ลาว-กัมพูชา เห็นพ้องจะปักปันเขตแดนเพิ่ม 387 หลักเขตแดน

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์และสำนักข่าวสารลาว รายงานเมื่อ 24 เม.ย.66 ว่า นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี/ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission – JBC) ลาว กับนายวา กึมฮง รัฐมนตรีอาวุโส/ประธาน JBC กัมพูชา เป็นประธานร่วมการประชุม JBC ลาว-กัมพูชา ที่ จ.พระสีหนุ กัมพูชา เมื่อ 21 เม.ย.66 โดยที่ประชุมทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับเขตแดนคงค้าง และเห็นพ้องจะคงการแก้ไขปัญหาเขตแดน ร่วมกับซ่อมสร้างหลักเขตแดนอีก 387 หลักเขตแดน ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้คณะทำงานร่วมด้านเทคนิคเริ่มภารกิจการกำหนดที่ตั้งหลักเขตแดนใน พ.ค.66 ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 2 ปีข้างหน้า การสำรวจและหารือเกี่ยวกับเขตแดนที่สอดคล้องกับที่ลาวและกัมพูชาได้ตกลงร่วมกัน และการให้ข้อเสนอแนะแก่ประธานร่วม JBC เพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดนที่ยังไม่ได้ข้อยุติ กระทรวงการต่างประเทศลาวระบุด้วยว่า การประชุมครั้งนี้ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือฉันมิตรระหว่างทั้งสองประเทศ อนึ่ง ลาวและกัมพูชามีเขตแดนร่วมกันยาว 540 กิโลเมตร และคืบหน้าแล้วร้อยละ 83

อิหร่านว่าจ้างนักสืบเอกชนสอดแนมติดตามข่มขู่ฝ่ายเห็นต่างจากรัฐบาลที่พำนักในสหรัฐฯ

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 20 เม.ย.66 อ้างสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation -FBI) ตรวจพบว่า อิหร่านและจีนใช้การว่าจ้างนักสืบเอกชน เพื่อติดตาม สอดแนม หรือข่มขู่ผู้เห็นต่างทางการเมืองที่พำนักในสหรัฐฯ มากขึ้น สอดคล้องกับอัยการสหรัฐฯ ที่เปิดเผยว่า มีการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการสอดแนมผู้เห็นต่างจากรัฐบาลจีนที่พำนักในสหรัฐฯ หลายคดี รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก FBI จับกุมชาวจีนสัญชาติสหรัฐฯ 2 คน ที่พำนักในนครนิวยอร์ก เมื่อ 17 เม.ย.66 ข้อหาสมคบคิดกระทำการเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนโดยไม่แจ้งให้ทางการสหรัฐฯ ทราบ และขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ด้วยการจัดตั้งสถานีตำรวจลับในย่านไชน่าทาวน์ เขตแมนฮัตตัน โดยมีเป้าหมายควบคุมพฤติกรรมชาวจีน และผู้เห็นต่างจากรัฐบาลที่พำนักในสหรัฐฯ ทั้งนี้ Safeguard Defenders ซึ่งเป็น NGO ด้านสิทธิมนุษยชนในยุโรป เผยแพร่รายงานเมื่อสิ้นปี 2565 ว่า จีนจัดตั้งสถานีตำรวจลับ หลายสิบแห่งในเมืองใหญ่ทั่วโลก รวมถึงนครนิวยอร์กและเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ

นายบันคีมุน อดีตเลขาธิการ UN เยือนเมียนมา

หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 24 เม.ย.66 ว่า นายบันคีมุน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations – UN) และรองประธานองค์กร The Elders ซึ่งขับเคลื่อนงานด้านสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และความยุติธรรม พร้อมด้วยคณะ เดินทางถึงกรุงเนปยีดอของเมียนมา เมื่อ 23 เม.ย.66 โดยมี พล.ต.อ่องลินตุน รัฐมนตรีช่วยกลาโหม และอูจ่อเมียว รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ให้การต้อนรับ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับกำหนดการและวัตถุประสงค์การเยือนครั้งนี้

จีนย้ำว่าการวิจารณ์กรณีฐานทัพเรือเรียมไม่กระทบความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างกัมพูชา-จีน

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 24 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Hu Zhaoming ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศและโฆษกพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระหว่างเยือนกัมพูชาเมื่อ 21 เม.ย.66 ตอบโต้กรณีปรากฏข่าวสารการจัดตั้งฐานทัพจีนที่ฐานทัพเรือเรียม จ.พระสีหนุ กัมพูชา ว่า ข่าวลือดังกล่าวเป็นอุบายที่มุ่งหวังทำลายมิตรภาพที่แข็งแกร่งระหว่างกัมพูชาและจีน โดยบางประเทศกดดันให้กัมพูชาเอนข้างฝ่ายตน อย่างไรก็ดี กัมพูชาและจีนต่างเป็นรัฐเอกราชที่สามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระ นาย Hu Zhaoming กล่าวด้วยว่า ประเทศที่เผยแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับปฏิบัติการทางการทหารของจีนในกัมพูชา (นัยถึงประเทศตะวันตก) เป็นประเทศที่มีฐานทัพทหารในต่างประเทศมากที่สุด พร้อมกับร้องขอให้สื่อมวลชนกัมพูชาและจีนร่วมกันสร้างความเข้าใจและต่อต้านข่าวลวงนี้

PDF ลอบสังหารรองประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมา

หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 24 เม.ย.66 ว่า สมาชิกกองกำลังป้องกันประชาชน (People’s Defense Force-PDF) จำนวน 2 คน ก่อเหตุลอบยิงสังหารนาย U Sai Kyaw Thu รองประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมียนมา เมื่อ 22 เม.ย.66 ขณะขับรถกลับเข้าบ้านพักเลขที่ 11/B ถนน Waizayanta เขต Thingangyun ทางตะวันออกของภาคย่างกุ้ง โดยนาย U Sai Kyaw Thu เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุจากบาดแผลที่ศีรษะ ส่วนคนร้ายหลบหนีไปได้หลังก่อเหตุ ทั้งนี้ การก่อเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก PDF ประกาศต่อต้านการจัดเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา และมุ่งก่อเหตุโจมตีต่อเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเตรียมการเลือกตั้ง โดยเฉพาะบุคคลระดับสูงในรัฐบาลทหารและสมาชิก กกต.เมียนมา

อาเซียนและรัสเซียจะยกระดับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

หนังสือพิมพ์ Phnom Penh Post รายงานเมื่อ 20 เม.ย.66 ว่า กัมพูชาในฐานะประเทศผู้ประสานงานหลัก (Country Coordinators) กับรัสเซีย ระหว่างปี 2564-2567 กำหนดจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส อาเซียน-รัสเซีย ครั้งที่ 19 ระหว่าง 27-28 เม.ย.66 ที่ จ.เสียมราฐ กัมพูชา เพื่อทบทวนและกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างกัน และหารือการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ (Comprehensive Plan of Action – CPA) ห้วงปี 2564-2568 โดยทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่มีร่วมกัน รวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัสเซีย (Post-Ministerial Conferences – PMC) ใน ก.ค.66

มาเลเซียอาจอยู่ระหว่างการเจรจากับจีนเพื่อส่งตัวนาย Jho Low กลับมาเลเซีย

หนังสือพิมพ์นิวสเตรทไทมส์ของมาเลเซีย รายงานเมื่อ 20 เม.ย.66 อ้างบทความผ่านเว็บไซต์ whalehunting ของนาย Bradley Hope ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Billion Dollar Whale ซึ่งบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการทุจริตกองทุน 1MDB ของมาเลเซีย ว่า แหล่งข่าวไม่ระบุที่มาให้ข้อมูลว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนจีนเมื่อ มี.ค.66 รัฐบาลมาเลเซียน่าจะอยู่ระหว่างเจรจากับจีนเพื่อส่งตัวนาย Jho Low นักธุรกิจชาวมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตกองทุน 1MDB ให้มาเลเซีย และน่าจะมีการเจรจาให้ปลดเปลื้องจีนจากข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการปกปิดการทุจริตกองทุน 1MDB ของนาย Jho Low รวมถึงให้มาเลเซียได้รับเงินและทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับกองทุนกลับคืนมาทั้งหมดด้วย โดยเชื่อว่าทั้งจีนและมาเลเซียคงต้องการให้การชี้แจงประเด็นดังกล่าวในระยะต่อไปออกมาเป็นผลเชิงบวก ทั้งนี้ ที่ผ่านมา จีนปฏิเสธการให้นาย Jho Low พักอาศัยในประเทศ แต่หลายสำนักข่าวรายงานว่า นาย Jho Low อาจอยู่ในมาเก๊า

EAF คาดการณ์เศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนในปี 2573 จะเติบโตร้อยละ 6

เว็บไซต์ East Asia Forum (EAF) รายงานเมื่อ 20 เม.ย.66 คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนจะเติบโตร้อยละ 6 (มูลค่า 1,000,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2573 และจะเติบโตอยู่ในอันดับ 5 ของโลก ภายในปี 2568 เนื่องจากมีประชากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (tech-savvy population) มากกว่า 400 ล้านคน ภาคพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) มีมูลค่า 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2565 และมีบริษัทสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น (บริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มากกว่า 30 บริษัท อย่างไรก็ดี อาเซียนยังเผชิญความท้าทายจากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ซึ่งอาจบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

รมว.กต.เกาหลีเหนือย้ำเกาหลีเหนือเป็นรัฐครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 21 เม.ย.66 อ้างแถลงการณ์ของนางชเว ซ็อน-ฮี รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือต่อแถลงการณ์ร่วมของกลุ่ม G7 ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศว่า เกาหลีเหนือจะไม่เปลี่ยนแปลงสถานะรัฐครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และจะพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์เพื่อรับมือภัยคุกคามจากสหรัฐฯ และพันธมิตร จนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกนโยบายที่เป็นศัตรูต่อเกาหลีเหนือ รวมถึงระงับการสร้างบรรยากาศที่เป็นภัยคุกคาม อีกทั้งย้ำว่าสถานะรัฐครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นผลจากการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เพื่อใช้ในการป้องปราม และการบัญญัติในกฎหมายของเกาหลีเหนือ ไม่ใช่สถานะที่ได้รับมอบหรือยอมรับจากประเทศใด และกลุ่ม G7 ไม่มีอำนาจสั่งการเกาหลีเหนือ พร้อมขู่จะตอบโต้การดำเนินการที่ละเมิดอธิปไตยและผลประโยชน์ของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ นางชเว ซ็อน-ฮี ย้ำว่า เกาหลีเหนือไม่มีพันธกรณีต่อสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty-NPT) เนื่องจากเกาหลีเหนือถอนตัวตั้งแต่ปี 2546 ทั้งนี้ที่ประชุมกลุ่ม G7 ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 18 เม.ย.66 เรียกร้องให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์และปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ NPT รวมทั้งประณามเกาหลีเหนือกรณียิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) เชื้อเพลิงแข็งเมื่อ 13 เม.ย.66

จีนมีสถานีฐาน 5G ในประเทศถึง 2.64 ล้านแห่งเมื่อสิ้น มี.ค.66

สำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีนเมื่อ 20 เม.ย.66 ว่า จำนวนสถานีฐาน 5G ในจีนอยู่ที่ 2.64 ล้านแห่งเมื่อสิ้น มี.ค.66 สามารถส่งสัญญาณ 5G ครอบคลุมทุกอำเภอในจีน ขณะที่จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G ในจีนอยู่ที่ 620 ล้านราย ทั้งนี้จีนมีเป้าหมายสร้างสถานีฐาน 5G เพิ่มเป็น 2.9 ล้านแห่งภายในสิ้นปี 2566