อุซเบกิสถานระงับการส่งออกก๊าซชั่วคราว

สำนักข่าวEurasianet รายงานเมื่อ 10 ม.ค.65 ว่า โฆษกกระทรวงพาณิชย์อุซเบกิสถาน ระบุ รัฐบาลอุซเบกิสถานมีมติระงับการส่งออกก๊าซธรรมชาติชั่วคราว ส่งผลให้ราคาก๊าซในอุซเบกิสถานลดลงเล็กน้อย เมื่อ 7 ม.ค.65 จาก 6,980 ซอมต่อลิตร (ประมาณ 0.64 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 21.4 บาท) เหลือ 6,500 ซอมต่อลิตร (ประมาณ 0.60 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 20.11 บาท) โดยมติดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังเกิดเหตุประท้วงรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ในคาซัคสถาน (ประเทศเพื่อนบ้านของอุซเบกิสถาน) จากปัจจัยกระตุ้นเริ่มจากพลังงานแพง ทั้งนี้ อุซเบกิสถานส่งออกก๊าซไปยังต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งจีนและรัสเซีย ขณะที่ในประเทศใช้ก๊าซ LPG เป็นหลักถึงร้อยละ 60 ของพาหนะในประเทศ โดยก่อนหน้านี้ สำนักข่าวrferl รายงานเมื่อ 6 ก.พ.64 ว่า ประเด็นพลังงานในอุซเบกิสถานมีราคาแพง เป็นหนึ่งในวาระหารือระหว่างประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซิโยเยฟ ของอุซเบกิสถานกับหน่วยงานราชการและภาคอุตสาหกรรมด้านพลังงานในอุซเบกิสถาน ภายหลังเกิดเหตุประท้วงพลังงานแพงในอุซเบกิสถาน เมื่อ พ.ย.63…

เกิดเหตุระเบิดรถโดยสารบนพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์

สำนักข่าวBenar News รายงานเมื่อ 11 ม.ค.65 อ้างการเปิดเผยของ พ.ท. จอห์น บัลโดมาร์ โฆษกกองทัพประจำภูมิภาคมินดาเนา ว่าในวันเดียวกัน เกิดเหตุระเบิดรถโดยสารบนถนนทางหลวง ใกล้กับเมืองโคตาบาโต บนเกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มเคลื่อนไหวอยู่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (เป็นเด็กอายุ 5 ขวบ) ผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกลุ่มใดอ้างเป็นผู้ก่อเหตุ โดยเหตุระเบิดดังกล่าวนับเป็นเหตุโจมตีรถโดยสารครั้งแรกในเมืองโคตาบาโต ส่วนที่ผ่านมามีเหตุระเบิดโจมตีเสาสัญญาณ ทั้งนี้ แม้ว่าทางการฟิลิปปินส์ลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร (Moro Islamic Liberation Front -MILF) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2557 แต่ยังมีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มเล็ก ๆ อาทิ กลุ่มคอมมิวนิสต์ กองกำลังติดอาวุธมุสลิม  รวมถึงกลุ่มที่ประกาศสวามิภักดิ์ให้กับกลุ่ม Islamic State (IS) คัดค้านแผนสันติภาพดังกล่าว และยังคงเคลื่อนไหวอยู่ โดยมักก่อเหตุโจมตีรถโดยสาร โบสถ์คาทอลิก และตลาดชุมชน

ลาวเข้าถือครองหุ้นในโครงการท่าเรือหวุงแองค์ เวียดนา เพิ่มเป็นร้อยละ 60

เว็บไซต์สำนักข่าวLaotain Times รายงานเมื่อ 11 ม.ค.65 ว่า นายสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการแผนการและการลงทุนลาว และนายงเหวียน จี๊ สุง รัฐมนตรีว่าการวางแผนและการลงทุนเวียดนาม ได้เข้าร่วมการประชุม Việt Nam – Laos Inter-governmental Committee on Bilateral Cooperation ครั้งที่ 44 ที่กรุงฮานอย เวียดนาม เมื่อ 10 ม.ค.65 และได้แลกเปลี่ยนข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหุ้นลาวและผู้ถือหุ้นเวียดนามในโครงการพัฒนาท่าเรือหวุงแองค์ จังหวัดฮาติงห์ เวียดนาม ซึ่งข้อผูกพันดังกล่าวทำให้รัฐบาลลาวเข้าถือหุ้นในบริษัทหุ้นส่วนท่าเรือสากล ลาว-เวียดนาม (Laos-Vietnam International Port Joint Stock Company) เพิ่มจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 60 ทั้งนี้ รัฐบาลลาวได้จัดตั้งรัฐวิสาหกิจพัฒนาท่าเรือหวุงแองค์ ลาว-เวียดนาม (The Lao-Vietnam Vung Ang Port Development…

อิหร่านส่งออกสินค้า Non-oil ไปยังแอฟริกาห้วง มี.ค-ธ.ค.64 มูลค่ารวม 912 ล้านดอลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวPress TV รายงานเมื่อ 10 ม.ค.65 อ้างสำนักงานส่งเสริมการค้า (Trade Promotion Organization-TPO) ของอิหร่าน เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-oil) ของอิหร่านไปยังแอฟริกา ห้วง มี.ค-ธ.ค.64 มีมูลค่ารวม 912 ล้านดอลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 200 เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันเมื่อปี 2563 มีปัจจัยมาจากผู้ส่งออกได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และมีนโยบายที่เอื้อให้บริษัทอิหร่านเข้าถึงตลาดแอฟริกามากขึ้น โดยกานาเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ที่นำเข้าสินค้า Non-oil ในห้วง มี.ค-ธ.ค.64 มูลค่ารวม 292 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือ แอฟริกาใต้ (มูลค่า 169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และไนจีเรีย (มูลค่า 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนซูดานและแอลจีเรีย มีการนำเข้าสินค้า Non-oil จากอิหร่านในห้วงดังกล่าวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ อิหร่านตั้งเป้าที่จะบรรลุเป้าหมายการส่งออกสินค้าไปยังประเทศในแอฟริกา ให้ได้มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2564 ตามรอบปีงบประมาณจะสิ้นสุดใน 20…

จีนแต่งตั้งผู้บัญชาการกองกำลังรักษาการณ์ประจำฮ่องกงคนใหม่

สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน รายงานเมื่อ 11 ม.ค.65 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนแต่งตั้ง พลตรีเผิง จิงถัง เป็น ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาการณ์ของกองทัพจีนประจำเขตปกครองพิเศษฮ่องกง  ซึ่งพลตรีเผิง เคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้ากองกำลังกึ่งทหาร ของกองบัญชาการตำรวจ และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองกำลังตำรวจในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน

ประธานาธิบดีรัสเซียระบุการส่งกองกำลัง CSTO ไปยังคาซัคสถานเพื่อรักษาความสงบและป้องกันการปฏิวัติสี

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย และ The Moscow Times รายงานเมื่อ 10 ม.ค.65 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งเข้าร่วมการประชุมทางไกล คณะมนตรีความมั่นคงร่วมองค์กรสนธิสัญญาความร่วมมือเพื่อความมั่นคงร่วม (Collective Security Treaty Organization-CSTO) สมัยพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์ในคาซัคสถานและมาตรการเพื่อนำไปสู่ภาวะปกติ โดยมีนายกรัฐมนตรีอาร์เมเนียเป็นประธานการประชุม และผู้นำประเทศสมาชิกเข้าร่วม ได้แก่ เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน รวมถึงเลขาธิการ CSTO ประธานาธิบดีปูตินเน้นย้ำว่า กองกำลังสันติภาพร่วม CSTO ถูกส่งไปยังคาซัคสถาน เพื่อปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบ และทำหน้าที่สกัดกั้นไม่ให้เกิดปฏิวัติสี (Color Revolutions) และเพิ่มเติมว่า มีกองกำลังติดอาวุธจากภายนอกเข้าแทรกแซงกิจการภายในของคาซัคสถาน ซึ่งสะท้อนถึงข้อเรียกร้องของคาซัคสถานที่ระบุว่ามีความเชื่อมโยงจากต่างชาติพยายามก่อเหตุจลาจล ซึ่งกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวมีการจัดการที่ดี และได้รับการฝึกฝนจากกลุ่มก่อการร้ายต่างประเทศ ทำให้คาซัคสถานเป็นเป้าหมายของการก่อการร้ายระหว่างประเทศ กองกำลัง CSTO จะอยู่ในคาซัคสถานในช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น ทั้งนี้ กองกำลัง CSTO 2,500 นาย เป็นกองกำลังร่วมรัสเซีย เบลารุส อาร์เมเนีย ทาจิกิสถาน…

คาซัคสถานกลับสู่ความสงบ ภายหลังจับกุมผู้ประท้วงกว่า 8,000 คน และเศรษฐกิจเสียหายกว่า 213 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวTass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 10 ม.ค.65 อ้างแถลงการณ์ของ สภาความมั่นคงแห่งชาติคาซัคสถาน ว่า สถานการณ์ในคาซัคสถานกลับสู่ความสงบและอยู่ภายใต้การควบคุม โดยศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายกวาดล้างแหล่งซ่องสุมแนวคิดการก่อการร้ายใน 4 เมืองแล้ว ได้แก่ อัลมาตี Kyzylorda Taldykorgan และ Taraz และเว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีคาซัคสถาน ระบุ สถานการณ์ภายในคาซัคสถานกลับมามีเสถียรภาพแล้ว นอกจากนี้ สภาหอการค้าคาซัคสถาน (สภาหอการค้า Atameken)ประเมินว่า เหตุความไม่สงบในคาซัคสถาน ห้วง 2 – 10 ม.ค.65 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในคาซัคสถาน ประมาณ 213 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9,370 ล้านแทงจี (ประมาณ 7,176 ล้านบาท) รวมถึงความเสียหายต่ออาคารและระบบขนส่งต่าง ๆ ทั่วทั้ง 9 ภูมิภาค ขณะที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายของคาซัคสถานเผยแพร่ผ่านเทเลแกรม รายงานจำนวนการจับกุมผู้ประท้วงกว่า 8,000 คน สำหรับจำนวนผู้ประท้วงที่เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 164 คน รายงานโดยกระทรวงสาธารณะสุขคาซัคสถาน ทั้งนี้…

สหรัฐฯ และ 5 ประเทศร่วมประณามการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

สำนักข่าววีโอเอรายงานเมื่อ 10 ม.ค.65 ว่า สหรัฐฯ ร่วมกับ 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ และอัลเบเนีย มีถ้อยแถลงร่วมกันประณามเกาหลีเหนือกรณีทดสอบขีปนาวุธเมื่อ 5 ม.ค. 65 โดยนางลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติระบุว่า การทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และสะท้อนว่าเกาหลีเหนือยังคงมุ่งมั่นจะครอบครองอาวุธ โดยขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ พฤติกรรมดังกล่าวเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุด้านการทหาร และเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาค นอกจากนี้ นางโทมัส-กรีนฟิลด์เชื่อว่าเกาหลีเหนือมีเจตนาพัฒนาอาวุธเพื่อขายให้ต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย พร้อมกับเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการยั่วยุทางทหาร และการค้าอาวุธผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ท่าทีของทั้ง 6 ประเทศมีขึ้นหลังการจัดประชุมเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ขณะที่การเจรจาทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือไม่มีความคืบหน้า

อิสราเอลจะเสียหายราว 640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในทุก 3 สัปดาห์จากการระบาดของเชื้อโอมิครอน

นาย Amir Yaron ผู้ว่าการธนาคารกลางอิสราเอล กล่าวเมื่อ 10 ม.ค.65 ว่า เชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 2,000 ล้านเชคเกล (ราว 641 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อทุก ๆ 20 วัน โดยเป็นผลกระทบที่เกิดจากการบริโภคที่ลดลง การเจ็บป่วย หรือการกักตัว โดยไม่ได้กล่าวถึงเศรษฐกิจมหภาค และเห็นว่าควรมุ่งเน้นการเยียวยาไปยังภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลควรเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้าย เช่น การส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค นาย Yaron ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของอิสราเอลในปี 2565 น่าจะอยู่ที่ร้อยละ 5.5 ในกรณีที่การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนบรรเทาลงและธุรกิจเริ่มฟื้นตัว

จีนจะเริ่มการเจรจา FTA กับศรีลังกา

หนังสือพิมพ์Global Times รายงานเมื่อ 10 ม.ค.65 ว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและมนตรีแห่งรัฐของจีน ซึ่งเยือนศรีลังกา ได้พบหารือกับ นายกรัฐมนตรีมหินทะ ราชปักษาของศรีลังกา โดยจีนเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement -FTA) โดยใช้โอกาสจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership -RCEP) และตลาดขนาดใหญ่ของจีน รวมทั้งท่าเรือโคลัมเบียและฮัมบันโตตาของศรีลังกา ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนความร่วมมือทวิภาคี กับทั้งจีนพร้อมสนับสนุนวัคซีนต้าน COVID-19 อุปกรณ์ทางการแพทย์ และความร่วมมือด้านเภสัชกรรม ทั้งยังจะสนับสนุนให้นักลงทุนจีนลงทุนในศรีลังกา และสนับสนุนการประชุมกลุ่มประเทศมหาสมุทรอินเดียเพื่อส่งเสริมการพัฒนาร่วมกัน โดยผลักดันให้ศรีลังกามีบทบาทสำคัญ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานงานครบรอบ 65 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบรอบ 70 ปีการลงนามสนธิสัญญาข้าว-ยางพารา ขณะที่ นายกรัฐมนตรีมหินทะ ราชปักษา ระบุว่า พร้อมกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานกับจีน ส่วนนาย G.L. Peiris รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกายืนยันยึดหลักการจีนเดียวและสนับสนุนจีนในประเด็นระหว่างประเทศ รวมทั้งคัดค้านการเชื่อมโยงการแพร่ระบาดของโรค…