รัฐบาลลาว-ภาคเอกชนไทยลงนาม MOA เพื่อการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงาน

  หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 14 มี.ค.66 ว่า กระทรวงการเงินลาวและบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (เอกชนไทย) ร่วมลงนามบันทึกความตกลง (Memorandum of Agreement-MOA) ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและร่วมลงทุนในธุรกิจพลังงาน เมื่อ 10 มี.ค.66 โดยทั้งสองฝ่ายจะพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าที่ตกลงร่วมกัน ทั้งยังหลีกเลี่ยงการทับซ้อนและการละเมิดสัญญาที่รัฐบาลลาวได้ลงนามกับผู้ลงทุนอื่น ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจพลังงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของลาว เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาดในตลาดโลก รวมทั้งจะช่วยรัฐบาลลาวในการระดมทุนทั้งระยะสั้นและยาว เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงิน สื่อมวลชนลาวระบุว่า บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานสะอาดที่มีเงินทุน ความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงดี ซึ่งสถาบันการเงินและนักลงทุนพร้อมให้การสนับสนุน Credit Pic : vientianetimes

เวียดนามจะปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 14E เพื่อเชื่อมโยงกับลาว กัมพูชา และไทย

  สำนัข่าว Vietnam News รายงานเมื่อ 9 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Nguyen Van Thang รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเวียดนาม ว่า เมื่อ 7 มี.ค.66 กระทรวงฯ ร่วมกับคณะกรรมการประชาชนประจำกว๋างนาม ประกาศจะดำเนินโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 14E ระยะทาง 90 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อม จ.กว๋างนาม-ภาคกลางเวียดนาม-ประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว กัมพูชา และไทย) และยังเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 1 และทางด่วนสายดานัง-กวางหง๋าย เนื่องจากถนนสายดังกล่าวทรุดโทรม ทำให้เกิดปัญหาการจราจรและเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยการดำเนินงานทางกรมการขนส่งทางถนนเวียดนาม (DRVN) เป็นผู้ลงทุนหลักในการปรับปรุงเส้นทางมูลค่ามากกว่า 1.8 ล้านล้านด่อง (75.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ระหว่างปี 2564-2568 เมื่อแล้วเสร็จจะย่นระยะการเดินทางและขนส่งสินค้าภายในเวียดนามและประเทศรอบบ้าน ทั้งยังส่งเสริมการค้าตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก Credit Pic : khmertimeskh

นรม.กัมพูชาส่งสารแสดงความยินดีต่อ นรม.จีนคนใหม่

  หนัสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 11 มี.ค.66 ว่าวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีฮุน เซนของกัมพูชา ส่งสารแสดงความยินดีถึงนายหลี่ เฉียง ในโอกาสดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ พร้อมอวยพรให้ นายหลี่ เฉียง รัฐบาลและประชาชนจีนประสบความสำเร็จ รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุด้วยว่า ทั้งสองประเทศอยู่ในโอกาสครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตทวิภาคี ซึ่งกัมพูชายินดีที่ทำงานร่วมกับจีนอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือระดับเพชร (Diamond Cooperation) เสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม และยกระดับการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ตลอดจนสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค Credit Pic : m.en.freshnewsasia.com

กัมพูชาเพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าสุกรและสัตว์ปีกจากไทย

  หนัสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 10 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Khlouk Nouy รองผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม จ.สระแก้ว) ว่า กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงกัมพูชา เพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าปศุสัตว์ ประเภทสุกรและสัตว์ปีกจากไทย ผ่านจุดผ่านแดนถาวรและช่องทางธรรมชาติ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก (H5N1) และรักษาสมดุลราคาปศุสัตว์และสัตว์ปีก รวมถึงปกป้องเกษตรกรในประเทศ ด้าน ผู้อำนวยการสำนักงานเกษตร ป่าไม้ และประมง จ.บันเตียเมียนเจย กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทผู้นำเข้าสัตว์ปีกและสุกรจากไทย 3 แห่ง ผ่านทางจุดผ่านแดนช่องจวม-ช่องสะงำ จ.อุดรมีชัย (ตรงข้าม จ.ศรีสะเกษ) และย้ำว่าสัตว์ที่ลักลอบนำเข้าไม่ผ่านการตรวจสอบจากสัตวแพทย์ อาจทำให้ปศุสัตว์ติดเชื้อหรือแพร่เชื้อต่อไป พร้อมกับกล่าวว่าหน่วยงานได้สร้างช่องทางสื่อสารกับประชาชนและเกษตรกรผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม เพื่อให้ประชาชนสามารถรายงานสภาพปัญหาและขอคำแนะนำในการดูแลปศุสัตว์ Credit Pic : khmertimeskh

ไต้หวันมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

สำนักข่าว Taiwan news รายงานเมื่อ 2 มี.ค. 66 ว่า ไต้หวันมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย จากผลสำรวจดัชนีชี้วัดเสรีภาพทางเศรษฐกิจประจำปี 2566 (Index of Economic Freedom 2023) จัดทำโดย The Heritage Foundation ของสหรัฐฯ ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 184 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ โดยไต้หวันได้คะแนนรวม 80.7 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.6 คะแนน เมื่อเทียบกับปี 2565 ขณะที่จีนได้อันดับที่ 154 โดยได้คะแนน 48.3 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.3 คะแนน เมื่อเทียบกับปี 2565   Image Credit :

ผู้นำเกาหลีเหนือเรียกร้องให้เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 2 มี.ค.66 อ้างการรายงานของ สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคนงานเกาหลีครั้งที่ 7 ของชุดที่ 4 เมื่อ 1 มี.ค.66 ระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเร่งผลักดันนโยบายด้านการเกษตรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยผู้นำเกาหลีเหนือเรียกร้องให้ประชาชนดำเนินการตามข้อเสนอแนะด้านการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรทั้งประเทศตามเป้าหมายของปี 2566 เฉพาะอย่างยิ่งให้ทุกไร่เพิ่มสัดส่วนผลผลิตต่อไร่ รวมถึงบรรลุเป้าหมายการพัฒนาเกษตรกรรมในระยะยาว นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือมีคำสั่งให้พัฒนาประสิทธิภาพของระบบชลประทาน เพิ่มจำนวนอุปกรณ์การเกษตรรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงในพื้นที่ชนบท และพัฒนาความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและธนาคาร ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่าง 26 ก.พ.-1 มี.ค.66 เพื่อหารือประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจและการเกษตร ห้วงที่เกาหลีเหนืออาจเผชิญวิกฤตทางอาหาร   Image Credit : Reuters

ตม.เกาหลีใต้ปฏิเสธการขอสถานะลี้ภัยของชายชาวรัสเซียที่หนีการเกณฑ์ทหาร

หนังสือพิมพ์โคเรียเฮรัลด์ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 มี.ค.66 ว่ากระทรวงยุติธรรม(ยธ.)เกาหลีใต้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลท้องถิ่นนครอินช็อน กรณีศาลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)เกาหลีใต้ภายใต้การกำกับของ ยธ. พิจารณาและทบทวนเอกสารการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยของชายชาวรัสเซีย 2 คน (ศาลไม่รับคำร้องของชายชาวรัสเซียอีก 1 คน) เมื่อ 14 ก.พ.66 หลังจาก ตม.เกาหลีใต้ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวของชายชาวรัสเซีย 3 คน ที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้ตั้งแต่ ก.ย.65 เพื่อหนีการเกณฑ์ทหารของกองทัพรัสเซียในการปฏิบัติภารกิจในยูเครน ส่งผลให้บุคคลดังกล่าวยื่นคำร้องต่อศาลท้องถิ่น ทั้งนี้ ตม.พิจารณาจากคำพิพากษาของศาลสูงและหลักพื้นฐานกฎหมายในต่างประเทศว่า การปฏิเสธเข้ารับการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เหตุผลเพียงพอสำหรับการขอสถานะผู้ลี้ภัย อีกทั้งหากรับรองสถานะลี้ภัยด้วยเหตุผลดังกล่าว อาจเป็นกรณีตัวอย่างการลี้ภัยในอนาคต ขณะนี้ ยธ.ส่งตัวชาวรัสเซีย 2 คน (ไม่ระบุสถานะของชาวรัสเซียอีก 1 คน) ไปศูนย์สนับสนุนผู้ลี้ภัยที่เกาะ Yeongjong นครอินช็อน ระหว่างรอขั้นตอนการพิจารณาทางกฎหมายต่อไป ก่อนหน้านี้ ชาวรัสเซียทั้ง 3 คน อาศัยในท่าอากาศยานนานาชาติอินช็อนเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน Image Credit : matichon

กัมพูชาศึกษาความเป็นไปได้โครงการทางด่วนราชธานีพนมเปญ-กรุงปอยเปต (ติดไทย)

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 2 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายซุน จันทล รัฐมนตรีอาวุโส/รัฐมนตรีโยธาธิการและขนส่งกัมพูชา ว่า กัมพูชาอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้โครงการทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-กรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม จ.สระแก้ว) ซึ่งเป็นโครงการทางด่วนสายที่ 4 ของกัมพูชา ทั้งนี้ ทางด่วนดังกล่าวเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และเชื่อมโยง “เสาเศรษฐกิจ” 5 พื้นที่ ประกอบด้วย ราชธานีพนมเปญ เสียมราฐ พระสีหนุ รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตกเฉียงเหนือ รวมทั้งจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางและการขนส่ง และส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างไทยและกัมพูชา ปัจจุบันกัมพูชาเปิดใช้งานทางด่วนสายแรกจากราชธานีพนมเปญ-สีหนุวิลล์ เมื่อ ต.ค.65 ส่วนทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-บาเว็ท จ.สวายเรียง (ติดเวียดนาม) เตรียมวางศิลาฤกษ์ในกลางปี 2566 และทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-เสียมราฐ ศึกษาความเป็นไปได้ใกล้จะแล้วเสร็จ   Image Credit :mgronline

อิหร่านเร่งสอบสวนเหตุเด็กนักเรียนหญิงใน รร.หลายเมือง มีอาการป่วยต้องสงสัยว่าได้รับสารพิษ

สำนักข่าว Press TV ของอิหร่าน รายงานเมื่อ 1 มี.ค.66 ว่าประธานาธิบดีอิบรอฮีม เราะอีซี ของอิหร่าน สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยอิหร่าน เร่งสอบสวนเหตุเด็กนักเรียนหญิงในโรงเรียนหลายเมืองทั่วประเทศ รวมหลายร้อยคน มีอาการป่วยซึ่งต้องสงสัยว่าได้รับสารพิษลึกลับ หลังจากเริ่มพบเด็กนักเรียนหญิง ในโรงเรียนหลายแห่ง ที่เมืองกุม (Qom) จังหวัดกุม ทางใต้ของกรุงเตหะราน รวมประมาณ 50 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ด้วยอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ และบางรายมีอาการแขนขาเป็นอัมพาตชั่วคราว ตั้งแต่ปลาย พ.ย.65 ก่อนจะขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ เช่น  จังหวัด Ardabil จังหวัด Tehran จังหวัด Lorestan จังหวัด Fars จังหวัด Ilam จังหวัด Qazvin และจังหวัด Mazandaran ทำให้ผู้ปกครองและครอบครัวเด็ก เกิดความวิตกกังวลและเรียกร้องให้มีการสอบสวบโดยเร็ว ทั้งนี้ รายงานอ้างนาย Ahmad Vahidi รัฐมนตรีมหาดไทยอิหร่าน ระบุว่าสื่อมวลชนและศัตรูของอิหร่านพยายามเผยแพร่ข่าวสารโฆษณาชวนเชื่อและเชื่อมโยงว่า เหตุที่เกิดขึ้นมีนัยส่อถึงการต่อต้านสิทธิสตรีในอิหร่าน…

AI เผยแพร่ข้อมูลการขนส่งเชื้อเพลิงการบินที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา

Amnesty International (AI) และ Global Witness องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำวิจัยด้านการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ความยากจน และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 1 มี.ค.66 เกี่ยวกับการขนส่งเชื้อเพลิงการบินที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา เฉพาะอย่างยิ่งกรณี Puma Energy ซึ่งเป็นบริษัทเชื้อเพลิงสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่ถอนตัวจากเมียนมาเมื่อ ต.ค.65 ได้ขายสินทรัพย์เชื้อเพลิงการบินให้กับ Shoon Energy (ชื่อเดิม Asia Sun Aviation) ตั้งแต่ ธ.ค.65 ซึ่ง Shoon Energy นำเข้าเชื้อเพลิงการบิน และบริหารคลังเชื้อเพลิงการบินหลักในท่าเรือติลาวา ย่างกุ้ง และร่วมกับบริษัทเมียนมา ปิโตรเลียม โปรดักส์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ควบคุมโดยกองทัพเมียนมา) นำเข้าและจำหน่ายเชื้อเพลิงการบินทั่วประเทศ ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่าง Shoon Energy กับกองทัพเมียนมา ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการนำพลังงานไปใช้สนับสนุนปฏิบัติการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพเมียนมา   Image Credit : jobnet.com