จีนเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ เป็นร้อยละ 125

นสพ.Global Times และ สนข.Reuters รายงานเมื่อ 11 เม.ย.68 ว่า คณะกรรมาธิการด้านภาษีศุลกากรแห่งคณะรัฐมนตรีจีน (Customs Tariff Commission of the State Council) ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ จากร้อยละ 84 เป็นร้อยละ 125 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 เม.ย.68 เพื่อตอบโต้หลังจากสหรัฐฯ เพิ่มอัตราภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนเป็นร้อยละ 145 พร้อมทั้งระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่สินค้าจากสหรัฐฯ จะขายได้ในจีนจากอัตราภาษีที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับจีนในปัจจุบัน และจีนจะไม่สนใจมาตรการภาษีของสหรัฐฯ อีกต่อไปหากสหรัฐฯ ยังคงขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าจีน ด้าน กค.จีนระบุว่า การที่สหรัฐฯ ขึ้นอัตราภาษีสินค้าจีนสูงจนเกินไปทำให้กลายเป็นเพียงเกมตัวเลข ไม่มีความหมายทางเศรษฐกิจ ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งและบีบบังคับ

ผู้นำอาเซียนเตรียมเยือนสหรัฐฯ หารือมาตรการภาษีตอบโต้

ดาโต๊ะ ซรี เติงกู ซาฟรูล อับดุล อาซิซ รมว.การลงทุน การค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซียให้สัมภาษณ์กับ สนข.CNBC เมื่อ 11 เม.ย. 68 ว่า ผู้นำอาเซียนทุกประเทศเห็นพ้องที่จะเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ถึงกรณีมาตรการภาษีตอบโต้ ตามที่มาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนได้ยื่นคำร้องขอจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอยืนยันกำหนดการจากสหรัฐฯ

ราคาไข่ไก่ในสหรัฐฯ เมื่อ มี.ค.68 สูงเป็นประวัติการณ์

สนข.เอพีรายงานเมื่อ 11 เมื่อ เม.ย.68 ว่า ราคาไข่ไก่ในสหรัฐฯ เมื่อ มี.ค.68 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 6.23 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 โหล เมื่อเทียบกับห้วง ม.ค.และ ก.พ.68 ที่ราคาไข่ไก่อยู่ที่ 4.95 ดอลลาร์สหรัฐ และ 5.90 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ อีกทั้งยังไม่มีแนวโน้มที่ราคาจะลดลง เพราะมีความต้องการสูงช่วงเทศกาลอีสเตอร์ใน 20 เม.ย.68    การระบาดของไข้หวัดนกเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาไข่ในสหรัฐฯ สูงขึ้น เพราะกำจัดแม่ไก่ไข่ไปแล้วกว่า 30 ล้านตัว พื่อสกัดการแพร่ระบาด ทั้งนี้ กษ.สหรัฐฯ ระบุว่า เมื่อ 1 มี.ค.68 มีแม่ไก่ไข่เหลืออยู่ประมาณ 285 ล้านตัวในประเทศ ลดลงจากช่วงก่อนไข้หวัดนกระบาดที่เคยมีมากกว่า 315 ล้านตัว และมีการกำจัดสัตว์ปีกเพียง 2.1 ล้านตัวเมื่อ มี.ค.68 กับทั้งไม่มีรายงานการระบาดในฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แต่อย่างใด

อาเซียน+3 ส่งข้าวจากองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินฯ เพื่อช่วยเหลือเมียนมา

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย รายงานเมื่อ 11 เม.ย.68 ว่า สภาองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve-APTERR) ได้อนุมัติข้าวจำนวน 3,500 ตัน เมื่อ 5 เม.ย.68 เพื่อให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินและบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมให้แก่เมียนมา หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว ภายใต้โครงการสำรองข้าวฉุกเฉินรูปแบบ 3 (Tier 3) ซึ่งเป็นการให้เปล่ากรณีเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน ความช่วยเหลือในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนข้าวจากจีนจำนวน 500 ตัน และเกาหลีใต้ จำนวน 3,000 ตัน ที่เก็บไว้ที่กรุงย่างกุ้ง เมียนมา และข้าวดังกล่าวได้ถูกจัดส่งไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงแล้ว ทั้งนี้ APTERR เป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ความตกลง APTERR ในการประชุมรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 11 เมื่อปี 2554 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค

สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนรวมร้อยละ 145

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 10 เม.ย. 68 เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนรวมทั้งหมดในอัตราร้อยละ 145 โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากจีนที่ร้อยละ 125 เมื่อ 9 เม.ย. 68 แต่อัตราภาษีดังกล่าวยังไม่รวมกับการเรียกเก็บภาษีจากจีนในอัตราร้อยละ 20 เพื่อลงโทษจีนที่ไม่ได้แก้ไขปัญหาการลักลอบค้ายาเฟนทานิลจากจีนสู่สหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อต้น ก.พ. 68 ส่งผลให้ขณะนี้อัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ เรียกเก็บรวมจากจีนอยู่ที่ร้อยละ 145 และดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงลงมามากกว่า 1,000 จุด หรือประมาณร้อยละ 2.5 ส่วนดัชนี S&P 500 ลดลงร้อยละ 3.5 ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ลดลงมากกว่าร้อยละ 4

กัมพูชาร่วมมือกับจีนเตรียมพัฒนาโรงกลั่นน้ำมันแห่งแรก

นสพ. Khmer Times รายงานเมื่อ 10 เม.ย.68 ว่า กัมพูชาเตรียมร่วมมือกับบริษัท Guanzun Energy Investment จำกัด ของจีน เพื่อพัฒนาโครงกลั่นน้ำมันแห่งแรกของประเทศ ใน จ.กัมปอต บนพื้นที่ประมาณ 1,500 ไร่ มูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองรับการกลั่นน้ำมัน 10 ล้านตันต่อปี การพัฒนาโครงการดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ใช้เวลาประมาณ 18 เดือน เป้าหมายสร้างโรงกลั่นที่มีกำลังผลิตน้ำมัน 5 ล้านตันต่อปี (ลงทุน 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนระยะที่ 2 ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ทั้งนี้ โครงการโรงกลั่นน้ำมันช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของกัมพูชา ตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของการกลั่นน้ำมันในประเทศ โดยคาดว่า ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและน้ำมันของกัมพูชาจะเพิ่มจาก 2.8 ล้านตันเมื่อปี 2563 เป็น 4.8 ล้านตันในปี 2573

ออสเตรเลียเริ่มเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป

นายดอน ฟาร์เรล รมว.กระทรวงการค้าของออสเตรเลีย หารือกับนาย Maros Sefcovic กรรมาธิการยุโรปด้านความมั่นคงทางการค้าและเศรษฐกิจ ผ่านระบบประชุมทางไกล เมื่อ 9 เม.ย.68 เกี่ยวกับการกลับมาเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement-FTA) ออสเตรเลีย-สหภาพยุโรป (EU) หลังการเจรจาเมื่อปี 2566 ล้มเหลว เนื่องจากขัดแย้งกันในประเด็นการเข้าถึงสินค้าเกษตรออสเตรเลีย โดยการหารือครั้งนี้เป็นไปในเชิงบวก แต่เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้นและจะเจรจาอีกครั้งหลังออสเตรเลียเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไปใน 3 พ.ค.68 ทั้งนี้ ยุโรปเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 3 ของออสเตรเลีย รองจากจีนและญี่ปุ่น และออสเตรเลียส่งออกไปยัง EU ประมาณร้อยละ 20 มากกว่าสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 5 ท่าทีของออสเตรเลียมีขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทางเศรษฐกิจจากนโยบายการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ และหลังนายริชาร์ด มาร์ลส์ รอง นรม.และ รมว.กห.ออสเตรเลีย ปฏิเสธข้อเสนอของนาย Xiao Qian ออท.จีน ณ กรุงแคนเบอร์รา ที่เรียกร้องให้ออสเตรเลียร่วมมือกับจีนดำเนินมาตรการตอบโต้การขึ้นภาษีของสหรัฐฯ โดยออสเตรเลียจะมุ่งกระจายตลาดการค้าให้หลากหลายมากขึ้นกับอินโดนีเซีย อินเดีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เกาหลีใต้และซีเรียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ

กต.เกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ เมื่อ 11 เม.ย.68 ว่า ในการพบหารือระหว่างนายโช แท-ย็อล รมว.กต.เกาหลีใต้ กับนาย Asaad al-Shaibani รมว.กต.ซีเรีย ที่กรุงดามัสกัส เมื่อ 10 เม.ย.68 (ตามเวลาซีเรีย) ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เกาหลีใต้คาดหวังว่า การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจะส่งเสริมความร่วมมือกับซีเรีย โดยเกาหลีใต้จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม เพื่อสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูประเทศ รวมถึงเสนอบทบาทของภาคเอกชนเกาหลีใต้ในภาคส่วนดังกล่าว ขณะที่นาย al-Shaibani ร้องขอให้เกาหลีใต้สนับสนุนการบรรเทามาตรการคว่ำบาตรต่อซีเรีย  ทั้งนี้ การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับซีเรีย ทำให้เกาหลีใต้มีความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 191 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ (ไม่รวมเกาหลีเหนือ) ที่ผ่านมา เกาหลีใต้พยายามพัฒนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศที่ใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือ เช่น คิวบา เมื่อปี 2567

เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ทำแผนการรบฉบับใหม่เพื่อรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

สนข. Yonhap รายงานเมื่อ 10 เม.ย.68 อ้างแถลงการณ์ของ พล.อ. Xavier Brunson ผบ.กองกำลังทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (U.S. Forces Korea-USFK) ต่อคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่า เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ลงนามในแผนการรบเต็มรูปแบบ (OPLAN) ฉบับใหม่เมื่อปี 2567 ภายใต้ชื่อ OPLAN 5022 แทนแผน OPLAN 5015  โดยแผนฉบับใหม่มีจุดประสงค์เตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ เฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกาหลีเหนือมีขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและอาวุธทำลายล้างสูงที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ใช้แผนดังกล่าวในการซ้อมรบร่วมเพื่อปรับแผนทางทหารให้สมบูรณ์และเพิ่มความสามารถในการปฏิบัติการร่วมระหว่างกำลังผสมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ (Combined Force Command-CFC) นอกจากนี้ พล.อ. Brunson ย้ำการคงกองกำลังทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาค

จีนพร้อมพูดคุยกับสหรัฐฯ แต่ก็พร้อมตอบโต้จนถึงที่สุด

โฆษก พณ.จีน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อ 10 เม.ย.68 ในประเด็นการเจรจากับสหรัฐฯ เรื่องภาษีศุลกากร โดยพร้อมเสมอหากสหรัฐฯ ต้องการพูดคุย แต่จะต้องบนพื้นฐานของความเท่าเทียมและการเคารพซึ่งกันและกัน แต่หากสหรัฐฯ ต้องการสู้ จีนก็จะต่อสู้อย่างถึงที่สุด ซึ่งแนวทางกดดัน ข่มขู่ หรือบีบบังคับไม่ใช้วิถีทางที่ถูกต้องที่จะใช้กับจีน ขณะที่โฆษก กต.จีนระบุว่า จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นและจะไม่ยอมรับพฤติกรรมเอาแต่ใจและระรานผู้อื่น หากสหรัฐฯ ต้องการพูดคุยกันอย่างแท้จริง ควรแสดงทัศนคติที่แสดงออกถึงการเคารพ เท่าเทียม และต่างตอบแทน แต่หากสหรัฐฯ เพิกเฉยต่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ รวมทั้งยืนยันที่จะยั่วยุด้วยมาตรการภาษีและสงครามการค้า จีนก็จะตอบโต้จนถึงที่สุด