ชาวเกาหลีเหนือกว่า 800,000 คน แสดงความประสงค์เข้าร่วมกองทัพเพื่อต่อสู้กับสหรัฐฯ

    สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 18 มี.ค.66 อ้าง หนังสือพิมพ์โรด็องของเกาหลีเหนือว่า นักเรียนและแรงงานชาวเกาหลีเหนือทั่วประเทศกว่า 800,000 คน แสดงความประสงค์เข้าร่วมกับกองทัพเกาหลีเหนือเพื่อต่อสู้กับสหรัฐฯ หลังจากเกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile-ICBM) รุ่น Hwasong-17 เมื่อ 16 มี.ค.66 เพื่อตอบโต้การฝึกร่วมทางทหารรหัส Freedom Shield ของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ และดำเนินการทดสอบก่อนที่ผู้นำเกาหลีใต้จะเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อประชุมสุดยอด ทั้งนี้ เกาหลีเหนืออ้างว่า การฝึกร่วม Freedom Shield ที่มีกำหนดระหว่าง 13-23 มี.ค.66 ส่งผลให้ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มขึ้น Credit Pic : North Korea’s Korean Central News Agency. KCNA via REUTERS

เที่ยวบินนครหลวงเวียงจันทน์-นครดานัง จะกลับมาเปิดให้บริการใน 30 มี.ค.66

    สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 16 มี.ค.66 อ้างคำกล่าวของโฆษกสายการบินลาว ว่า สายการบินลาวจะกลับมาให้บริการเส้นทางบินตรงระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ ลาว – นครดานัง เวียดนาม ทุกวันพฤหัสบดี และวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 30 มี.ค.66 ส่วนฝ่ายการท่องเที่ยวของนครดานัง เวียดนาม จะเพิ่มเที่ยวบินระหว่างแหล่งมรดกโลกในภาคกลางของเวียดนาม กับนครหลวงเวียงจันทน์ และหลวงพระบาง ของลาว ทั้งนี้ เส้นทางบินตรงระหว่างนครดานังไปยังนครหลวงเวียงจันทน์-สะหวันนะเขต-ปากเซ ระงับชั่วคราวเมื่อปี 2555 เนื่องจากความต้องการใช้บริการต่ำ ก่อนมีแผนรื้อฟื้นในปี 2563 แต่ยกเลิกเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 Credit Pic : Klook/Laotian Times

โดรนสอดแนมของสหรัฐฯ ปะทะ บ.รบรัสเซีย เหนือทะเลดำ

สำนักข่าววอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อ 14 มี.ค.66 กรณีโดรนสอดแนม รุ่น MQ-9 Reaper ของสหรัฐฯ ปะทะกับเครื่องบินรบ Su-27 ของรัสเซีย จนเสียหาย เหนือเขตน่านน้ำสากลในทะเลดำ ระหว่างลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าสากล ซึ่งสหรัฐฯ ปฏิบัติการประจำร่วมกับประเทศเจ้าของน่านฟ้าภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแสดงความไม่พอใจต่อการยั่วยุของรัสเซีย และเรียกเอกอัครราชทูตรัสเซีย/สหรัฐฯ เข้าพบเพื่อประท้วง ด้านรัสเซียปฏิเสธความรับผิดชอบ และอ้างว่า เครื่องบินรบรัสเซียไม่ได้ปะทะกับโดรนดังกล่าว และไม่ได้มีการใช้อาวุธใด ๆ ทั้งยังระบุว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายยั่วยุด้วยการส่งโดรนเข้าใกล้น่านฟ้ารัสเซียในบริเวณคาบสมุทรไครเมีย อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำว่าจะปฏิบัติการลาดตระเวนต่อไป  และไม่ได้ยืนยันว่าโดรนดังกล่าวติดอาวุธ Credit Pic : CNN

ราษฎรแขวงบ่อแก้ว ลาวเรียกร้องค่าชดเชยจากโครงการก่อสร้างเขื่อนปากแบง

  เว็บไซต์วิทยุเอเชียเสรี (RFA) รายงานเมื่อ 14 มี.ค.66 ว่า เมื่อต้น มี.ค.66 เจ้าหน้าที่เมืองปากทา แขวงบ่อแก้ว ลาว พบหารือกับราษฎรที่เรียกร้องค่าชดเชยจากการก่อสร้างเขื่อนปากแบงในแขวงบ่อแก้ว ในอัตรา 150 ล้านกีบ (8,844 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อพื้นที่ 6.25 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐได้หารือเกี่ยวกับการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัพย์สิน ที่ตั้งของหมู่บ้านเดิม และที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ เพื่อพิจารณาใช้นโยบายชดเชยค่าเสียหายเช่นเดียวกับกรณีผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนไซยะบุลี ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างเขื่อนปากแบง กำลังผลิต 912 เมกะวัตต์ มูลค่า 1,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้ลงทุนหลัก คือ บริษัท China Datang Overseas Investment ของจีน และบริษัท Gulf Energy Development ของไทย ถือหุ้นในสัดส่วน 51 : 49 ไฟฟ้าที่ผลิตได้ร้อยละ 90 จะส่งออกมาไทย ขณะที่รายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า มีราษฎรได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างเขื่อนปากแบงจำนวน…

นรม.กัมพูชากำหนดให้ 4 จังหวัดชายแดนด้านไทยเป็น “เสาเศรษฐกิจหลักที่ 4”

  หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 14 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ระหว่างตรวจเยี่ยมการก่อสร้างเขื่อน Stung Pursat I ใน จ.โพธิสัต ในวันเดียวกันว่า กัมพูชากำหนดให้ จ.โพธิสัต จ.พระตะบอง จ.บันเตียเมียนเจย และ จ.ไพลิน ซึ่งเป็นจังหวัดติดชายแดนด้านไทยเป็น “เสาเศรษฐกิจหลักที่ 4” ตามข้อริเริ่มของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยมุ่งเน้นเส้นทางสายปลาและข้าว (Fish and Rice Corridor) ด้านนายซ็อก ลู ผู้ว่าราชการ จ.พระตะบอง กล่าวว่า จ.พระตะบองมีศักยภาพจะเป็น “เสาเศรษฐกิจหลักที่ 4” หากมีการลงทุนด้านการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่เชื่อมโยงตลาดในประเทศและต่างประเทศ ส่วนนาย Ky Sereyvath นักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภากัมพูชา  แนะนำให้กระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงกัมพูชาตรวจสอบและดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงให้ความสำคัญกับการเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดการนำเข้าเนื้อสัตว์จากเวียดนามและไทย Credit Pic : Phanomphenpost

บริษัทญี่ปุ่นกังวลการใช้งาน ChatGPT เสี่ยงต่อการทำให้ข้อมูลรั่วไหล

  สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 12 มี.ค.66 ว่า บริษัทญี่ปุ่นชั้นนำ อาทิ บริษัท SoftBank บริษัท Hitachi บริษัท Fujisu สถาบันการเงิน Mizuho Financial Group, MUFG Bank  และ Sumitomo Mitsui Banking ได้ออกกฎจำกัดการใช้งานเทคโนโลยี AI ที่สามารถโต้ตอบได้ และแอปพลิเคชันทางธุรกิจอื่น ๆ ในการดำเนินธุรกิจ เฉพาะอย่างยิ่ง ChatGPT เนื่องจากห่วงกังวลว่าข้อมูลจะรั่วไหล โดยห้ามพนักงานป้อนข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลใดๆ ที่ระบุถึงบริษัท หรือข้อมูลสำคัญของลูกค้า และมีแผนจะสร้างกฎระเบียบที่ระบุว่าภาคส่วนใดในองค์กรที่จะสามารถใช้เทคโนโลยีได้ รวมถึงระบุประเภทแอปพลิเคชันที่อนุญาตให้ใช้ นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งคณะทำงานหรือหน่วยงานเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี AI ทั้งนี้ การใช้ ChatGPT แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ข้อมูลที่ป้อนระหว่างใช้งานจะถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวโปรแกรม ซึ่งมีความเสี่ยงที่ข้อมูลที่เป็นความลับอาจถูกบันทึกและนำไปใช้งานภายนอกองค์กรได้

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาจเยือนรัสเซียและอาจหารือกับผู้นำยูเครนผ่านระบบออนไลน์

  สำนักข่าว The Wall Street Journal รายงานเมื่อ 13 มี.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนมีแผนจะหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนผ่านระบบออนไลน์ โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นหลังจากการเยือนรัสเซียในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการสะท้อนให้เห็นบทบาทของจีนที่เพิ่มขึ้นในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน สืบเนื่องจากที่จีนประกาศจุดยืนต่อการแก้ไขวิกฤตยูเครน 12 ข้อ เมื่อ ก.พ.66 ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงในวันเดียวกันว่า สนับสนุนการสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้นำจีนและยูเครนเพื่อให้จีนรับทราบมุมมองของทั้งรัสเซียและยูเครน และทำให้การดำเนินนโยบายของจีนต่อสถานการณ์ในยูเครนสมดุลมากขึ้น อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศจีน ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย และทำเนียบประธานาธิบดียูเครน ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการต่อกรณีดังกล่าว  ทั้งนี้ หากประธานาธิบสี จิ้นผิงเยือนรัสเซียครั้งนี้ จะเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนสมัยที่ 3 และจะเป็นการหารือกับผู้นำยูเครนครั้งแรกภายหลังที่เกิดการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนเมื่อ ก.พ.65 Credit Pic : Reuters

รัฐบาลลาว-ภาคเอกชนไทยลงนาม MOA เพื่อการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงาน

  หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 14 มี.ค.66 ว่า กระทรวงการเงินลาวและบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (เอกชนไทย) ร่วมลงนามบันทึกความตกลง (Memorandum of Agreement-MOA) ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและร่วมลงทุนในธุรกิจพลังงาน เมื่อ 10 มี.ค.66 โดยทั้งสองฝ่ายจะพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าที่ตกลงร่วมกัน ทั้งยังหลีกเลี่ยงการทับซ้อนและการละเมิดสัญญาที่รัฐบาลลาวได้ลงนามกับผู้ลงทุนอื่น ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจพลังงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของลาว เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาดในตลาดโลก รวมทั้งจะช่วยรัฐบาลลาวในการระดมทุนทั้งระยะสั้นและยาว เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงิน สื่อมวลชนลาวระบุว่า บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานสะอาดที่มีเงินทุน ความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงดี ซึ่งสถาบันการเงินและนักลงทุนพร้อมให้การสนับสนุน Credit Pic : vientianetimes

เวียดนามจะปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 14E เพื่อเชื่อมโยงกับลาว กัมพูชา และไทย

  สำนัข่าว Vietnam News รายงานเมื่อ 9 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Nguyen Van Thang รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเวียดนาม ว่า เมื่อ 7 มี.ค.66 กระทรวงฯ ร่วมกับคณะกรรมการประชาชนประจำกว๋างนาม ประกาศจะดำเนินโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 14E ระยะทาง 90 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อม จ.กว๋างนาม-ภาคกลางเวียดนาม-ประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว กัมพูชา และไทย) และยังเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 1 และทางด่วนสายดานัง-กวางหง๋าย เนื่องจากถนนสายดังกล่าวทรุดโทรม ทำให้เกิดปัญหาการจราจรและเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยการดำเนินงานทางกรมการขนส่งทางถนนเวียดนาม (DRVN) เป็นผู้ลงทุนหลักในการปรับปรุงเส้นทางมูลค่ามากกว่า 1.8 ล้านล้านด่อง (75.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ระหว่างปี 2564-2568 เมื่อแล้วเสร็จจะย่นระยะการเดินทางและขนส่งสินค้าภายในเวียดนามและประเทศรอบบ้าน ทั้งยังส่งเสริมการค้าตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก Credit Pic : khmertimeskh

นรม.กัมพูชาส่งสารแสดงความยินดีต่อ นรม.จีนคนใหม่

  หนัสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 11 มี.ค.66 ว่าวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีฮุน เซนของกัมพูชา ส่งสารแสดงความยินดีถึงนายหลี่ เฉียง ในโอกาสดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ พร้อมอวยพรให้ นายหลี่ เฉียง รัฐบาลและประชาชนจีนประสบความสำเร็จ รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุด้วยว่า ทั้งสองประเทศอยู่ในโอกาสครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตทวิภาคี ซึ่งกัมพูชายินดีที่ทำงานร่วมกับจีนอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือระดับเพชร (Diamond Cooperation) เสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม และยกระดับการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ตลอดจนสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค Credit Pic : m.en.freshnewsasia.com