ญี่ปุ่นมีแผนพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลและขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงในปีงบประมาณ 2568

นสพ. Mainichi Shimbun รายงานเมื่อ 18 ธ.ค.67 อ้างแหล่งข่าวในญี่ปุ่นเมื่อ 17 ธ.ค.67 ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 (1 เม.ย.68-31 มี.ค.69) จำนวน 19,800 ล้านเยน (ประมาณ 4,355 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาและผลิตขีปนาวุธพิสัยไกล ในจำนวนนี้ใช้สำหรับพัฒนาขีปนาวุธแบบติดตั้งบนเรือ 16,800 ล้านเยน และแบบติดตั้งบนเรือดำน้ำ 3,000 ล้านเยน นอกจากนี้ จะจัดสรรงบประมาณอีกจำนวน 239,100 ล้านเยน (ประมาณ 52,535 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาและผลิตขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง โดยตั้งเป้าหมายให้มีความเร็วมากกว่า 5 มัค (ประมาณ 6,200 กม./ชม.) ทั้งนี้ การพัฒนาขีปนาวุธดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Strategy-NSS) ฉบับใหม่ ที่ญี่ปุ่นประกาศใช้เมื่อ ธ.ค.65

จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดสร้างวาทกรรมโจมตีการพัฒนากองทัพของจีน

นสพ.Global Times รายงานอ้างนายหลิน เจี้ยน โฆษก กต.จีน เมื่อ 19 ธ.ค.67 ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าว AFP โดยไม่พอใจรายงานของกห.สหรัฐฯ เรื่อง Military and Security development involving the PRC ที่เผยแพร่เมื่อ 18 ธ.ค.67 เกี่ยวกับแผนพัฒนากองทัพและพัฒนาการด้านความมั่งคงของทางการจีน โดยเห็นว่า รายงานดังกล่าวคล้ายกับรายงานครั้งก่อน ซึ่งมีความจริงเพียงเล็กน้อย และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพสิทธิของจีนในการพัฒนากองทัพเพื่อรักษาอำนาจอธิปไตย ยุติสร้างภาวะสงครามเย็น และเผยแพร่วิธีคิดแบบชี้นำต่อยุทธศาสตร์การพัฒนากองทัพของจีน รวมทั้งยุติการเผยแพร่รายงานที่ไม่มีความรับผิดชอบ เพราะอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน

ผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อ 18 ธ.ค.67 ว่า มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 4.25 – 4.50 ซึ่งเป็นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ 3 ติดต่อกัน เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในอัตราเป้าหมายร้อยละ 2  พร้อมประเมินว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวอย่างมั่นคง  อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงสูง  อย่างไรก็ดี แนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน   Fed ส่งสัญญาณจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 อีก  2 ครั้ง รวมร้อยละ 0.5 ในปี 2568

รมว.กต.มาเลเซียเข้าร่วมประชุมในประเด็นเมียนมาซึ่งจัดขึ้นที่ กทม.

กต.มาเลเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 ธ.ค.67 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซียจะเข้าร่วมการประชุมแก้ไขปัญหาเมียนมาผ่านกลไกผู้ประสานงานอาเซียน (ASEAN Troika) ที่ประกอบด้วย อินโดนีเซีย (ประธานอาเซียนปี 2566) ลาว (ประธานอาเซียนปี 2567) และมาเลเซีย (ประธานอาเซียนปี 2568)   การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการประสานงานและความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ประสานงานในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ รวมถึงทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยมาเลเซียจะนำเสนอแนวทางแก้ไขข้อขัดแย้งในเมียนมาในฐานะประธานอาเซียนในปี 2568 ต่อที่ประชุมด้วย

การส่งสัญญาณปรับนโยบายการลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ส่งผลต่อไต้หวัน

ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจทบทวนงบประมาณและนโยบายส่งเสริมการลงทุนในด้านอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ เพื่อดึงการลงทุนกลับประเทศมากขึ้น นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน ซึ่งไต้หวันได้ประโยชน์จากรัฐบัญญัติส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ (CHIPS and Science Act) ที่เริ่มใช้เมื่อปี 2565 อย่างไรก็ตาม ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ เคยแสดงความเห็นว่าความร่วมมือกับไต้หวันทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบ

ญี่ปุ่นห่วงกังวลกรณีจีนก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สนข. Japan News รายงานเมื่อ 18 ธ.ค.67 ว่า สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ของ กห.ญี่ปุ่น เผยแพร่รายงาน China Security Report 2025 เมื่อ 17 ธ.ค.67 กล่าวอ้างว่า จีนขยายอิทธิพลในประเทศโลกใต้ (Global South) เพิ่มขึ้นผ่านความร่วมมือทางทหาร และอยู่ระหว่างก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทางทหารในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และโอมาน  หากจีนสามารถจัดตั้งฐานทัพทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางได้สำเร็จ จะทำให้การแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในภูมิภาครุนแรงขึ้น

มาเลเซียจับกุมผู้ใช้งาน TikTok ที่หมิ่นประมาทสมเด็จพระราชาธิบดีและ นรม.

ตัน ศรี ราซารูดิน ฮูเซน ผบ.ตร.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 19 ธ.ค.67 ยืนยันการจับกุมนาย Rayyan Wong ผู้ใช้งาน TikTok บัญชี @ryanwong_5845 ในความผิดหมิ่นประมาทสมเด็จพระราชาธิบดีมาเลเซีย และ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ซึ่งเชื่อได้ว่ามีเจตนาสร้างความขุ่นเคืองและดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและความสามัคคีของประชาชนในชาติ สืบเนื่องจากการแสดงความคิดเห็นของนาย Wong ต่อร้านอาหารแห่งหนึ่งในรัฐยะโฮร์ที่ใช้รับรองสมเด็จพระราชาธิบดีและ นรม.อันวาร์ ว่าไม่มีใบอนุญาตฮาลาล แต่ในความเป็นจริงร้านอาหารดังกล่าวมีใบอนุญาตฮาลาลตามกฎหมาย

เวียดนามเปิดงานแสดงยุทโธปกรณ์ที่ผลิตได้ในประเทศประจำปี 2567

ถ้อยแถลงของนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม ในพิธีเปิดงานงานแสดงยุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันประเทศนานาชาติ ประจำปี 2567 ณ กรุงฮานอย ระหว่าง 19-22 ธ.ค.67 โดยมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชน และผู้ผลิต จัดแสดงกว่า 250 แห่ง ว่า เป็นโอกาสที่เวียดนามจะแบ่งปันความสำเร็จในการพัฒนาอาวุธ และขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน เช่น สหรัฐฯ จีน รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิหร่าน และอิสราเอล พร้อมย้ำหลักนิยมของเวียดนาม “4 ไม่” ได้แก่ ไม่เข้าร่วมพันธมิตรทางทหาร ไม่ร่วมมือกับประเทศใดเพื่อต่อต้านคู่ขัดแย้ง ไม่อนุญาตให้มีฐานทัพทหารต่างชาติหรือใช้ดินแดนของเวียดนามโจมตีประเทศอื่น และไม่ใช้กำลังคุกคามหรือบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เวียดนามจัดงานแสดงดังกล่าวครั้งแรกเมื่อปี 2565

รัสเซียระบุความมั่นคงระหว่างประเทศเสื่อมถอยเพราะประเทศตะวันตก

พล.อ. วาลารี เกราซิมอฟ ประธานคณะเสนาธิการทหารของรัสเซีย ระบุในการประชุม กห.รัสเซีย เมื่อ 18 ธ.ค.67 ว่า ความมั่นคงระหว่างประเทศกำลังเสื่อมถอย เนื่องจากตะวันตกนำโดยสหรัฐฯ พยายามครองอิทธิพลโลก และได้ออกจากข้อตกลงการควบคุมอาวุธ  สหรัฐฯ ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทั้งในตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและการทหารแก่ยูเครน และมีโครงสร้างพื้นฐานของเนโตใกล้ชายแดนรัสเซีย รัสเซียจึงต้องปรับปรุงหลักป้องปรามนิวเคลียร์ และตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม ด้วยการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง Oreshnik ที่เคยใช้โจมตีที่ตั้งอุตสาหกรรมการผลิตจรวด Yuzhmash plant ของยูเครนเมื่อ พ.ย.67

ชาวเวียดนามเสียทรัพย์สินจากการหลอกลวงทางออนไลน์ 744 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ห้วง ม.ค.-พ.ย.67

สนข.VNexpress International รายงานเมื่อ 17 ธ.ค.67 อ้างข้อมูลของสมาคมความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติเวียดนามว่า ชาวเวียดนามสูญเสียทรัพย์สินจากการหลอกลวงทางออนไลน์ห้วง ม.ค.-พ.ย.67 รวมมูลค่า 744 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการล่อลวงให้ลงทุน ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ ตร.  ศาล  หน่วยเก็บภาษี หรือธนาคารเพื่อให้เหยื่อโอนเงิน หรือใช้การมอบรางวัลหรือสิทธิพิเศษเพื่อลวงข้อมูลส่วนตัว รวมถึงการใช้เทคโนโลยี deep fake สร้างภาพ เสียง และการสนทนาที่น่าเชื่อถือเพื่อหลอกรับผลประโยชน์จากผู้เสียหาย