สภาเพื่อการพัฒนากัมพูชาอนุมัติการลงทุน 5 โครงการ สร้างงานมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 17 เม.ย.66 อ้างข่าวสารนิเทศของสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา (Council for Development of Cambodia – CDC) ในวันเดียวกัน ว่า CDC อนุมัติการลงทุน 5 โครงการ มูลค่า 103.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยสร้างงานในท้องถิ่นมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง อาทิ บริษัท Eastern Rubber ลงทุนฟาร์มปศุสัตว์ จ.กระแจะ บริษัท Rithy Rubber ลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูป จ.พระวิหาร บริษัท GE New Energy Technology ลงทุนการผลิตแผงเซลล์ ในราชธานีพนมเปญ บริษัท Jingmaogouji ลงทุนในโรงงานผลิตเสื้อผ้าใน จ.ตาแกว และ บริษัท Ebelno ลงทุนโรงงานประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใน จ.กัมปงสปือ

จีนคัดค้านกรณี กต.สหรัฐฯ ออกรายงานวิจารณ์พัฒนาและจัดการด้านนิวเคลียร์ของจีน

สำนักข่าวโกลบอลไทม์ รายงานเมื่อ 17 เม.ย. 66 อ้างนายหวัง เหวินปิน โฆษก กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)จีน คัดค้านกรณี กต.สหรัฐฯ ออกรายงานประจำปีเรื่อง the 2023 Arms Control, Nonproliferation, and Disarmament Agreements and Commitments เมื่อ 15 เม.ย. 66 ซึ่งมีเนื้อหาวิจารณ์จีนประเด็นความไม่โปร่งใสในการควบคุมอาวุธ ทดสอบขีปนาวุธ และอาวุธนิวเคลียร์ กับทั้งการเผยแพร่เทคโนโลยีการพัฒนาอาวุธ โดยจีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดใช้ตนเองเป็นศูนย์กลางในการวิพากษ์วิจารณ์ชาติอื่น ตรวจสอบบทบาทของตนเองด้านดังกล่าว และมีความรับผิดชอบต่อประชาคมการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้น

ลาว-จีน เห็นพ้องที่จะส่งเสริมอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน

สำนักข่าว CGTN รายงานเมื่อ 18 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของนายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีต่างประเทศลาว หลังพบหารือกับนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และ ผู้อำนวยการคณะกรรมการกิจการระหว่างประเทศจีน ระหว่างเยือนจีนเมื่อ 17 เม.ย.66 ว่า ลาวเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือกับจีนในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การส่งเสริมกรอบความริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) การสร้างชุมชนลาว-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน และการส่งเสริมการพัฒนาแนวคิดสังคมนิยม ซึ่งจีนยินดีที่สนับสนุนการปกป้องผลประโยชน์ของลาวและต่อต้านการแทรกแซง พร้อมทั้งเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนด้านธรรมาภิบาล และกระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติ นอกจากนี้ นายหวัง อี้ กล่าวด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายควรใช้ประโยชน์จากรถไฟลาว-จีน ในฐานะต้นแบบและสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างกัน รวมถึงการเร่งสร้างระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว เพื่อยังประโยชน์สู่ประชาชนทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ลาวและจีนเป็นประเทศสังคมนิยม ซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองและความเชื่อเช่นเดียวกัน

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2566-2567 จะเติบโตร้อยละ 5.8-6.9

สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 17 เม.ย.66 อ้างรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product – GDP) ของเวียดนามในปี 2566 จะเติบโตที่ร้อยละ 5.8 (อันดับ 2 ในอาเซียน) และเพิ่มเป็นร้อยละ 6.9 (อันดับ 1 ในอาเซียน) ในปี 2567 หนี้สาธารณะจะลดจากร้อยละ 47.5 ของ GDP เมื่อปี 2559 เป็นร้อยละ 31.3 ของ GDP ในปี 2571 ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ในปี 2571 ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี ส่วนอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 5 และ…

จีนประกาศเขตห้ามบินทางตอนเหนือของไต้หวันใน 16 เม.ย.66

กระทรวงคมนาคมไต้หวัน แถลงเมื่อ 12 เม.ย.66 ว่า ทางการจีนประกาศเขตห้ามบินทางตอนเหนือของไต้หวัน ซึ่งรวมถึงเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone – ADIZ) เวลา 01.30 -01.57 น. ใน 16 เม.ย.66 เนื่องจากภารกิจด้านอวกาศที่อาจมีวัตถุหลุดออกจากวงโคจร โดยจีนได้ปรับแผนหลังไต้หวันยื่นข้อโต้แย้งกรณีจีนประกาศเขตห้ามบินบริเวณดังกล่าวระหว่าง16-18 เม.ย.66 เพราะกระทบต่อเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศอย่างมาก อย่างไรก็ดี การประกาศเขตห้ามบินของจีนใน 16 เม.ย.66 ส่งผลกระทบต่อ 33 เที่ยวบินที่ต้องเลื่อนเวลาเดินทางออกไป

ศรีลังกาส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับฟิลิปปินส์

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 12 เม.ย.66 ว่าสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวศรีลังกา (Sri Lanka Tourism Promotion Bureau – SLTPB) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตศรีลังกา/กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ จัดงานส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวของศรีลังกากับฟิลิปปินส์ ระหว่าง 29 มี.ค.–6 เม.ย.66 เพื่อขยายตลาดการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ นอกจากนี้ ศรีลังกายังจัดกิจกรรมพบปะระหว่างผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวศรีลังกากับฟิลิปปินส์ที่ริมทะเลสาบ Cinnamon เมื่อ 4 เม.ย.66 ซึ่งมีบริษัทท่องเที่ยวศรีลังกาเข้าร่วมงานจำนวน 60 บริษัท

ปากีสถานวิจารณ์อินเดียกรณีจะจัดการประชุมคณะทำงานของ G20 ในดินแดนพิพาทแคชเมียร์

เว็บไซต์ สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 11 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานวิจารณ์อินเดียในฐานะประธานการประชุม Group of 20 (G20) ว่า ขาดความรับผิดชอบกรณีจะจัดการประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวที่เมือง Srinagar ในดินแดนพิพาทแคชเมียร์ ระหว่าง 22-24 พ.ค.66 โดยอินเดียต้องการยืดเวลาการยึดครองพื้นที่พิพาทในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์อย่างผิดกฎหมายต่อไป โดยไม่คำนึงถึงข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อีกทั้งยังละเมิดหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ ปากีสถานจึงขอประณามการเคลื่อนไหวของอินเดียครั้งนี้

เส้นทางรถไฟลาว-จีนเริ่มเปิดให้บริการรถไฟโดยสารระหว่างประเทศขบวนแรก

สำนักข่าว Xinhua และหนังสือพิมพ์ Vientiane Times  รายงานเมื่อ 13 เม.ย.66 ว่า ขบวนรถไฟโดยสารระหว่างประเทศ (เชื่อมต่อนครหลวงเวียงจันทน์กับเมืองคุนหมิง) ของเส้นทางรถไฟลาว-จีนเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน โดยจะให้บริการ 2 เที่ยวต่อวันและจอด 8 สถานี ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง 30 นาที (นับรวมระยะเวลาผ่านพิธีการศุลกากร) ทั้งนี้ เส้นทางรถไฟลาว-จีนเป็นส่วนหนึ่งของข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI)ของจีน เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ ธ.ค.64 แต่ให้บริการรถไฟโดยสารในจีนเฉพาะช่วงเมืองคุนหมิง-เมืองโม๋ฮัน (ชายแดนลาว) ควบคู่กับช่วงในลาวระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์และบ่อเต็น (ชายแดนจีน) และจนถึงปัจจุบันมีผู้โดยสารทั้งหมด 13.93 ล้านคน และขนส่งสินค้ามากกว่า 18.38 ล้านตัน

UN และ AI ประณามการโจมตีพลเรือนทางอากาศของกองทัพเมียนมา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations – UN) ประณามการโจมตีทางอากาศหมู่บ้าน Pazi Gyi เมืองกันบูลู ภาคสะกาย โดยกองทัพเมียนมา เมื่อ 11 เม.ย.66 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 คน และเรียกร้องให้กองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนเมียนมา ขณะที่นาย โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Human Rights) ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่ากองทัพเมียนมาเพิกเฉยต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้มาตรการป้องกันที่เป็นไปได้ทั้งหมดเพื่อปกป้องพลเรือนเมียนมา นอกจากนี้ Amnesty International (AI) เรียกร้องให้ทุกประเทศและภาคธุรกิจยุติการส่งสินค้าที่อาจเอื้อประโยชน์แก่กองทัพเมียนมา รวมทั้งขอให้อาเซียนมีบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนในเมียนมา และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะต้องผลักดันมาตรการกดดันเพื่อให้กองทัพเมียนมารับผิดชอบ ตลอดจนเสนอคดีโจมตีพลเรือนในเมียนมาต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ

IMF ปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) ตีพิมพ์รายงาน World Economic Outlook (WEO) ฉบับเดือน เม.ย.66 เมื่อ 11 เม.ย.66 คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 เหลือร้อยละ 2.8 จากเดิมร้อยละ 2.9 เมื่อ ม.ค.66 และจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3 ในปี 2567 สำหรับอัตราเงินเฟ้อลดลงจากร้อยละ 8.7 เมื่อปี 2565 เป็นร้อยละ 7 ในปี 2566 และจะเหลือร้อยละ 4.9 ในปี 2567 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากวิกฤตภาคการธนาคาร รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงระดับสูง แม้ราคาอาหารและพลังงานจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ IMF ประเมินการเติบโตเศรษฐกิจของไทยที่ร้อยละ 3.4 ในปี 2566 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.6 ในปี 2567