อินเดียฝึกซ้อมระบบรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข

  เว็บไซต์ NDTV ของอินเดีย รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.65 ว่า โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วอินเดีย ฝึกซ้อมระบบรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เตรียมรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ หอผู้ป่วยแยกโรค หออภิบาลผู้ป่วยหนัก เครื่องช่วยหายใจ และระบบจ่ายออกซิเจนภายในสถานพยาบาล การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นไปตามคำแนะนำของนาย Rajesh Bhushan ปลัดกระทรวงสาธารณสุขอินเดียเมื่อ 26 ธ.ค.65 ให้รัฐมนตรีด้านสาธารณสุขของรัฐบาลท้องถิ่นระดับรัฐและดินแดนสหภาพทุกพื้นที่ในอินเดีย เตรียมพร้อมระบบสาธารณสุขรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สื่อยังระบุเพิ่มเติมว่า นาย Mansukh Mandaviya รัฐมนตรีสาธารณสุขอินเดีย ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขที่โรงพยาบาล Safdarjung ในกรุงนิวเดลีเมื่อ 26 ธ.ค.65 พร้อมแสดงทัศนะเน้นย้ำว่าการฝึกซ้อมในลักษณะนี้จะเป็นประโยชน์ให้หน่วยงานทางสาธารณสุขอินเดียแก้ไขจุดบกพร่อง พร้อมรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดที่อาจรุนแรงขึ้น Credit Pic : ndtv

ความคืบหน้ากรณีเหตุกราดยิงชาวเคิร์ดในกรุงปารีส

  สำนักข่าว Reuters และ AP รายงานเมื่อ 25 ธ.ค.65 อ้างผลการสอบสวนของอัยการฝรั่งเศสว่า ชายวัย 69 ปีซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยว่าสังหารชาวเคิร์ด 3 คน เมื่อ 23 ธ.ค.65 ในกรุงปารีส ยอมรับว่าเกลียดชังผู้อพยพอย่างฝังรากลึก โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวในข้อหาฆาตกรรม พยายามฆ่า และกระทำการที่มีแรงจูงใจในการเหยียดเชื้อชาติ อัยการระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นโรคซึมเศร้าและมีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย  ผู้ต้องหามีชื่อที่สื่อมวลชนตั้งให้คือ William M. เป็นอดีตคนขับรถไฟเกษียณอายุ เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากการถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดีในข้อหาใช้ดาบโจมตีค่ายผู้อพยพในกรุงปารีสเมื่อปี 2564 โดยเมื่อวันก่อเหตุ เขาเดินเข้าไปในศูนย์วัฒนธรรม Ahmet-Kaya ของชาวเคิร์ด ก่อนจะกราดยิง จากนั้นเข้าไปในร้านทำผมที่ดำเนินการโดยชาวเคิร์ดฝั่งตรงข้ามถนนและกราดยิงอีกครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 คน เป็นชาย 2 คนและหญิง 1 คน รวมถึงมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คน เมื่อ 24 ธ.ค.65 ชุมชนชาวเคิร์ดในฝรั่งเศสและนักเคลื่อนไหวต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติออกมาชุมนุมโดยสงบเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากมีผู้ร่วมชุมนุมบางคนโบกธงชาติตุรกี ถือธงของกลุ่ม Kurdistan…

ลาวระบุว่าผู้เดินทางเข้าประเทศไม่ต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19

  สำนักข่าวสารประเทศลาวและหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.65 โดยอ้างประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรีลาว เมื่อ 23 ธ.ค.65 ว่า ลาวยกเลิกการแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโรค COVID-19 และการตรวจเชื้อด้วยวิธี ATK ก่อนเดินทาง 48 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนลาวและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออกประเทศทางบก น้ำ และอากาศ หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในลาว ประเทศรอบบ้านและโลก คลี่คลาย ทั้งนี้ ลาวเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบเมื่อ 9 พ.ค.65 และจนถึง 26 ธ.ค.65 ลาวพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 217,658 ราย และเสียชีวิต 670 ราย Credit Pic : kpl.gov.la

จีนลดมาตรการ COVID-19 เป็นระดับ B และจะเปิดพรมแดนตั้งแต่ 8 ม.ค.66

  คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีน (China’s National Health Commission -NHC) ประกาศเมื่อ 26 ธ.ค.65 ว่า  จะปรับมาตรการควบคุม COVID-19 จากระดับ A เป็น B ตั้งแต่ 8 ม.ค.66 เป็นต้นไป  ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าจีนไม่ต้องกักตัว ไม่มีมาตรการควบคุมผู้ติดเชื้อ และการกำหนดพื้นที่เสี่ยง อีกทั้งจะเริ่มทยอยเปิดบริการขนส่งผู้โดยสารทั้งทางน้ำและทางบก รวมทั้งการท่องเที่ยวต่างประเทศ อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยผู้ที่จะเดินทางเข้าจีน ต้องตรวจหาเชื้อด้วยการทดสอบกรดนิวคลีอิก 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง  ทั้งนี้ การกำหนด COVID-19 อยู่ในระดับ B จะใช้มาตรการเทียบเท่ากับโรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบ และไข้หวัดนก H7N9 Credit Pic : REUTERS/Toby Melville

กห.เกาหลีใต้ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับของเกาหลีเหนือบริเวณเขตน่านฟ้าเกาหลีใต้

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ และ NK News รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.65 ว่ากระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ตรวจจับวัตถุไม่ทราบชนิดหลายเครื่อง บินข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารระหว่างสองเกาหลี (Military Demarcation Line-MDL) ไปยังพื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ บริเวณเมืองคิมโพ และเมืองพาจู จ.คย็องกี และเกาะคังฮวา โดยไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่เวลา 10.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 08.25 น.ของไทย) โดยกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ประเมินเบื้องต้นว่า อาจเป็นอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle-UAV) ของเกาหลีเหนือ (ไม่มีการยืนยันการติดอาวุธ) ซึ่งกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ดำเนินมาตรการตอบโต้ตามลำดับด้วยการประกาศและยิงเตือน รวมถึงระดมเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินรบ และเฮลิคอปเตอร์ เพื่อกำจัดอากาศยานดังกล่าว ทั้งนี้ เครื่องบินโจมตีเบารุ่น KA-1 ของเกาหลีใต้ ตกโดยไม่ทราบสาเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจ ขณะที่ทางการเกาหลีใต้สั่งระงับเส้นทางการบินพลเรือนที่ท่าอากาศยานนานาชาติอินช็อนและคิมโพชั่วคราว อนึ่งก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือส่งอากาศยานไร้คนขับข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีใต้เมื่อปี 2557 และปี 2560 เพื่อรวบรวมข้อมูลทางทหาร Credit Pic : Yonhup News

ซาอุดีอาระเบียกับบาห์เรนจัดซ้อมรบทางทะเลในน่านน้ำของบาห์เรน

  เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ Arab News รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.65 อ้างกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียประกาศเมื่อ 25 ธ.ค.65 ว่า กองทัพเรือซาอุดีอาระเบียกับกองทัพเรือบาห์เรนจัดซ้อมรบทางทะเล บริเวณน่านน้ำของบาห์เรน ภายใต้รหัส Bridge 23 ในวันเดียวกันนี้เป็นวันแรก โดยการฝึกซ้อมดังกล่าวครอบคลุมการรบทางเรือ การบังคับบัญชาและการควบคุม การยกระดับประสิทธิภาพของการสื่อสารระหว่างกัน ทั้งนี้ การจัดซ้อมรบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ความพร้อมรบ รวมถึงสร้างมาตรฐานแนวคิดทางยุทธวิธีและปฏิบัติการร่วมทางทะเลระหว่างกองทัพเรือของสองประเทศ Credit Pic : Arab News/SPA

อินโดนีเซียช่วยเหลือชาวโรฮีนจา 58 คนขึ้นฝั่ง

  สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.65 ว่า ทางการอินโดนีเซียรับชาวโรฮีนจาจำนวน 58 คน ขึ้นฝั่งที่หาดอินทราพัตรา ใน จ.อาเจะฮ์ หลังจากได้รับแจ้งจากชาวประมงท้องถิ่นว่าพบกลุ่มดังกล่าวลอยเรืออยู่ในทะเลในสภาพอ่อนแอ และบางคนมีอาการป่วย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอาเจะฮ์ได้เข้ามาดูแลและให้คำแนะนำแล้ว ขณะที่ชาวโรฮีนจา 3 คน ถูกส่งต่อไปที่คลินิกสุขภาพเพื่อรับการรักษาพยาบาล ในเบื้องต้น ยังไม่แน่ชัดว่าชาวโรฮีนจากลุ่มดังกล่าวเดินทางมาจากที่ใด แต่การสอบถามชาวโรฮีนจาคนหนึ่งที่พูดภาษามลายูได้ระบุว่า ลอยเรืออยู่ในทะเลมานานกว่า 1 เดือนแล้ว และมีเป้าหมายที่จะขึ้นฝั่งที่มาเลเซีย ทั้งนี้ แม้ว่าอินโดนีเซียจะไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย (Refugee Convention) พ.ศ.2494 ของสหประชาชาติ แต่มักจะถูกร้องขอจากหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนให้ช่วยเหลือและอนุญาตให้ชาวโรฮีนจาได้ขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ นายอัสมาน ฮามิด ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลประจำอินโดนีเซีย เรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียแสดงบทบาทนำในระดับภูมิภาคเพื่อแก้ไขวิกฤตผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา Credit Pic : AP Photo/Rahmat Mirza

สิงคโปร์ประเมินว่ายังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมการเดินทางกับนักท่องเที่ยวจีน

  หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.65 อ้างการประเมินของผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขสิงคโปร์ ว่า สิงคโปร์ยังไม่มีความจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการควบคุมการเดินทางกับนักท่องเที่ยวชาวจีน เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของชาวสิงคโปร์อยู่ในระดับสูง  แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในจีนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการยกเลิกมาตรการคงผู้ติดเชื้อ COVID-19 เป็นศูนย์ของทางการจีน ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าชาวจีนจำนวนมากแย่งซื้อยารักษาโรคไข้หวัด (Panadol) ในสิงคโปร์เพื่อจัดส่งกลับไปยังจีน ทำให้ต้องบังคับใช้มาตรการจำกัดการซื้อตัวยาดังกล่าวในร้านขายยาหลายแห่ง ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของสาธารณสุขสิงคโปร์ ที่ยังไม่มีการกำหนดมาตรการควบคุมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน Credit Pic : AP News / SCMP

คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกจัดการมลพิษทางขยะ

  หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 22 ธ.ค.65 ว่า คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) เรียกร้องให้ กัมพูชา ลาว ไทยและเวียดนาม เร่งแก้ไขมลพิษขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองใหญ่ โดยแนะนำให้ทั้ง 4 ประเทศ จัดตั้งกลไกร่วมเพื่อเฝ้าระวัง ติดตามและกำจัดขยะปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ประมง และสุขภาพของประชาชน รวมทั้งจัดทำกฎระเบียบและนโยบายตามแนวคิด 3Rs (Reduce-ลดการใช้ Reuse-นำกลับมาใช้ซ้ำ และ Recycle-นำกลับมาใช้ใหม่) เพื่อควบคุมและจัดขยะในลำน้ำ โดยให้ระบุหน่วยงานที่รับผิดรอบและแจกจ่ายภารกิจที่ชัดเจนทั้งในภาครัฐส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชน ทั้งนี้ MRC ประเมินว่า เมื่อปี 2564 มีแม่น้ำในชุมชนเมืองทั่วโลกร้อยละ 80 หรือมากกว่า 1,000 สาย ประสบปัญหามลพิษทางขยะ  Credit Pic : mrcmekong.org

แทนซาเนียและจีนลงนามในข้อตกลงสร้างทางรถไฟมูลค่า 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 20 ธ.ค.65 ว่า แทนซาเนียและจีนลงนามในข้อตกลงสร้างทางรถไฟความยาว 2,561 กิโลเมตร มูลค่า 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจากท่าเรือในเมือง Dar es Salaam ไปยังท่าเรือทะเลสาบ Victoria ในเมือง Mwanza ที่มีเขตติดต่อกับบุรุนดี ดีอาร์คองโก รวันดาและยูกันดา โดยประธานาธิบดี Samia Suluhu Hassan ของแทนซาเนียแถลงระหว่างพีธีลงนามว่า การก่อสร้างส่วนสุดท้ายของทางรถไฟ the Standard Gauge Railway (SGR) จะแล้วเสร็จในปี 2569 และจะช่วยยกระดับจุดยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ของแทนซาเนีย เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างแทนซาเนียกับประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต คาดการณ์ว่าในปี 2570 เส้นทางรถไฟดังกล่าวจะช่วยลดระยะเวลาการขนส่งทางรถบรรทุกจาก 30 วัน เหลือ 30 ชั่วโมง และลดต้นทุนการขนส่งสินค้าจากตันละ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือตันละ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ Credit Pic…