ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างว่าได้หารือกับประธานาธิบดีจีน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 10 ก.พ.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง  เมื่อ 20 ม.ค.68 ซึ่งเป็นวันที่ประธานาธิบดีทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด พร้อมทั้งอ้างว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นำจีน แต่ทําเนียบประธานาธิบดีสหัฐฯ และ กต. จีนไม่ได้แสดงท่าทีต่อการของประธานาธิบดีทรัมป์ในทันที อีกทั้งประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ไม่รีบร้อนที่จะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเพื่อคลี่คลายสงครามการค้าครั้งใหม่ระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ การพูดคุยระหว่างสองผู้นำยังถูกมองว่ามีความสําคัญต่อการผ่อนคลาย การขึ้นภาษีการค้า  รวมทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมานานเกี่ยวกับความแตกต่างในเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ ประเด็นไต้หวัน ประเด็นฮ่องกง สิทธิมนุษยชน และต้นกําเนิดของโควิด-19

อาเซียนเตรียมยกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA)

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย รายงานเมื่อ 9 ก.พ.68 ว่า การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนว่าด้วยเรื่องความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement-ATIGA) ผ่านระบบออนไลน์ เมื่อ 7 ก.พ.68 หารือถึงความคืบหน้าในการเจรจายกระดับ ATIGA ที่มีการเจรจาเสร็จสิ้นไปแล้วร้อยละ 89 ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น การปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง การปฏิบัติพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท และกลไกการระงับข้อพิพาท โดยได้เร่งรัดให้คณะกรรมการเจรจาการค้าสรุปการหารือในประเด็นที่ยังคงค้างให้แล้วเสร็จภายใน 31 มี.ค.68 และมีเป้าหมายให้มีการลงนามในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนใน พ.ย.68 ทั้งนี้ อาเซียนมุ่งมั่นที่จะยกระดับให้ ATIGA เป็นข้อตกลงที่ทันสมัย ครอบคลุม และตอบสนองต่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศให้ 9 ก.พ. 68 เป็นวันอ่าวอเมริกา

สนข. New York Post รายงานเมื่อ 9 ก.พ. 68 ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามคำสั่งประกาศให้ 9 ก.พ. 68 เป็น วันอ่าวอเมริกา ขณะที่เครื่องบิน Air Force One ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ใช้เดินทางไปชมการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล Super Bowl ประจำปี 2568 ที่รัฐนิวออร์ลีนส์ บินอยู่เหนืออ่าวดังกล่าว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อ 20 ม.ค. 68 ในการเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกา กับทั้งให้ รมว.มท.สหรัฐฯ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทที่ให้บริการแผนที่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อย่าง Google Map และ Apple Map ปรับปรุงข้อมูลให้สอดคล้องกับปัจจุบันและอยู่บนพื้นฐานของการรักษาผลประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวของสหรัฐฯ ที่เป็นแหล่งทรัพยากรด้านพลังงานที่ความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในอินโด-แปซิฟิก

เว็บไซต์ กต.ญี่ปุ่น เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ภายหลังการหารือระหว่าง นรม.อิชิบะ ชิเกรุ ของญี่ปุ่น และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เมื่อ 7 ก.พ.68 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ว่า  จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารระหว่างกัน เพื่อย้ำถึงการเป็นพันธมิตรสำคัญ รวมทั้งเป็นเสาหลักด้านความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก  สหรัฐฯ จะป้องกันการกระทำที่คุกคามญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมถึงพื้นที่พิพาทหมู่เกาะเซ็งกากุ ด้วยการใช้ทุกวิธีการอย่างเต็มรูปแบบรวมถึงการใช้นิวเคลียร์ แถลงการณ์ยังระบุถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการผลิต พัฒนายุทโธปกรณ์ เทคโนโลยีทางการทหาร วิทยาศาตร์ ความร่วมมือด้านการบินและอวกาศ อาทิ ภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ (โครงการ Artemis) รวมถึงการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงไซเบอร์ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบคลาวด์ (Cloud) ที่ปลอดภัย

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมเป็นร้อยละ 25

สนข. รอยเตอร์สรายงานเมื่อ 10 ก.พ. 68 ว่า ประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้ารอบใหม่ โดยจะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมเป็นร้อยละ 25 รวมทั้งเตรียมออกมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariffs) ประเทศที่ขึ้นภาษีสินค้าที่ส่งออกจากสหรัฐฯ ใน 11 หรือ 12 ก.พ.68 เพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ทันทีที่มีการประกาศ ทั้งนี้ แหล่งนำเข้าเหล็กกล้าสำคัญอันดับ 1 ของสหรัฐฯ คือ แคนาดา รองลงมา ได้แก่ บราซิล เม็กซิโก เกาหลีใต้ และเวียดนาม  การออกมาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมโลหะภายในประเทศ และกดดันให้ทั้งแคนาดา และเม็กซิโกยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยด้านความมั่นคงบริเวณพรมแดน กับทั้งประธานาธิบดีทรัมป์ อาจใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้กับรถยนต์ที่นำเข้าจากยุโรปอีกด้วย

เรือบรรทุกน้ำมันของจีนเกยตื้นที่แคว้น Sakhalin ด้านตะวันออกของรัสเซีย

สนข. Tass ของรัสเซียรายงานเมื่อ 9 ก.พ. 68 ว่า เกิดอุบัติเหตุเรือขนสินค้าสัญชาติจีนชื่อ An Yang 2 ซึ่งบรรทุกน้ำมัน ถ่านหิน และน้ำมันเครื่อง ปริมาณรวมกว่า 1,760 ตัน เกยตื้นบริเวณนอกชายฝั่งแคว้น Sakhalin เนื่องจากคลื่นลมแรง กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียระบุว่า ลูกเรือทั้งหมด 20 คนเป็นชาวจีน ปลอดภัย มีน้ำและอาหารเพียงพอระหว่างรอการช่วยเหลือจากรัฐบาลรัสเซีย อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเรือที่เกยตื้นได้ เนื่องจากสภาพอากศยังเลวร้าย ทั้งนี้ กรมเจ้าท่ารัสเซียรายงานว่า ตัวเรือมีความเสียหายสองแห่ง แต่ยังไม่มีการรั่วไหลของน้ำมัน

กห.ไต้หวันห้ามบุคลากรในกองทัพใช้งาน generative AI

สนข.Taipei Times รายงานเมื่อ 10 ก.พ.68 ว่า กห.ไต้หวันมีคำสั่งห้ามบุคลากรของกองทัพนำข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลของกองทัพ และข้อมูลที่จำกัดการเข้าถึง เข้าสู่ ChatGPT, Gemini, DeepSeek, generative AI อื่น ๆ รวมถึง Trustworthy Artificial Intelligence Dialogue Engine (TAIDE) และ ANILA ของไต้หวัน เนื่องจากการใช้งาน AI อย่างขาดความรอบคอบอาจทำให้ข้อมูลทางทหารที่มีชั้นความลับรั่วไหล เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา ขณะเดียวกันยังมีคำสั่งห้ามใช้ generative AI ในการผลิตเอกสารราชการ กิจกรรมผิดกฎหมาย หรือก่อกวนความสงบในสังคม โดยผู้ที่ทำให้ข้อมูลทางทหารรั่วไหลหรือทำให้ชื่อเสียงของกองทัพเสื่อมเสียจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้นำสหรัฐฯ สนับสนุนการปฏิรูประบบราชการ เดินหน้า DOGE  

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันเมื่อ 10 ก.พ.68 สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานใหม่ หรือ Department of Government Efficiency (DOGE) ที่มีนาย Elon Musk เป็นผู้นำ เพื่อปฏิรูประบบราชการสหรัฐฯ ให้มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และคุ้มค่างบประมาณ โดยกล่าวชื่นชมการทำงานของนาย Musk ที่ทุ่มเทอย่างมากกับการดำเนินงานตรวจสอบและทบทวนงบประมาณที่ให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการดำเนินงานของนาย Musk ตกเป็นกระแสวิจารณ์ว่าละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ไม่โปร่งใสและอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่านาย Musk ไม่ได้ผลประโยชน์ส่วนตัวจากเรื่องนี้ และเร็ว ๆ นี้ DOGE จะได้รับอนุญาตให้ตรวจสอบการดำเนินงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐไม่มีการคอร์รัปชัน หรือใช้งบประมาณโดยไม่เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกัน

สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมร้อยละ 25 กับทุกประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 10 ก.พ.68 ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าจะเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากต่างประเทศ ร้อยละ 25 ซึ่งมาตรการนี้จะใช้กับทุกประเทศ รวมทั้งจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มอีก หากพบว่ามีประเทศใดใช้นโยบายภาษีกีดกันสินค้าจากสหรัฐ โดยจะเผยแพร่รายละเอียดใน 11-12 ก.พ.68 ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กร้อยละ 25 และอะลูมิเนียมร้อยละ 10 จากแคนาดา เม็กซิโก และบราซิล เมื่อดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยแรกเมื่อปี 2561 ขณะที่มาตรการใหม่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ในเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้และเวียดนาม ที่ส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมให้สหรัฐฯ จำนวนมากเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องบิน การผลิตน้ำมันและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ ส่วนไทย เมื่อปี 2567 ส่งออกเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ไปสหรัฐฯอันดับที่ 11 มูลค่า 1,205.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 40,000 ล้านบาท

ผู้นำสหรัฐฯ ระงับความช่วยเหลือแอฟริกาใต้ และจะไม่ส่ง รมว.กต.ร่วมการประชุม G20

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งผู้บริหาร (executive order) เมื่อ 9 ก.พ.68 ระงับความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแก่แอฟริกาใต้ เพื่อลงโทษแอฟริกาใต้ 3 เรื่อง ได้แก่ การฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และกล่าวหาอิสราเอลว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิหร่าน และออกฎหมายบริหารจัดการที่ดินในประเทศแบบใหม่ เมื่อ 25 มค..68 ที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน โดยเฉพาะการเลือกปฏิบัติต่อคนผิวขาว เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวอนุญาตให้รัฐบาลแอฟริกาใต้ยึดคืนที่ดินได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หากการยึดคืนที่ดินนั้นเป็นผลประโยชน์ต่อชาติและสาธารณะ เพื่อให้เอื้อต่อการปฏิรูปประเทศ