จีนเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานากัวอีกครั้งหลังจากนิการากัวยุติความสัมพันธ์กับไต้หวัน

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อ 1 ม.ค.65 ว่า จีนเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานากัว อย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังนิการากัวสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเมื่อ 10 ธ.ค.64 โดยมีผู้แทนทั้งสองประเทศเข้าร่วมพิธีเปิด โดยจีนระบุว่า ยินดีรับนิการากัวเข้าร่วมโครงการพัฒนาในกรอบความริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) กับทั้งพร้อมทำงานร่วมกับนิการากัวและประเทศในละตินอเมริกาเพื่อสร้างความสัมพันธ์บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนิการากัว กล่าวขอบคุณผู้นำ รัฐบาล และประชาชนจีน และว่าการกลับมาสานสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั้งสองฝ่ายอย่างท่วมท้น ทั้งนี้ จีนเคยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับนิการากัวเมื่อปี 2528 และตัดความสัมพันธ์เมื่อปี 2533 จากการที่นิการากัวเปลี่ยนไปสถาปนาความสัมพันธ์กับไต้หวัน

สหรัฐฯ อยู่ระหว่างทบทวนนโยบายการค้ากับจีน

สำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 31 ธ.ค.64 ว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างทบทวนนโยบายการค้ากับจีน เนื่องจากพิจารณาว่า จีนไม่สามารถนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มได้ตามจำนวนและในะระยะเวลาที่กำหนดในข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 (phase one) ทั้งนี้ นักธุรกิจและผู้ประกอบการในสหรัฐฯ ติดตามนโยบายของรัฐบาลต่อการทำสงครามการค้ากับจีนอย่างใกล้ชิด ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนมากคาดว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ขยายสงครามการค้ากับจีน แต่ก็จะไม่ยกเลิกมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าต่อสินค้าจากจีน ขณะที่โฆษกสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (The Office of the United States Trade Representative-USTR) ระบุว่าสหรัฐฯ หารือกับจีนประเด็นความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าจีนต้องปฏิบัติตามคำมั่นตามข้อตกลงระยะที่ 1 ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ชี้แจงว่า จีนไม่สามารถนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งทำให้จีนยังคงได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ

ผู้นำสหรัฐฯ จะหารือกับผู้นำยูเครนประเด็นรัสเซีย

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ข่าวสารเมื่อ 1 ม.ค.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน กำหนดหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดียูเครนใน 2 ม.ค.65 เกี่ยวกับแนวทางการลดระดับความตึงเครียดระหว่างยูเครนและรัสเซีย และเพื่อย้ำให้ผู้นำยูเครนเชื่อมั่นว่า สหรัฐฯ พร้อมมีมาตรการลงโทษรัสเซียหากใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน และสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับอธิปไตยของยูเครน ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวจะมีขึ้นหลังจากผู้นำสหรัฐฯ หารือกับผู้นำรัสเซียเมื่อ 30 ธ.ค.64 และเห็นพ้องที่จะให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงหารือกันอีกอย่างน้อย 3 ครั้งในห้วง ม.ค.65

เกาหลีเหนือจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศในปี 2565

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 ม.ค.65 อ้างสำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือสรุปผลการประชุมใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคนงานเกาหลีครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องระหว่าง 27-31 ธ.ค.64 นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายในปี 2565 โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน เฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาพื้นที่ทุรกันดาร การพัฒนาเศรษฐกิจและการเกษตรเพื่อฟื้นฟูภาวะขาดแคลนอาหาร รวมถึงการคงมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 นอกจากนี้ ที่ประชุมระบุถึงการทหารและการป้องกันประเทศว่า การพัฒนาอาวุธอย่างต่อเนื่องเป็นความสำเร็จที่สำคัญของปี 2564 และควรส่งเสริมขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศอย่างเร่งด่วน เนื่องจากความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีและสถานการณ์ต่างประเทศมีความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือไม่ระบุถึงอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนนโยบายการต่างประเทศของเกาหลีเหนือมีความคลุมเครือ และไม่ระบุถึงสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้โดยตรง ซึ่งกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ประเมินว่า เกาหลีเหนืออาจตอบสนองตามสถานการณ์ระหว่างประเทศที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเกาหลีเหนือจะประกาศนโยบายต่างประเทศในห้วงสำคัญต่อไป โดยกระทรวงฯ ยังคงผลักดันการรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างสองเกาหลีและหารือถึงการสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีโดยเร็ว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาแถลงเกิดเหตุระเบิดใกล้สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาในเมียนมา

สำนักข่าว Thmey Themy รายงานอ้างคำกล่าวของนายกอย กวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เมื่อ 31 ธ.ค.64 ว่าในช่วงเช้าของวันเดียวกัน เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งห่างจากที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา ณ นครย่างกุ้ง เมียนมา ระหว่าง 100-150 เมตร โดยเป็นระเบิดทำเองและไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย ขณะที่ทางการเมียนมาได้ดำเนินการรักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา นายกอย กวง กล่าวด้วยว่า เหตุดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการเยือนเมียนมาของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ใน 7-8 ม.ค.65

นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกระบุเวียดนามยังเป็นประเทศที่น่าดึงดูดทางเศรษฐกิจ

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนามรายงานเมื่อ 31 ธ.ค.64 อ้างคำกล่าวของนาย Jacques Morisset นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก (World Bank-WB) ระบุว่า เวียดนามยังมีเศรษฐกิจที่น่าดึงดูด เนื่องจากค่าจ้างแรงงานถูก แต่ได้ผลผลิต และมีแรงจูงใจทางด้านภาษี หากรัฐบาลเวียดนามสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตอีกครั้ง โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะกลับมาอยู่ระหว่างร้อยละ 6-6.5 ขณะเดียวกัน เวียดนามก็สามารถแสวงประโยชน์จากเศรษฐกิจสีเขียวได้ ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2563 รัฐบาลเวียดนามได้ให้เงินอุดหนุนราคาโซลาร์เพื่อช่วยเหลือบริษัทที่ลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งการลงทุนในโครงการพลังงานดังกล่าวของเวียดนามในห้วง ม.ค. – ส.ค. 63 สูงกว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนและทวีปแอฟริกาทั้งหมด

ผู้แทนพิเศษ UN ประจำเมียนมาเรียกร้องให้ประกาศหยุดยิงในเมียนมาช่วงปีใหม่

นาง Noeleen Heyzer ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติ (United Nations-UN) ประจำเมียนมา แถลงเมื่อ 27 ธ.ค.64 แสดงความกังวลกับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในเมียนมา และเรียกร้องให้ประกาศหยุดยิงทั่วประเทศในช่วงปีใหม่ พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติมากขึ้น และเคารพพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศในการปกป้องพลเรือน การเดินทางอย่างปลอดภัย และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ ยังต้องการให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและแสวงหาแนวทางแก้ไขอย่างสันติเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนาง Heyzer ได้หารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการแก้ไขวิกฤตในเมียนมา โดยยังคงให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศที่สอดคล้องกันบนพื้นฐานของความเป็นเอกภาพในภูมิภาค

กลุ่ม ISKP ประกาศเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดที่กรุงคาบูลเมื่อ 23 ธ.ค.64

กลุ่ม ISKP ประกาศเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดที่กรุงคาบูลเมื่อ 23 ธ.ค.64 กลุ่ม ISKP ประกาศผ่าน Telegram เมื่อ 25 ธ.ค.64 ว่า สมาชิกของกลุ่มเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดที่กรุงคาบูลเมื่อ 23 ธ.ค.64 โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ทางเข้าสำนักงานออกหนังสือเดินทางในกรุงคาบูล ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งระหว่างเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงรัฐบาลตอลิบันได้ยิงมือระเบิดฆ่าตัวตายเสียชีวิตขณะพยายามบุกเข้าไปในสำนักงาน ทั้งนี้ คาดว่าผู้ก่อเหตุต้องการสังหารสมาชิกกลุ่มตอลิบันประมาณ 200 คน ที่ไปรวมตัวกันที่สำนักงานเพื่อปฏิบัติภารกิจตั้งแต่ช่วงเช้า รวมทั้งประชาชนจำนวนมากที่ไปเข้าแถวรอทำหนังสือเดินทาง อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศของกลุ่ม ISKP กลุ่มตอลิบันยังไม่มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

รัฐบาลตอลิบันห้ามผู้หญิงเดินทางโดยลำพังเกิน 72 กิโลเมตร จากที่พัก

สำนักข่าวVOA รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.64 ว่า รัฐบาลตอลิบันประกาศระเบียบการเดินทางสำหรับผู้หญิงเมื่อ 25 ธ.ค.64 โดยระเบียบดังกล่าวห้ามผู้หญิงเดินทางโดยลำพังเกิน 72 กิโลเมตร หากไม่มีคนใกล้ชิดที่เป็นผู้ชายเดินทางไปด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลตอลิบันยังกำหนดให้คนขับรถแท๊กซี่ต้องไว้หนวดและหยุดพักละหมาด ห้ามเปิดเพลงขณะขับรถรับผู้โดยสาร รวมทั้งแนะนำให้รับเฉพาะผู้โดยสารหญิงที่แต่งกายมิดชิด สวมฮิญาบ การออกระเบียบดังกล่าวทำให้ชาติตะวันตกเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตอลิบันอ้างว่าระเบียบดังกล่าวเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลตอลิบันเคยออกระเบียบห้ามสถานีโทรทัศน์ออกอากาศรายการที่มีผู้หญิงร่วมรายการด้วย

ศาลทหารแคเมอรูนตัดสินจำคุก 7 ปีผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน 47 คน ในข้อหาก่อกบฏ

นาย Roger Noah รองเลขาธิการพรรค Movement for the Renaissance of Cameroon (MRC) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของแคเมอรูน ระบุเมื่อ 27 ธ.ค.64 ว่า ศาลทหารของแคเมอรูนตัดสินจำคุกโทษสูงสุด 7 ปีแก่ผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน 47 คน ในข้อหาก่อกบฏ โดยนาย Olivier Bibou Nissack โฆษกพรรค และนาย Alain Fogue เหรัญญิกของพรรค MRC ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี ที่เหลือถูกตัดสินจำคุกระหว่าง 1-5 ปี โดยสมาชิกพรรค MRC และกลุ่มฝ่ายค้านอื่น ๆ ถูกจับกุมเมื่อ 22 ก.ย.63 หลังจากก่อเหตุประท้วงต่อต้านประธานาธิบดี Paul Biya ของแคเมอรูน ที่ครองอำนาจมาเกือบ 40 ปี ทำให้ตำรวจสลายการชุมนุมและจับกุมผู้ประท้วงมากกว่า 500คนทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ยังคงถูกควบคุมตัว…