รอง นรม.และ รมว.กต.เมียนมา ร่วมการประชุมวาระพิเศษฉุกเฉินของ รมว.กต.อาเซียน จากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 ว่า อูตานซเว รอง นรม.และ รมว.กต.เมียนมา เข้าร่วมการประชุมวาระพิเศษฉุกเฉินของ รมว.กต.อาเซียน ต่อกรณีแผ่นดินไหวในเมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อ 30 มี.ค.68 และได้แสดงความขอบคุณต่อผู้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือครั้งนี้ รวมทั้งได้ชี้แจงการดำเนินการของสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ในการบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหว และประกาศภาวะฉุกเฉินในประเทศทันทีในวันที่เกิดภัยพิบัติ เมื่อ 28 มี.ค.68 ปัจจุบัน SAC ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยจัดหาน้ำดื่ม อาหาร และที่พักชั่วคราวให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูกับระบบขนส่งและระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า เมียนมายังต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนในด้านการค้นหาผู้ประสบภัย การจัดที่พักพิงชั่วคราว การรักษา โดยพร้อมอำนวยความสะดวกในการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังผู้ได้รับผลกระทบ

ทั่วโลกจับตามาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ใน 2 เม.ย.68

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ใน 2 เมษายน 2568 เพื่อรักษาดลุการค้าสหรัฐฯ และส่งสัญญาณให้ประเทศคู่ค้าพิจารณาปรับนโยบายการค้าให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาวอเมริกันมากขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์เรียกการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าครั้งนี้ว่าเป็น “Liberation Day” ของชาวอเมริกัน เพราะชาวอเมริกาจะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ที่ทำให้ชาวอเมริกันไม่ต้องอยู่ภายใต้นโยบายที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป และคาดว่าการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอย่างน้อยร้อยละ 10 จะช่วยเพิ่มตำแหน่งงานในสหรัฐฯ มากขึ้นเกือบ 3 ล้านตำแหน่ง

ปัญหาข้อมูลสำคัญของรัฐบาลรั่วไหล กระทบความน่าเชื่อถือรัฐบาลสหรัฐฯ 

กรณีข้อมูลทางการทหารของสหรัฐฯ รั่วไหลที่เกิดจากการใช้แอฟพลิเคชัน Signal ส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและเป็นเอกสารลับเกี่ยวกับปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ในเยเมน โดยไม่ระมัดระวัง ทำให้พันธมิตรหลายประเทศกังวลกับความปลอดภัยในการสื่อสารกับรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้นำหลายประเทศประเมินว่ากรณีดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรงและควรเป็นบทเรียนสำคัญของประเทศต่าง ๆ และไม่ควรมีความผิดพลาดซ้ำ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง การทหาร และความไว้วางใจระหว่างกัน

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เยือนเอเชียครั้งแรก เริ่มที่ฟิลิปปินส์

นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เริ่มการเยือนภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0 โดยเริ่มจากการเยือนฟิลิปปินส์ใน 28 มีนาคม 2568 เชื่อว่าประเด็นสำคัญในการเยือนครั้งนี้คือการเน้นย้ำบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ค้ำประกันความมั่นคงในภูมิภาค และเตือนประเทศต่าง ๆ ให้ระวังภัยคุกคามจากการขยายอิทธิพลของจีน คู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ

ผู้นำรัฐรอบอ่าวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยต่อเหตุแผ่นดินไหวในไทยและเมียนมา

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานของซาอุดีอาระเบีย มกุฏราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน นรม.ซาอุดีอาระเบีย เชค มิชอัล อัลอะห์มัด อัลญาบิร อาลเศาะบาฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต และเชค ตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อาลษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ทรงมีพระราชสาส์นเมื่อ 29 มี.ค.68 แสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง ไปยังพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว  รวมทั้งทรงแสดงความเสียพระทัยต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ตลอดจนทรงอวยพรให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็ว นอกจากนี้ เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ยังทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยไปยัง พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมาด้วย ขณะที่ กต.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และ กต.บาห์เรน ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อรัฐบาลและประชาชนไทยและเมียนมา ตลอดจนผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและเมียนมา พร้อมทั้งอวยพรให้ผู้บาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็วเช่นกัน

จีนส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปยังทะเลจีนใต้ก่อน รมว.กห.สหรัฐฯ เยือนฟิลิปปินส์

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 28 มี.ค.68 อ้างข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ว่า จีนส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 จำนวน 2 ลำ เข้าไปบินลาดตระเวนบริเวณสันดอนสกาห์โบโรห์ในทะเลจีนใต้ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงกำลังในการอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ก่อนที่นาย Pete Hegseth รมว.กห.สหรัฐฯ จะเยือนฟิลิปปินส์ ซึ่งนาย Peter Layton นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค สถาบัน Griffith Asia Institute ของออสเตรเลียให้ความเห็นว่า จีนทยอยเพิ่มการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 เข้าไปในพื้นที่ทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการแสดงการมีอยู่ของกองทัพจีนในพื้นที่

อาเซียนจัดประชุม รมว.กต.วาระพิเศษ หารือการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่เมียนมา

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมการประชุม รมว.กต.อาเซียน วาระพิเศษ ว่าด้วยผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่เมียนมา (Special Emergency Meeting of ASEAN Foreign Ministers in the aftermath of the earthquake in Myanmar) ผ่านระบบออนไลน์ เมื่อ 30 มี.ค.68 เพื่อหารือเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมของอาเซียนต่อเมียนมา ภายหลังเหตุแผ่นดินไหวที่เมียนมาเมื่อ 28 มี.ค.68 โดยอาเซียนยืนยันจะสนับสนุนความพยายามในการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟูผ่านศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) ตามลำดับความสำคัญที่เมียนมาเป็นผู้กำหนด

ไต้หวันประกาศนโยบายยกระดับระบบสาธารณสุขสู่การเป็นต้นแบบระดับภูมิภาค

โฆษก ครม. ไต้หวันแถลงเมื่อ 28 มี.ค.68 ว่า ไต้หวันประกาศนโยบายสาธารณสุขมูลค่า 48,900 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (14,800 ดอลลาร์สหรัฐ) ภายใต้แผนส่งเสริมสุขภาพไต้หวัน เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขไต้หวัน สู่การเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยการสนับสนุนการแก้ไขปัญหา พัฒนาความยืดหยุ่นและครอบคลุมของระบบสาธารณสุขท้องถิ่น และการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม  นโยบายดังกล่าวมุ่งสนับสนุนบุคลากรและการวิจัยทางการแพทย์ในระยะ 5 ปี ด้วยการปรับปรุงสภาพการทำงาน ส่งเสริมแนวคิดรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืน ปฏิรูปการศึกษาและสายอาชีพ เพื่อขยายประเภทของแพทย์เฉพาะทาง เพิ่มอัตราแพทย์และพยาบาลด้านการดูแลวิกฤต และเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินกิจการของโรงพยาบาลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

รมว.กห.สหรัฐฯ มุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับญี่ปุ่นเพื่อป้องปรามจีน

สนข.NHK รายงานเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ เยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยเข้าร่วมพิธีรำลึกสงครามบนเกาะอิโวโตะในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นสถานที่สู้รบสำคัญระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และพบหารือกับนายนากาทานิ เก็น รมว.กห.ญี่ปุ่น ซึ่ง รมว.กห.สหรัฐฯ มุ่งกระชับความร่วมมือด้านการทหารระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านการจัดตั้งกองบัญชาการร่วมในญี่ปุ่น การฝึกร่วม การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางทหาร โดยเฉพาะด้านไซเบอร์และอวกาศ เพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งรวมถึงบริเวณช่องแคบไต้หวัน

บริษัทอินเดียคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ

เว็บไซต์ The Hindustan times เปิดเผยเมื่อ 27 มี.ค.68 อ้างรายงานของ MoneyControl ทีี่คาดการณ์ว่าบริษัทเอกชนอินเดียจะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์และอะไหล่ของสหรัฐฯ จากร้อยละ 2.5 เป็นร้อยละ 25 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 เม.ย.68 อาทิ Tata Motors, Eicher Motors, Sona BLW และ Samvardhana Motherson รวมทั้งบริษัท Jaguar Land Rover (บริษัทในเครือของ Tata Motors) และบริษัท Eicher Motors ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ Royal Enfield ที่อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกรถจักรยานยนต์รุ่น 650cc นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่มีความเสี่ยง ได้แก่ Bharat Forge, Sansera Engineering Ltd, Suprajit Engineering และ…