อาเซียนแสดงความกังวลต่อประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ

นสพ.New Straits Times รายงานอ้างแถลงการณ์ของที่ประชุม รมว.กต.อาเซียน เมื่อ 11 ก.ค.68 ว่า อาเซียนกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ ที่สำคัญได้แก่ 1) สถานการณ์ในฉนวนกาซา ประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน พร้อมกับเรียกร้องให้สมาชิกอาเซียนและมิตรประเทศอํานวยความสะดวกและส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาต่อไป 2) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยินดีกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเมื่อ 24 มิ.ย.68 พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพข้อตกลงดังกล่าวและหลีกเลี่ยงการยกระดับความรุนแรง 3) สถานการณ์ในยูเครน ยืนยันถึงการเคารพต่ออธิปไตย ความเป็นอิสระทางการเมือง และบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน และ 4) คาบสมุทรเกาหลี เรียกร้องให้มีการเจรจาอย่างสันติระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ และการปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่ยั่งยืน

ITU เรียกร้องภาคเอกชนเร่งพัฒนามาตรการจัดการเนื้อหา AI deepfake

สนข. Reuters รายงานอ้างการประเมินของ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union – ITU) เมื่อ 11 ก.ค. 2568 ว่า ข้อมูลและเนื้อหาปลอมที่สร้างหรือดัดแปลงโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI deepfake) ก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการแทรกแซงการเลือกตั้งและการฉ้อโกงทางการเงิน โดยเรียกร้องให้บริษัทเอกชนและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใช้เครื่องมือตรวจสอบความถูกต้องทางดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงพัฒนามาตรฐานการตรวจสอบข้อมูลต้นทางก่อนการเผยแพร่ในสื่อมัลติมีเดียเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของเนื้อหา   ITU เตือนว่าการขาดกลไกกำกับดูแลในระดับสากลและแนวทางการแก้ไขที่ยังไม่มีทิศทางชัดเจนจะทำให้ AI deepfake มีอิทธิพลมากขึ้น พร้อมกับเสนอให้ภาคเอกชนร่วมส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อแก่ประชาชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของเทคโนโลยีดังกล่าว

ผู้แอบอ้างใช้ AI ปลอมแปลงเสียงเป็น รมว.กต.สหรัฐฯ

สนข.วอชิงตัน โพสต์ รายงานอ้าง จนท.กต.สหรัฐฯ เมื่อ 8 ก.ค.68 ว่า มีผู้แอบอ้างใช้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ปลอมแปลงเสียงเป็นนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ เพื่อติดต่อ รมว.กต.ประเทศอื่น 3 ราย และ จนท.รัฐ 2 ราย รวมทั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร 1 รายผ่านข้อความเสียง และการส่งข้อความตัวอักษร ของแอปพลิเคชัน Signal เมื่อ มิ.ย.68 โดยมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงและเข้าถึงข้อมูลหรือบัญชีของเหยื่อ ซึ่งสหรัฐฯ กำลังสืบสวนกรณีดังกล่าวอยู่ กับทั้งแจ้งเตือน สอท.และสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศพันธมิตรให้ระวังการแอบอ้างดังกล่าว

ทางการลาวปฏิเสธข่าวสารกรณีส่งทหารร่วมรบในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

  เว็บไซต์ข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 10 ก.ค.68 ว่า ลาวปฏิเสธข่าวสารกรณีสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งอ้างว่าลาวเตรียมส่งทหารเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน แลกเปลี่ยนกับเงินชดเชยและสัญชาติรัสเซีย โดยข่าวสารดังกล่าวไม่มีมูลความจริง เป็นข่าวปลอม เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและบิดเบือนความจริงโดยเจตนา มุ่งสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ทางการลาวต่อประชาคมโลก ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ข่าวสารดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากลาวและรัสเซียมีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีระหว่างกัน และแลกเปลี่ยนการเยือนทุกระดับต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ความร่วมมือทางทหารของลาวกับชาติพันธมิตร รวมทั้งรัสเซีย ดำเนินการบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน มุ่งเน้นการพัฒนาการป้องกันประเทศและความมั่นคงภายใน

เด็ก และเยาวชนไทยมีแนวโน้มถูกล่อลวงผ่านทางออนไลน์มากขึ้น

ปรากฏข่าวสารเกี่ยวกับเยาวชนตกเป็นเหยื่อล่อลวงของกลุ่มอาชญากรรม อาทิ มิจฉาชีพหลอกลวงออนไลน์ การล่อลวงละเมิดทางเพศและยาเสพติด เหยื่อส่วนใหญ่อายุระหว่าง 14 – 18 ปี ซึ่งกลุ่มอาชญากรรมจะใช้วิธีเข้าหาผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียล เช่น เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) Discord และเฟซบุ๊ก เพื่อหลอกล่อให้เด็กถ่ายคลิปวิดีโออนาจาร หรือไลฟ์ขณะโป๊เปลือย และนำคลิปไปขายต่อที่กลุ่มลับ หรือข่มขู่กรรโชกทรัพย์ให้เด็กโอนเงินมาให้ อย่างไรก็ดี แม้จะจับกุมผู้กระทำผิดได้บางส่วน แต่ยังคงพบกลุ่มบนโซเชียลมีเดียที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ด้านเครือข่ายปกป้องเยาวชน เสนอภาครัฐยกระดับกฎหมายการใช้สื่อออนไลน์ ปกป้องการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล และเพิ่มบทลงโทษกับผู้ผลิตเนื้อหาที่เข้าข่ายเป็นอาชญากรรม ลดขั้นตอนการแจ้งความดำเนินคดี และเปิดศูนย์ฉุกเฉิน ๒๔ ชั่วโมง แจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อระงับการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้ทันที นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างความตระหนักภัยสื่อออนไลน์ให้กับเยาวชนมากขึ้น

จีนพร้อมเพิ่มความร่วมมือและการพัฒนากับกลุ่มประเทศในสันนิบาตอาหรับ

นายหลี่ เฉียง นรม.จีนกล่าวขณะเข้าพบนาย Ahmed Aboul-Gheit เลขาธิการกลุ่มสันนิบาตอาหรับ (Arab League-AL) ระหว่างเยือนกรุงไคโร อียิปต์ เมื่อ 9-10 ก.ค.68 สนับสนุนการขยายความร่วมมือระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศในสันนิบาตอาหรับ และพร้อมสนับสนุนวัตถุประสงค์ของ AL   ทั้งยังแสดงความต้องการขยายความร่วมมือด้านอื่น ๆ อาทิ เศรษฐกิจ การค้า พลังงาน การลงทุน การเงิน อวกาศ รวมถึงการพัฒนาพลังงานรูปแบบใหม่ ระบบปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสีน้ำเงิน เพื่อผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืน  และเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ นรม.จีน แสดงความพร้อมประสานงานและร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาหรับผ่านกรอบความร่วมมือต่าง ๆ เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN) องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) องค์การการค้าโลก (WTO) และ G20 ในระยะต่อไป  

หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซียสกัดกั้นแผนวางระเบิดรางรถไฟข้ามแม่น้ำทางตอนใต้ของรัสเซีย

นสพ.Moscow Times และ สนข. Tass รายงานเมื่อ 9 ก.ค.68 ว่า หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (Federal Security Service of the Russian Federation-FSB) วิสามัญฆาตกรรมชายสัญชาติรัสเซีย (ไม่เปิดเผยชื่อ) โดยอ้างว่า บุคคลดังกล่าวเตรียมก่อวินาศกรรมด้วยการใช้ระเบิดทำมือที่มีสารวัตถุระเบิดกว่า 11 กิโลกรัมวางระเบิดรางรถไฟข้ามแม่น้ำทางใต้ของแคว้นซาราตอฟ และต่อสู้ขัดขืนการจับกุมของ จนท.ฝ่ายความมั่นคงรัสเซีย จนส่งผลให้ผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต ทั้งนี้ FSB แถลงว่า ชายชาวรัสเซียดังกล่าวเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ผ่านการติดต่อกับผู้ประสานงานในยูเครน หลังก่อเหตุ วางแผนจะหลบหนีไปยูเครน เพื่อไปรบในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมจากกรณีการใช้อาวุธเคมีในยูเครน

สหราชอาณาจักรประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของรัสเซีย 2 ราย และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย 1 แห่ง เมื่อ 7 ก.ค.68 ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้และจัดหาอาวุธเคมีในยูเครน โดยสั่งอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางเข้าประเทศต่อนาย Aleksey Rtishchev และนาย Aleksey Rtishchev หัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยป้องกันรังสี เคมี และชีวภาพของกองทัพรัสเซีย เนื่องจากมีบทบาทในการเคลื่อนย้ายและใช้อาวุธเคมีในพื้นที่ความขัดแย้ง นอกจากนี้ ยังมีการคว่ำบาตรสถาบันวิจัยด้านเคมีประยุกต์ของรัสเซียที่จัดหาอาวุธชนิดระเบิดควัน RG-Vo ให้แก่กองทัพรัสเซีย ซึ่งรัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่าได้ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธในสงครามอย่างขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี

อาเซียนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาทะเลจีนใต้ด้วยความรอบคอบ

ในการประชุม รมว.กต.อาเซียนกับ รมว.กต.จีน (Post Ministerial Conferences-PMC) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 10 ก.ค.68 ซึ่งนายหวังอี้ รมว.กต.จีน เข้าร่วม   อาเซียนได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในประเด็นในทะเลจีนให้มีความรอบคอบในการบริหารจัดการสถานการณ์ดังกล่าวที่มีความละเอียดอ่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงผลกระทบต่อความมั่นคงและการค้าโลกในพื้นที่ทะเลจีนใต้ พร้อมกันนี้ ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะสรุปการเจรจาเกี่ยวกับประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้(Code of Conduct on South China Sea-COC) ที่มีประสิทธิภาพและมีเนื้อหาที่ครอบคลุม ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

รมว.กต. ลาว เวียดนาม กัมพูชา เห็นพ้องสานต่อความร่วมมือ

ผลการพบหารือไตรภาคีระหว่าง รมว.กต.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา มี รมว.กต.ลาว เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเช้า นอกรอบการประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 58 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 9 ก.ค.68 ทั้งสามฝ่ายกล่าวชื่นชมมิตรภาพ การพัฒนา และความร่วมมือดั้งเดิมระหว่างกลุ่มประเทศอินโดจีน พร้อมกับทบทวนผลการประชุมระหว่าง จนท.ระดับสูง รวมถึงการประชุมสุดยอดผู้นำไตรภาคี เมื่อ ก.พ.และ พ.ค.68 เพื่อนำผลการพูดคุยดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โอกาสนี้ ทั้งสามฝ่ายเห็นพ้องจะสนับสนุนและส่งเสริมข้อริเริ่มร่วมกัน อาทิ การป้องกันประเทศ ความมั่นคง การบูรณาการทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนข่าวสาร การสนับสนุนซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ และคาดหวังว่าทั้งสามฝ่ายจะรักษามิตรภาพเพื่อประโยชน์ของประชาชน