มาเลเซียเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำแรงงานที่มีทักษะในเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์

ดาโต๊ะ ซรี อะห์หมัด ซาฮิด ฮามีดี รอง นรม.มาเลเซีย กล่าวปาฐกถาเปิดศูนย์พัฒนาทักษะแรงงานรัฐยะโฮร์ (Johor Talent Development Council-JTDC) เมื่อ 4 พ.ย.67 ว่า รัฐยะโฮร์จะเป็นรัฐแรกของมาเลเซียที่เสนอค่าจ้างเริ่มต้น เป็นเงิน 4,000 ริงกิต (ประมาณ 30,935 บาท) สำหรับผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และ 5,000 ริงกิต (ประมาณ 38,669 บาท) สำหรับผู้ที่มีเอกสารรับรองวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ (JS-SEZ) เช่น การเงินและการธนาคาร เทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีเป้าหมายดึงดูดแรงงานมีทักษะให้เข้ามาทำงานใน JS-SEZ มากขึ้น และแก้ไขปัญหาแรงงานมีทักษะนิยมไปทำงานในสิงคโปร์ ซึ่งมีค่าจ้างสูงกว่าเท่าตัว

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีคะแนนนิยมใกล้เคียงกันมาก

รายงานผลสำรวจคะแนนนิยมของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 3 พ.ย.67 พบว่า รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนิยมนำอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อยู่เล็กน้อย ที่ร้อยละ 47.9 : 47 เช่นเดียวกับผลสำรวจของ Patriot Polling ที่รองประธานาธิบดีแฮร์ริสมีคะแนนนิยมนำอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ที่ร้อยละ  49 ต่อร้อยละ 48 ขณะที่ผลสำรวจของ AtlasIntel  อดีตประธานาธิบดีทรัมป์นำอยู่ที่ร้อยละ 50 : 48  ส่วนผลสำรวจของ Leger โดย The Newyork Post ผู้สมัครทั้งสองพรรคมีคะแนนนิยมเท่ากันที่ร้อยละ 49  ทำให้ปัจจัยชี้ขาดยังขึ้นอยู่กับผลการลงคะแนนใน swing states 7 รัฐ ที่ทั้ง 2 พรรคมีจำนวนฐานเสียงใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ชาวอเมริกันกว่า 77 ล้านคน ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งใน 5 พ.ย.67  หรือเกือบร้อยละ 50 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 160 ล้านคนของการเลือกตั้งเมื่อปี…

อินเดียแสดงท่าทีต่อกรณีสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรบริษัทอินเดีย

ถ้อยแถลงของนาย Randhir Jaiswal โฆษก กต.อินเดีย เมื่อ 2 พ.ย.67 ระบุว่า อินเดียกำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขกรณีสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรบริษัทอินเดีย จำนวน 19 แห่ง และชาวอินเดีย 2 คน ซึ่งอ้างว่าเกี่ยวข้องในการจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีให้กับรัสเซียที่ขัดแย้งกับยูเครน อินเดียมีกฎหมายและระเบียบที่เคร่งครัดต่อมาตรการส่งออกสินค้า รวมถึงยึดมั่นในการดำเนินนโยบายไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และครั้งนี้บริษัทอินเดียดังกล่าวก็ไม่ได้กระทำผิดระเบียบ อย่างไรก็ดี อินเดียจะปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมสินค้าส่งออกของบริษัทดังกล่าว

กัมพูชาปฏิเสธข่าวสารกรณีห้ามพลเมืองบางประเทศเข้ากัมพูชา

นสพ. Khmer Times รายงานเมื่อ 2 พ.ย.67 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกกรมตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา (GDI) ปฏิเสธกรณีมีข่าวสารว่ากัมพูชาปฏิเสธการออกวีซ่าให้แก่ชาวต่างชาติทั้งอินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย โดยยืนยันว่า GDI ไม่มีนโยบายการห้ามเข้าประเทศ แต่ GDI อาจปฏิเสธการเข้าเมืองของคนต่างชาติที่เข้ามาในกัมพูชาโดยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ หากอยู่ในกัมพูชาและพบการกระทำอันละเมิดผลประโยชน์หรือความสงบเรียบร้อยของสังคม ชาวต่างชาติดังกล่าวจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมือง 

สหรัฐฯ จะประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52s และเรือพิฆาตในตะวันออกกลาง

กห.สหรัฐฯ iระบุเมื่อ 1 พ.ย.67 ว่า จะประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52s เครื่องบินขับไล่ อากาศยานเติมเชื้อเพลิง และกองเรือพิฆาตในตะวันออกกลาง ตามแผนการปรับกำลังและยุทโธปกรณ์ทั่วโลกของสหรัฐฯ  ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบิน Abraham Lincoln จะออกจากภูมิภาคในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า โดยย้ำว่า หากอิหร่านและพันธมิตรหรือกลุ่มกองกำลังที่อิหร่านให้การสนับสนุน ใช้ห้วงเวลาดังกล่าวโจมตีเป้าหมายที่เป็นบุคลากรและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ จะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์และพลเรือนของสหรัฐฯ

ฮิซบุลลอฮ์โจมตีทางเหนืออิสราเอล มีผู้เสียชีวิตรวมแรงงานไทย

เมื่อ 31 ต.ค.67 กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนยิงจรวดประมาณ 90 ลูก โจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ซึ่งรวมการโจมตีที่เมือง Metula ติดพรมแดนเลบานอน ทำให้แรงงานชาวไทย 4 ราย และชาวอิสราเอล 1 ราย เสียชีวิต และโจมตีที่เมือง Haifa ทำให้ชาวอิสราเอลเสียชีวิต 2 ราย นับเป็นการโจมตีจากกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ที่ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่อิสราเอลยกระดับปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนเมื่อปลาย ก.ย.67 ทั้งนี้ ชาวอิสราเอลในเมือง Metula อพยพออกจากครัวเรือนตั้งแต่ ต.ค.66 เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและแรงงานภาคการเกษตร และเมื่อ 30 ก.ย.67 IDF ประกาศให้เมือง Metula เป็นพื้นที่ปิดทางทหาร โดยสั่งห้ามพลเรือนเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว และจะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารเท่านั้น

เรือบรรทุกชาวโรฮีนจาจากเมียนมาเข้าเทียบท่าที่ชายหาดใน จ.อาเจะฮ์ อินโดนีเซีย

สนข. Al Jazeera รายงานเมื่อ 31 ต.ค.67 ว่า เรือบรรทุกชาวโรฮีนจาจากเมียนมา จำนวน 96 คน เข้าเทียบท่าที่ชายหาดทางตะวันออกของ จ.อาเจะฮ์ บนเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ซึ่งรวมเด็ก 7 คน และมีศพผู้เสียชีวิต 6 ราย หน่วยงานท้องถิ่นของอินโดนีเซียกำลังก่อสร้างพื้นที่พักพิงชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือชาวโรฮีนกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ ห้วง ม.ค.66-มี.ค.67 มีชาวโรฮีนจาอพยพทางเรือไปขึ้นฝั่งที่ จ.อาเจะฮ์ มากกว่า 2,500 คน และระหว่าง 15-31 ต.ค.67 ประมาณ 300 คน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เรียกร้องให้อินโดนีเซียดูแล ช่วยเหลือ และรับประกันความปลอดภัยของชาวโรฮีนจากลุ่มดังกล่าว

กัมพูชาระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 31 ต.ค.67 ว่า สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวันเดียวกัน ระบุว่า ชาวกัมพูชามากกว่า 720,000 คน บริจาคเงินเข้ากองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน (BIDF) จำนวน 26,967,609 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการป้องกันและพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งจะนำเงินบริจาคดังกล่าวไปใช้ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน มุ่งเน้นถนนวงแหวน ทั้งนี้ พล.อ. Kim Bunthan รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธาน คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการเงินทุนอย่างโปร่งใส

อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประเด็นจีนหาเสียงเข้มข้นกว่ารองประธานาธิบดีแฮร์ริส

ความยิ่งใหญ่ของจีนที่ก้าวขึ้นมาท้าทายสหรัฐฯ ได้อย่างสง่างามในทุกวันนี้ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (พรรคเดโมแครต)  และรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส หยิบยกจีนขึ้นเป็นประเด็นหาเสียงกับชาวอเมริกันอยู่บ่อยครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนที่จะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ฯ คนที่ 47 ที่จะเริ่มบริหารประเทศในมกราคม 2568 จะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับจีน และจะไม่ยอมให้จีนก้าวเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 แทนที่สหรัฐฯ ตามความฝัน (Chinese Dream) ของจีนในปี 2592 ในวาระครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐฯ ใน 5 พฤศจิกายน 2567 อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประเด็นจีนหาเสียงกับชาวอเมริกัน บ่อยครั้ง และเป็นเชิงลบมาก ๆ  มากกว่ารองประธานาธิบดีแฮร์ริส อย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้โดนใจชาวอเมริกันที่เคยมีผลการสำรวจของ PEW ระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นว่าจีนเป็นศัตรูหรือคู่แข่งขัน และทัศนคตินี้ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในชาวอเมริกันที่นิยมพรรครีพับลิกัน  และหากย้อนกลับไปดูเมื่อครั้งอดีตประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศเมื่อปี 2560- 2564 โลกและภูมิภาคเอเชียของเราก็ปั่นป่วนเพราะสงครามการค้า (trade war) ที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ตอบโต้จีนเป็นการเฉพาะด้วยการเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน การกล่าวหาจีนของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในการหาเสียงครั้งนี้ มุ่งประเด็นที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งกับจีน หากต้องดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง เช่น จะปกป้องอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ…

มาเลเซียจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหาก อดีต ปธน.ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้ง

บทวิเคราะห์ของ ธนาคาร Oversea-China Banking Corporation-OCBC ระบุว่า  หากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลับมาดำรงตำแหน่ง มาเลเซียจะเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศทั้งหมด ในอัตราร้อยละ 10-20 และเฉพาะสินค้าจากจีน ในอัตราร้อยละ 60 ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญของมาเลเซีย ลำดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์ และจีน  ดังนั้น มาเลเซียต้องเตรียมรับมือด้วยการเพิ่มปริมาณการค้าในกลุ่มประเทศพันธมิตรหรือแสวงหาตลาดใหม่ทดแทน