จีนแพร่ภาพเรือรบไร้คนขับรุ่นใหม่

การซ้อมสวนสนามครั้งที่ 3 ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีที่ได้รับชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีชัยชนะเหนือญี่ปุ่น ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ปักกิ่ง ห้วงกลางดึก 23-เช้า 24 ส.ค.68 ปรากฏการเผยแพร่ภาพเรือรบขนาดเล็กไร้คนขับ (ความยาวประมาณ 15 ม.) ทาสีขาว เทา น้ำเงิน เพื่อพรางตัว ไม่มีเลขประจำเรือ โดยยังมีห้องบังคับการเรือสำหรับการปฏิบัติงานของ จนท.ทหาร บรรทุกมาบนรถลำเลียงขนาดใหญ่ เข้าร่วมในการซ้อมสวนสนามดังกล่าว ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการเผยแพร่ภาพเรือรบไร้คนขับของจีน ที่เป็นคนละรุ่นกับเรือรบไร้คนขับรุ่นวาฬเพชฌฆาต (Killer Whale) ที่เปิดตัวเมื่อปี 2567

กห.สหรัฐฯ สั่งปลด ผอ.DIA

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 24 ส.ค.68 ว่า นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ สั่งปลด พล.ท.Jeffrey Kruse ผอ.หน่วยข่าวกรองทหารสหรัฐฯ (Defense Intelligence Agency-DIA) จากกรณีการรั่วไหลของรายงานประเมินที่ผิดพลาดเกี่ยวกับความเสียหายในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อ มิ.ย.68 ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โต้แย้งผลการประเมินดังกล่าวอย่างรุนแรง และกล่าวหาว่าเป็นความพยายามบ่อนทำลายภาพลักษณ์ความสำเร็จของปฏิบัติการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ

เมียนมาได้รับการสนับสนุนจากไทยในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังไฟป่า

เมียนมาได้รับการสนับสนุนจากไทยในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฝ้าระวัง (Surveillance War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า ปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดย นายมงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ ออท.ไทย ประจำเมียนมา พร้อมคณะผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ ได้ส่งมอบและติดตั้งระบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อ 15 ส.ค.68 ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการแห่งที่ 3 ที่ไทยช่วยเหลือเมียนมาจาก ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก และ จ.เกาะสอง เพื่อเสริมศักยภาพของเมียนมาในการติดตามจุดความร้อนจากดาวเทียม ไฟป่า อนุภาคในอากาศ และข้อมูลสภาพอากาศได้แบบ Real-time และแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน

ญี่ปุ่นเตรียมต้อนรับการเยือนของ นรม.อินเดีย

กต.ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ส.ค.68 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยินดีต้อนรับนายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย ในโอกาสที่นายโมดิจะเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการระหว่าง 29-30 ส.ค.68 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นคาดหวังให้การเยือนครั้งนี้ช่วยกระชับความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในห้วงการเยือนดังกล่าว นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น และนายโมดิ จะประชุมและหารือระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ และทั้งสองคนจะเยือน จ.มิยากิ ร่วมกัน ทั้งนี้ การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 8 ของนายโมดิ ในฐานะ นรม.อินเดีย และเป็นการพบหารือกับนายอิชิบะเป็นครั้งที่ 2 นับแต่นายอิชิบะดำรงตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น

จีนเรียกร้องให้ยุติการปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมต่อชาวจีนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ

โฆษก กต.จีน ระบุเมื่อ 22 ส.ค.68 กรณีมีรายงานว่า นศ. และนักวิชาการชาวจีนถูก จนท.บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ สอบสวน คุกคาม และปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมและไร้เหตุผลระหว่างเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติและแก้ไขการกระทำดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการสอบสวน นศ.และนักวิชาการชาวจีน ในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในห้องมืดกว่า 70 ชม. การยกเลิกการตรวจลงตรา (วีซ่า) และไม่อนุญาตให้เข้าประเทศด้วยเหตุผลว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิและผลประโยชน์ของชาวจีน ขัดขวางการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ทั้งยังเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเลือกปฏิบัติตามแรงจูงใจทางการเมือง

อินโดนีเซียพบสารกัมมันตรังสีในกุ้งแช่แข็งที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ

นาย Hanif Faisol Nurofiq รมว.สิ่งแวดล้อมของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 21 ส.ค.68 ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานแปรรูปกุ้งในเมือง Cikande จังหวัดบันเติน โดยระบุว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการตรวจสอบกรณีพบสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในผลิตภัณฑ์กุ้งแช่แข็งที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ  เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกของสาธารณชนและความเสียหายต่อภาคการส่งออกของประเทศ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าโรงงานดังกล่าวได้รับกุ้งมาจากจังหวัดลัมปุง ขณะที่ PT Bahari Makmur Sejati (BMS) บริษัทแปรรูปกุ้งของอินโดนีเซียแถลงว่า ได้ระงับการผลิตและการขนส่งทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว

เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองของสหรัฐฯ ให้ประธานาธิบดีทรัมป์เร่งเจรจาทางการค้ากับจีน

เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เร่งเจรจาข้อตกลงการค้ากับจีน โดยสมาคมถั่วเหลืองสหรัฐฯ ได้ยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อ 19 ส.ค.68  ซึ่งการเจรจาจะครอบคลุมข้อตกลงซื้อขายถั่วเหลืองกับทั้งเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว หากจีนไม่นำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ  และไปนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลแทน โดยระบุว่าเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในประเทศกำลังเผชิญปัญหาเรื่องต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาถั่วเหลืองลดลงต่อเนื่อง อีกทั้งการเจรจาซื้อขายกับจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองอันดับ 1 ของโลกยังล่าช้า และหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องถั่วเหลืองกับจีนได้ก่อน ก.ย.-พ.ย.68 ผลกระทบต่อเกษตรกรสหรัฐฯ จะยิ่งเลวร้ายลง ทั้งนี้ สหรัฐฯ ส่งออกถั่วเหลืองไปจีนถึงร้อยละ 54 ของการส่งออกถั่วเหลืองทั้งหมดในห้วงปี 2566-2567 คิดเป็นมูลค่า 1,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯและยุโรปหารือกันถึงแนวทางการรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 22 ส.ค.68 ว่าจนท. ระดับสูงจากกองทัพและหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ นำโดย นายมาร์โค รูบิโอ  รมว.กต.สหรัฐฯ และผู้แทนจากประเทศในยุโรป อาทิ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร และยูเครน พร้อมกับผู้แทนของสหภาพยุโรป และเนโตได้ประชุมหารือกันระหว่าง 19 – 21 ส.ค.68 ถึงแนวทางการรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครน เพื่อให้ผู้นำสหรัฐฯ และยุโรปพิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยืนยันจะไม่ส่งกองกำลังไปประจำการในยูเครน แต่สงวนสิทธิในการสนับสนุนทางอากาศเพื่อปกป้องยูเครน

มาเลเซียพร้อมรับมือกับการจารกรรมจากต่างชาติ

สนข.The Sun รายงานเมื่อ 22 ส.ค.68 ว่า ดาโต๊ะ ซรี ไซฟุดดิน นาซูตียน อิสมาอิล รมว.กระทรวงความมั่นคงภายใน มาเลเซีย เปิดเผยว่า มาเลเซียมีขีดความสามารถและการรักษาความมั่นคงที่ครอบคลุมในการป้องกันภัยจารกรรมจากต่างชาติ   โดยกระบวนการจารกรรมมักเริ่มจากการกำหนดเป้าหมาย รวบรวมข้อมูล และใช้ประโยชน์จากพลเมืองภายในประเทศหรือบุคคลต่างชาติในฐานะนักท่องเที่ยว รัฐบาลมาเลเซียยังมีมาตรการป้องกันและตอบโต้การจารกรรมรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีไซเบอร์ เช่น ฟิชชิ่ง มัลแวร์ และสปายแวร์ ได้แก่ การป้องกัน การตรวจจับ และการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมเสริมการตรวจสอบบุคคลต่างชาติที่เข้าทำงานในประเทศ และเพิ่มความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติ เช่น อินเตอร์โพล และอาเซียน

สหรัฐฯ จะปรับลดจำนวน จนท.ข่าวกรอง

สนข. New York Post รายงานเมื่อ 20 ส.ค.68 อ้างแถลงของนางตุลซี แกบบาร์ด ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ (DNI) ว่า จะปรับลดจำนวน จนท.ของ สนง.ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (ODNI) ร้อยละ 40  เพื่อปฏิรูปและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรโดยมุ่งเน้นการมีบทบาทหลักในการเป็นศูนย์กลางการรวบรวมข่าวกรอง การกำหนดยุทธศาสตร์และกำกับดูแลหน่วยงานข่าวกรองทั่วประเทศ รวมทั้งฟื้นฟูความน่าเชื่อถือจากชื่อเสียงเชิงลบเกี่ยวกับการใช้อำนาจในทางที่ผิด การปล่อยข่าวลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้ข้อมูลข่าวกรองเป็นเครื่องมือทางการเมืองภายใต้โครงการริเริ่มการปฏิรูป ODNI 2.0   ทั้งนี้ คาดว่าปัจจุบันเหลือ จนท.ประมาณ 1,300 คน