เข้าร่วมการฝึก Eastern Endeavor 23 เพื่อป้องกันการค้าอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction-WMD) ร่วมกับเกาหลีใต้ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แคนาดา และสิงคโปร์ บริเวณน่านน้ำสากลทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเชจู เกาหลีใต้ ทั้งนี้ เรือรบของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่นชักธงอาทิตย์อุทัย (Rising Sun flag) ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิทหาร (militarism) ของญี่ปุ่นในอดีต อย่างไรก็ดี กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า จะไม่หยิบยกเรื่องธงเป็นประเด็น โดยระบุว่าเป็นแนวปฏิบัติสากลทั่วไป อนึ่ง การฝึกร่วมครั้งนี้จะมีเรือรบเข้าร่วม 7 ลำ เครื่องบิน 6 เครื่อง และจะมีการหารือเกี่ยวกับแผนการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและวิธีปฏิบัติทางทะเลอื่น ๆ

สหรัฐฯ ประณามยูกันดากรณีบังคับใช้กฎหมายต่อต้านกลุ่ม LGBTQIA+

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เมื่อ 29 พ.ค.66 ประณามการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านกลุ่มรักเพศเดียวกันและบุคคลข้ามเพศ (LGBTQIA+) ของยูกันดา ซึ่งมีเนื้อหาจำกัดสิทธิกลุ่ม LGBTQIA+ และกำหนดโทษประหารชีวิตสำหรับผู้ที่มีความผิดรุนแรงในคดีรักร่วมเพศ พร้อมทั้งเรียกร้องยูกันดาให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าวที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเตรียมพิจารณาระงับการตรวจลงตราหนังสือเดินทางเข้าสหรัฐฯ ต่อเจ้าหน้าที่ยูกันดา ปรับเพิ่มคำแนะนำการเดินทางไปยูกันดา ตลอดจนประเมินผลกระทบของกฎหมายดังกล่าวต่อความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และยูกันดา เฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือและการลงทุนภายใต้โครงการ U.S. President’s Emergency Plan for AIDS Relief และ African Growth and Opportunity Act

กัมพูชาและสหราชอาณาจักรลงนาม MoU ด้านการค้าและการลงทุน

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 30 พ.ค.66 ว่า นายปาน สุรสัก รัฐมนตรีพาณิชย์กัมพูชา และนาย Dominic Williams เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร/กัมพูชา ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการประชุมร่วมด้านการค้าและการลงทุน (Joint Trade and Investment Forum-JTIF) เมื่อ 26 พ.ค.66 เพื่อเพิ่มโอกาสการกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยสหราชอาณาจักรเห็นว่า JTIF จะทำให้ผู้นำรัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย และผู้นำด้านอุตสาหกรรมทั้งสองประเทศ หารือร่วมกันเกี่ยวกับนโยบาย แผนการค้า มาตรการ Developing Countries Trading Scheme (DCTS-สหราชอาณาจักรใช้เพื่อนำเข้าสินค้าจากประเทศกำลังพัฒนา) กฎหมายการลงทุนของกัมพูชา และเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงการหารือด้านโอกาส ความท้าทาย และอุปสรรคการทำธุรกิจในแต่ละประเทศ

มาเลเซียตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการต่อเรือและซ่อมเรือในภูมิภาคเอเชีย

สำนักข่าว VNA รายงานเมื่อ 29 พ.ค.66 อ้างรายงานของหน่วยพัฒนาการลงทุนแห่งมาเลเซีย (Malaysian Investment Development Authority-MIDA) สังกัดกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมมาเลเซีย ว่า มาเลเซียตั้งเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการต่อเรือและซ่อมเรือ (Shipbuilding and Ship Repair-SBSR) ในเอเชีย โดยต้องการพัฒนา SBSR ให้มีความยืดหยุ่นและเติบโตโดยใช้เทคโนโลยีไร้รอยต่อ เพื่อสร้างเรือที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาอุตสาหกรรม SBSR ของมาเลเซียสามารถดึงดูดการลงทุนเมื่อปี 2565 ได้ 363 ล้านริงกิต (2,738 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 451.7 จากปี 2564 ประกอบกับรัฐบาลมาเลเซียขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีและยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับผู้ลงทุนในอุตสาหกรรม SBSR จนถึง 31 ธ.ค.70 จึงคาดว่าจะสร้างโอกาสการจ้างงานมากขึ้น ทั้งส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม